หน้าแรก บทความ บทนำ : บังคับ...

บทนำ : บังคับใช้แอพพ์

9.01.21 | 11:33 น.
บทนำ : บังคับใช้แอพพ์ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. กล่าวถึงประกาศ

บทนำ : บังคับใช้แอพพ์

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. กล่าวถึงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 17 ออกเมื่อวันที่ 6 มกราคม ว่ามีผลยกระดับบังคับใช้มาตรการป้องกันโรค ยกระดับพื้นที่ควบคุมสูงสุด และปราบปราม ลงโทษผู้กระทำความผิดอันเป็นเหตุให้เกิดการระบาดของโรค ซึ่งต้องรักษาระยะห่าง สวมหน้ากาก ล้างมือ ตรวจอุณหภูมิร่างกาย ติดตั้งแอพพลิเคชั่นที่กำหนด ยอมรับการกักกันตนเอง ไฮไลต์ที่สังคมสนใจคือ ประชาชนจะต้องติดตั้งและใช้ระบบแอพพลิเคชั่น “หมอชนะ” ควบคู่กับการใช้แอพพลิเคชั่น “ไทยชนะ” หากตรวจสอบแล้วไม่พบแอพพลิเคชั่นจะถือว่ามีความผิด ถ้าป่วยแล้วมีหมอชนะถือว่าไม่มีความผิด แต่ถ้าไม่มีถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยจะต้องใช้ควบคู่กับแอพพ์ไทยชนะด้วย

การกำหนดดังกล่าว ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงว่าเป็นการบังคับประชาชนให้ติดตั้งแอพพลิเคชั่น โดยไม่ระบุข้อยกเว้นใดๆ หากไม่ติดตั้งแล้วติดเชื้อ จะมีความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่สำคัญก็คือ เท่ากับบังคับให้ประชาชนต้องมีโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต อย่างทันทีทันควัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ยังระบุว่า ประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนยังมีอีกเป็นจำนวนมาก และใช้แอพพลิเคชั่นไม่เป็นยิ่งมากกว่า และยังเป็นการปัดความรับผิดชอบของรัฐในการดูแลประชาชนในทุกวิถีทาง ละเมิดสิทธิพื้นฐาน ในการได้รับการดูแลจากรัฐ และละเมิดสิทธิส่วนบุคคลที่จะตัดสินว่าจะใช้สมาร์ทโฟนหรือไม่ หรือจะดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นใดหรือไม่

เป็นเรื่องดี ที่เมื่อรับทราบปฏิกิริยาของสังคม ได้มีการชี้แจงว่า ไม่ได้บังคับดังที่โฆษก ศบค.ชี้แจง แต่เป็นการขอความร่วมมือปัญหาของการแพร่ระบาดรอบนี้ รัฐต้องยอมรับว่าเกิดจากความย่อหย่อนใน 2 เรื่องใหญ่ คือ แรงงานต่างชาติ และบ่อนการพนันที่รัฐต้องรับผิดชอบ จึงควรเร่งสะสางแก้ปัญหานี้ และประกาศต่อสังคม ส่วนการใช้แอพพลิเคชั่นติดตามโรค เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องคำนึงถึงสภาพความเป็นจริงว่า คนไทย60 กว่าล้านคน ไม่ได้มีสมาร์ทโฟนกันทุกคนดังนั้น รัฐต้องขอความร่วมมือและมีวิธีการอื่น ในการแก้ปัญหาหากประชาชนไม่มีสมาร์ทโฟน การระบาดทั้งสองรอบที่เกิดขึ้น ประชาชนลำบากที่สุดอยู่แล้ว ไม่ควรซ้ำเติมให้มากกว่านี้