คนตกสีที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง : ถ้าการเมืองดี PlayStation 5 ก็จะไม่เป็นปัญหาครอบครัว โดย กล้า สมุทวณิช

เครื่องเล่นเกม PlayStation 5 จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 โดยจะให้เปิดจองก่อนโดยวิธีออนไลน์ในวันศุกร์ที่ 22 มกราคมนี้

ด้วยความสำเร็จอย่างไม่มีใครปฏิเสธได้ของ PlayStation 4 ทำให้การมาถึงของ PlayStation 5 หรือ PS5 ซึ่งเป็นเครื่องรุ่นต่อไปกลายเป็นปรากฏการณ์หนึ่งในวงการเทคโนโลยีที่น่าจับตาทั้งในแง่ของประสิทธิภาพของเครื่องและยอดขายว่า PS5 จะสามารถ “ก้าวข้าม” เครื่องรุ่นพี่ที่ขายไปได้กว่า 110 ล้านเครื่องทั่วโลก และมีคุณภาพของกราฟิกและความลื่นไหลที่น่าทึ่งอยู่แม้ว่าจะเป็นเทคโนโลยีเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ได้หรือไม่

ประกอบกับวิกฤตเศรษฐกิจที่มากับ COVID-19 หากวิดีโอเกมเป็นไม่กี่ธุรกิจที่นอกจากจะไม่ได้รับผลกระทบแล้ว ยังถือเป็นปีที่ดีมากๆ ของบริษัทเครื่องเกมและซอฟต์แวร์เกมด้วย ดังนั้น PS5 จึงนับได้ว่าเป็นสินค้าที่น่าจับตาว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเท่าไร

การเปิดเผยวันวางจำหน่ายเครื่อง PS5 อย่างเป็นทางการในประเทศไทยนี้เกิด “ดราม่า” เบาๆ แต่น่าสนใจจึงอยากบันทึกไว้

หลังจากประเทศกลุ่มแรกได้เล่นก่อน แรกทีเดียวที่ PS5 ประกาศวันวางจำหน่ายสำหรับประเทศอื่นๆ ไว้ที่วันที่ 19 พฤศจิกายน ปีที่แล้ว บรรดานักเล่นเกมชาวไทยก็คาดหมายกันว่าจะไปถอยไปหิ้วเครื่องเล่นเกมรุ่นใหม่นี้จากร้านตัวแทนจำหน่ายตั้งแต่วันแรกๆ พร้อมกับชาวโลก

แต่แล้วก็ปรากฏว่า ชื่อประเทศไทยก็หายไปเฉยๆ จากรายชื่อกลุ่มประเทศที่ยืนยันวันวางจำหน่ายในรอบแรกทั่วโลกจากหน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ และเปลี่ยนกำหนดการเป็น “ภายในปี 2020” แทน ซึ่งต่อมาข้อความดังกล่าวก็หายไปอีก และไม่มีความชัดเจนใดๆ อย่างเป็นทางการอีกเลยว่าตกลงเครื่องจะเข้ามาขายในประเทศไทยหรือไม่ และเมื่อไร

ความไม่ชัดเจนนี้ทำให้เกิดธุรกิจสีเทาอ่อนๆ คือการรับหิ้วเครื่องจากต่างประเทศโดยบวกราคาค่าหาของ สำหรับนักเล่นเกมที่เรื่องเงินเรื่องทองไม่ใช่ปัญหา และไม่เห็นอนาคตว่าเมื่อไรเครื่องจะขายอย่างเป็นทางการในไทย ก็ซื้อเครื่องหิ้วที่ว่าเล่นกันจนกระทั่งเกิดเป็นธุรกิจที่ทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำสำหรับผู้มีช่องทางและทุนรอน คือราคาเครื่อง PS5 รุ่นใส่แผ่นเกมได้ราคาในต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 15,000-16,000 บาท บวกค่าจัดซื้อการส่งและน้ำร้อนน้ำชารวมๆ แล้วอาจจะสัก 20,000 บาท แต่ราคาขายในตลาดหิ้ว เริ่มต้นที่ 34,000 ไปจนถึงเกือบ 40,000 บาท ก็กำไรราวๆ หมื่นกว่าบาท หรือราวๆ 30-40% ของเงินลงทุน

ในตอนแรกผู้ขายก็จำกัดความเสี่ยงของตัวเองด้วยการรอให้ผู้ซื้อจ่ายเงินก่อนแบบพรีออเดอร์ แล้วค่อยติดต่อให้ใครหาหิ้วเครื่องเข้ามาให้ซึ่งใช้เวลารอของตั้งแต่หนึ่งถึงสองสัปดาห์ ต่อมาก็เริ่มมีผู้ค้าที่ซื้อของมาสต๊อกไว้เพราะแน่ใจว่าขายได้แน่ๆ และก็เป็นจุดขายด้วยว่า ซื้อกับเราไม่ต้องรอ จ่ายเงินแล้วเดี๋ยวเครื่องไปส่งบ้านได้เลยในวันนั้นก็มี ผู้ขายเครื่องหิ้วบางคนถ่ายภาพสต๊อกกล่องเครื่องเกม PS5 วางเรียงเป็นกำแพงเพื่อบอกลูกค้ากระเป๋าหนักว่าเรามีเครื่องตลอด ขอให้คุณมีเงินเท่านั้น

และภาพนั้นก็ย้อนกลับมาหลอกหลอนสำหรับนักลงทุน เพราะเมื่อต้นเดือน บริษัท SONY ประเทศไทยประกาศวันวางจำหน่ายและราคาอย่างเป็นทางการ ออกมาที่ราคา 13,900 บาท ถึง 16,900 บาท เอาเป็นว่าเครื่องรุ่นที่ราคาสูงที่สุดก็ถูกกว่าเครื่องหิ้วราวๆ สองหมื่นบาท

งานนี้ใครสต๊อกเครื่องหิ้วไว้มากก็เจ็บหนัก เพราะเมื่อวันวางจำหน่ายอันใกล้และราคาประกาศออกมาชัดเจนอย่างนี้ คงไม่มีใครอยากจ่ายแพงแถมได้เครื่องไม่มีประกัน

กับดราม่าอีกประเด็น คือเรื่องของ “พ่อบ้านใจกล้า” ที่อยากจะซื้อเครื่อง PS5 มาเล่น แต่ก็ไม่รู้จะอธิบายให้ภรรยาหรือแฟนฟังอย่างไรดี ความที่ตัวเครื่องออกแบบมาดูคล้ายตัวกระจายสัญญาณ (เราเตอร์) หรือเครื่องฟอกอากาศ ก็เลยโกหกเอาดื้อๆ ว่า ไอ้เครื่องที่ว่านี้คือเครื่องฟอกอากาศเอามารับมือกับฝุ่นพิษ PM2.5 หรอกนะคนดี ไม่ใช่เครื่องเล่นเกมอย่างที่ตัวเองสงสัยหรือใครเขาหลอกลวง

จริงๆ นี่ก็เป็นมุขที่เล่นกันขำๆ ตามประสาผู้ชายในสังคมไทยที่มองว่าการกลัวเมียหรือเกรงใจแฟนเป็นเรื่องตลก ทำภาพตัดต่อออกมาเรียกรอยยิ้ม จนกระทั่งเว็บไซต์ตลาดออนไลน์เบอร์ใหญ่ที่สุดหนึ่งในสองของประเทศไทยก็รับลูกไปเล่นมุข “ขายเครื่องฟอกอากาศ รุ่น PS5” กับเขาด้วย

เล่นใหญ่กันขนาดนี้ก็มีคนไม่ขำ โดยคุณซู่ชิง – จิตต์สุภา ฉิน บล็อกเกอร์สาวสายไอทีที่ออกมาโพสต์ว่า มุขหลอกเมียโกหกแฟนว่า PS5 คือเครื่องฟอกอากาศนี้ มันดูถูกสติปัญญาผู้หญิงที่เป็นคู่ชีวิตของตัวเองเกินไปหรือเปล่า ?

ทั้งสองเรื่องนี้คือดราม่าว่าด้วย PlayStation 5 ที่น่าสนใจและอยากจะมาแลกเปลี่ยนมุมมองกัน

สําหรับเรื่องความเจ็บปวดของพ่อค้าตลาดเทาผู้หลังแอ้หลังแอ่นด้วยน้ำหนักเครื่องเกมรวมกล่องประมาณ 5 กิโลกรัม คูณด้วยจำนวนเครื่องที่ยังขายไม่ได้นั้น จากเสียงส่วนใหญ่ของคอเกมในโลกโซเชียลออกไปในทาง “สะใจ” กับเรื่องนี้ เพราะรู้สึกว่าผู้ค้าเหล่านี้ฉวยโอกาสขายเครื่อง PS5 แบบบวกราคาเพิ่มเป็นเท่าๆ กะเอารวย เมื่อเจอชะตากรรมเช่นนี้ก็ต้องถือว่าการลงทุนมีความเสี่ยง

แต่ถ้ามองกันอย่างยุติธรรมแล้ว การขายเครื่อง PS5 แพงกว่าราคาขายจริงมันก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้ผิดกฎหมายหรือผิดศีลธรรมอะไรเลย เพราะไม่ใช่สินค้าควบคุมหรือสินค้าที่คนทั่วไปต้องใช้แบบขาดไม่ได้ จะเอาไปเทียบกับพวกกักตุนโก่งราคาหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ และน้ำยาฆ่าเชื้อ ตอนที่ COVID-19 ระบาดช่วงแรกต้นปีไม่ได้ แถมยังเป็นเรื่องเข้าใจได้ด้วยว่าในสภาวะเศรษฐกิจที่ดูไร้อนาคตเช่นนี้ ถ้าคุณมีทุนรอน มีช่องทางหาของมาขายที่จะทำกำไรกว่า 30% ได้ คุณจะไม่เสี่ยงจริงหรือ

และหากเรามองกันให้ดี การที่ตลาดของหิ้วโตขึ้นมานี้ก็เพราะความไม่ชัดเจนของผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการที่ไม่สามารถให้คำตอบผู้รอคอยได้ว่าตกลงเครื่องจะมีขายในประเทศไทยเมื่อไรกันแน่ และก็ไม่มีใครทราบสาเหตุจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งถ้าปัญหาเป็นอย่างที่เขาร่ำลือกันในวงการว่าอาจจะเป็นเพราะติดขัดที่ขั้นตอนของ “ระบบราชการ” ในการอนุญาตอนุมัติซึ่งกะเกณฑ์ไม่ได้ ก็น่าเห็นใจฝ่ายผู้ประกอบการอยู่ทีเดียว ทั้งก็เข้าใจได้ว่าทำไมจึงไม่สามารถให้คำตอบชัดเจนต่อนักเล่นเกมผู้เฝ้ารอได้ เพราะจะโบ้ยหน่วยงานของรัฐก็ออกจะเป็นเรื่องอยู่ไม่ค่อยเป็น

ยิ่งเมื่อมีผู้ที่ซื้อเครื่องหิ้วล็อตแรกมาลองเปิดดูแล้วพบว่า ระบบของเครื่องก็มีภาษาไทยให้เลือกแล้วตั้งแต่ใน Firmware แรก ซึ่งก็อาจจะหมายความว่าเครื่อง PS5 พร้อมจะขายในไทยตั้งแต่รอบวันวางจำหน่ายทั่วโลกแล้ว ก็ยิ่งทำให้ดูเหมือนข่าวลือนี้จะมีมูล

ส่วนดราม่าว่าด้วย “พ่อบ้านใจกล้า” (และเครื่องฟอกอากาศของเขา) ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าคิดน่าคุย

เราอาจจะตัดประเด็นเรื่องดูถูกผู้หญิงว่าไม่รู้เรื่องเทคโนโลยีจนถูกหลอกได้ง่าย กับเรื่องชายเป็นใหญ่หรือหญิงเป็นนายอะไรออกไปก่อน และลองมาตอบคำถามด้วยแง่มุมเชิงเศรษฐกิจและสังคมดู

จากการสำรวจ Salary Guide 2020 ของบริษัท อเด็คโก้ ประเทศไทย เฉลี่ยผู้จบปริญญาตรี ไม่ระบุสาขา ประสบการณ์ทำงานประมาณ 3-5 ปี จะมีรายได้อยู่ราวๆ เดือนละ 25,000-35,000 บาท ส่วนค่าครองชีพประจำวันของคนกรุงเทพฯ โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2561 อยู่ที่ประมาณ 33,000 บาทต่อเดือน ไม่รวมเงินออมฉุกเฉิน ค่าใช้จ่ายของเด็กในกรณีที่มีลูกด้วย และกรณีที่ผ่อนบ้านผ่อนรถด้วย

ดังนั้นในกรณีครอบครัวรายได้ระดับกลางที่ถือว่าอยู่สบายแล้วระดับหนึ่ง มีรายได้รวมกันเดือนละ 50,000-70,000 บาท หักค่าครองชีพและค่าอะไรต่างๆ ออกไปแล้ว ก็จะเห็นได้ว่า การซื้อเครื่องและตัวเกมราคารวมกันก็ร่วมสองหมื่นบาท ก็คงเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยและส่งผลกระทบต่อการเงินในครอบครัวได้ จึงไม่แปลกอะไรที่ถ้าคุณพ่อบ้านจะเอาเงินของครอบครัวไปเพื่อการบันเทิงแบบนี้ ก็ควรต้องได้รับความเห็นชอบจากภรรยาหรือคู่ชีวิต ซึ่งถ้าไม่มีเหตุผลที่ดีพอจริงๆ ก็ยากที่จะได้รับอนุญาตอย่างเต็มใจ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณสามีนั้นมีเครื่อง PS4 หรือเครื่องเล่นเกมอื่นอยู่แล้ว เหตุผลอันชอบธรรมยิ่งนับว่าเลือนราง)

กับอีกเรื่องที่อาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้คุณภรรยาอาจจะไม่ค่อยพอใจเครื่องเล่นเกม PS5 คือ การจัดสรร “เวลาว่าง” ของครอบครัวคนชั้นกลางในกรุงเทพฯ

หากสมมุติเวลาทำงานมาตรฐานอยู่ที่เข้า 9 โมงเช้า ออก 5 โมงเย็น บวกเวลาเดินทางซึ่งต้องรวมเวลารอรถ ต่อรถ หรือการจราจรที่ติดขัดแล้ว คนหนุ่มสาววัยทำงานจะกลับถึงบ้านกันเฉลี่ยประมาณ 6 โมงครึ่งถึงหนึ่งทุ่ม หลังจากนั้นจะเป็นเวลาอาหารเย็นและภารกิจส่วนตัว จะมีเวลาว่างจริงๆ จังๆ สบายๆ ก็น่าจะประมาณ 2 ทุ่มเป็นต้นไป และเพื่อให้ไปทำงานได้อย่างไม่อ่อนเพลียเกินไป ก็ควรจะเข้านอนไม่เกินสี่ทุ่ม ให้อย่างมากก็ห้าทุ่ม นี่คือเวลาของคู่รักหรือคู่สมรสที่ยังไม่มีลูก

ดังนั้นเวลาที่เป็นเวลาใช้ร่วมกันได้จริงๆ ก็อยู่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง แล้วจะเป็นอย่างไรถ้าคุณสามีจะขอเจียดเอาเวลาสัก 1 ชม. ใน 2-3 ชั่วโมงที่เหลือนั้นไปเล่นเกม PS5 … ย้ำว่านี่ยังไม่ได้เผื่อถึงกรณีที่มีลูก หรือที่เลิกงานได้ช้ากว่า 5 โมง หรือต้องเดินทางเกินกว่า 2 ชั่วโมงต่อเที่ยว

เช่นนี้ ต่อให้เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา “เวลา” ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้การมีเครื่องเล่นเกมสักเครื่องที่จะมาเบียดบังเวลาที่เหลือน้อยอยู่แล้วแต่ละวันลงไปอีก

ถ้าลองจินตนาการว่า หากเรามีรายได้กันมากกว่าเดิม ค่าครองชีพลดลงกว่านี้ ใช้เวลาเดินทางในแต่ละวันลดลงได้สักชั่วโมง หรือสามารถจัดสรรเวลาทำงานหรือพักผ่อนได้อย่างอิสระมากขึ้นเท่าใด การจะซื้อเครื่องเล่นเกมราคาสองหมื่นกว่าบาทก็ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนเศรษฐกิจของครอบครัวอะไรมากนัก และการเล่นเกมพอหอมปากหอมคอวันละชั่วโมงชั่วโมงครึ่งก็คงไม่ใช่ปัญหาอะไรมากมายสำหรับแม่กวางน้อย

ถ้าเรามีการเมืองที่ดี ระบบราชการที่เชื่อถือได้ การกระจายรายได้ สวัสดิภาพการจ้างงาน การวางแผนจัดการวางผังเมืองและการขนส่งสาธารณะที่เพียงพอ คุณพ่อบ้านอาจจะซื้อ PS5 ในราคาศูนย์ไทยได้ ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยไม่ต้องอาศัยความใจกล้าใดๆ ในการโกหกภรรยา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ลุ้นต่อ ‘คนละครึ่ง’ เฟส 3 ! ‘อาคม’ เปรยอาจเห็นไตรมาส 2 – ยันเว็บไม่ล่ม แค่ค่ายมือถือส่ง OTP ช้า
บทความถัดไป‘ชาญอิสสระ’ เสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2564 มูลค่าไม่เกิน 950 ล้านบาท อายุ 2 ปี 11 เดือน