เดินหน้าชน : เลิกดัดจริตได้แล้ว โดย โกนจา

หลายคนชอบออกมาอวดอ้างเสมอว่า “ประเทศเราเป็นเมืองพุทธมีศีลธรรม” เวลาที่ใครมีข้อเสนอเกี่ยวข้องกับอบายมุข จึงอยากถามกลับว่าประเทศส่วนใหญ่ในโลกต่างก็มีศาสนาหลักที่คนส่วนใหญ่นับถือกันทั้งนั้น บ้างประเทศเคร่งครัดถึงขนาดนำหลักคำสอนศาสนามาบังคับใช้เป็นกฎหมายด้วย

ที่เกริ่นออกมาก็เพราะตอนนี้กำลังมีประเด็นเรื่องบ่อนการพนัน เพราะบ่อนผิดกฎหมายหลายจังหวัดเป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ ดังนั้นการเปิดบ่อนการพนันถูกกฎหมาย หรือกาสิโน คอมเพล็กซ์ จึงถูกหยิบยกมาเป็นวาระของสังคมอีกครั้ง

บุคคลมีชื่อเสียงออกมาวิพากษ์วิจารณ์เพื่อเสนอทางออก เหมือนเป็นการฉายหนังซ้ำไปซ้ำมา

วันชัย สอนศิริ ส.ว. บอกว่า ถึงเวลาที่เราจะยอมรับความจริงกันได้แล้วหรือยัง ถ้าไม่กล้าเปิดหน้ากันตรงๆ ชัดๆ กลัวคนจะด่า ก็ลองให้สังคมพิสูจน์ โดยให้มีกาสิโนสัก 1 หรือ 2 แห่งในแหล่งท่องเที่ยว เช่น พัทยา หรือหาดใหญ่ กำหนดมาตรการต่างๆ ให้รอบคอบ รัดกุมในทุกด้านตามที่เป็นข้อกล่าวหา ปิดประตูให้หมดแล้วทดลองทำดู ถ้าทำได้แล้วดีก็ทำกันต่อไป ถ้าทำแล้วไม่ดี มีปัญหาทางสังคมมากมายก็เลิก จะได้จบสิ้นกันเสียทีกับบ่อนเสรี ถ้าไม่ทำอย่างนี้ก็เป็นปัญหาคาใจ คาบ่อนกันอย่างนี้ตลอดไป

เป็นที่รู้กันอยู่ว่าทุกที่ทุกแห่งมีการเล่นการพนันกันทั้งนั้น ไม่บ่อนเล็กก็บ่อนใหญ่ ทั้งเล่นมวย เล่นบอล เล่นหวยใต้ดิน เล่นไพ่ไฮโล สารพัดการพนัน ตำรวจและฝ่ายปกครองรู้ไหม ตอบว่ารู้ทั้งนั้นแหละ เพียงแต่จะจับหรือไม่จับเท่านั้น ชาวบ้านรู้ เจ้าหน้าที่จะไม่รู้ได้อย่างไร ถ้าจะต้องตั้งกรรมการสอบสวน ต้องย้าย ต้องปลดออก คงไม่มีข้าราชการเหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่แน่ รู้ทั้งรู้ว่าการพนันมันปราบไม่ได้ จับไม่หมด แล้วจะทำยังไง เป็นเรื่องเป็นราวกันทีก็เหมือนไฟไหม้ฟาง ทำเป็นวัวหายล้อมคอกกันไป แล้วบ่อนการพนันก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม ตบหน้าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเย้ยกฎหมายกันต่อไป เป็นเช่นนี้มาชั่วนาตาปี

จะกี่รัฐบาลหรือจะกี่ร้อยนายกฯก็เป็นเช่นนี้ ตกลงเราจะแก้ไขเรื่องการพนันกันได้หรือไม่ ถ้าเราบอกว่าต้องทำให้ได้ การพนันต้องหมดไปจากแผ่นดินนี้ ถ้าใครคิดว่าทำได้จริง สามารถที่จะเอากฎหมายมาบังคับได้จริงจังก็ให้ทำกันต่อไป แล้วดูซิว่าจะทำได้จริงหรือเปล่า ถ้ายอมรับกันว่าทำไม่ได้ ยังไงๆ การพนันก็ยังต้องมีอยู่คู่กับสังคมไทย เลิกดัดจริตกันได้แล้ว เลิกโกหกตัวเองกันเสียที

สังคมในประเทศนี้ต้องลุกขึ้นมาพูดคุยกัน อย่าโทษกันไปโทษกันมา และก็อย่าลวงอารมณ์ว่าเราเป็นคนดีมีศีลธรรม การพนันมันเป็นอบายมุข หันกลับมาดูรอบๆ บ้านเรา ประชิดติดชายแดน ลาว เขมร พม่า ฯลฯ เขามีบ่อนการพนันกันทั้งนั้น ประเทศที่ว่าเจริญๆ เขาก็มีบ่อนการพนันเหมือนกัน ประชาชนเขาเป็นอย่างไร ประเทศเขาล่มจมกันหรือเปล่า เห็นแต่คนของเราวิ่งไปเล่นการพนันที่บ้านเขาโครมๆ

ขณะที่ กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้าและอดีต รมว.คลัง เสนอแนวทางทำให้การพนันอยู่บนโต๊ะ มีกฎหมายรองรับกำกับดูแล มีการเสียภาษีให้รัฐ ป้องกันเงินรั่วไหลไปบ่อนต่างประเทศ แก้ปัญหาการทุจริตวงการคนในเครื่องแบบ

เปลี่ยนส่วยเป็นภาษี นำเม็ดเงินกลับมาใช้เพื่อประชาชน วิธีแก้ปัญหาไม่ใช่การขอให้คนร่วมมือเลิกเล่นการพนัน แต่การทำให้การพนันอยู่บนโต๊ะโดยมีกฎหมายรองรับและมีการกำกับดูแล

ปัญหาสังคมเราคือบ่อนเถื่อน ซึ่งเป็นที่มารายได้ของผู้มีอิทธิพล เป็นที่มาของการทุจริตคอร์รัปชั่นในวงการคนมีเครื่องแบบ การรั่วไหลเงินไปบ่อนถูกกฎหมายในต่างประเทศ

ถ้าตั้งโจทย์ให้คนเลิกเล่นการพนัน นี่คือโจทย์ที่ผิด โจทย์ที่ถูกคือทำอย่างไรให้การเล่นการพนันเป็นภัยต่อสังคมให้น้อยที่สุด

คำตอบคือการพนันที่มีใบอนุญาตบนโต๊ะอย่างถูกกฎหมาย มีการกำกับดูแล และมีการเสียภาษีให้รัฐเข้าระบบ เพื่อนำเม็ดเงินกลับมาใช้จ่ายดูแลประชาชนแทนการเข้ากระเป๋ามาเฟีย

วันนี้ต้องยอมรับความจริงเลิกดัดจริต เหมือนที่ชอบพูดว่า ประเทศเราไม่มีซ่องโสเภณี แต่กลับมี “อาบอบนวด” เต็มบ้านเต็มเมือง

เลิกเลี่ยงบาลี ท่องเป็นวลีติดปากว่า “ประเทศเราเป็นเมืองพุทธ” ได้แล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ตลาดหลักทรัพย์ฯ’ ช่วยธุรกิจฝ่าวิกฤตโควิด-19 ขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมให้บริษัทจดทะเบียน
บทความถัดไปกรมทางหลวง เดินหน้าผุดเกาะกลาง-ขยายไหล่ทาง ถนนช่วงปากทางท่าลี่-สะพานแม่กลาง ป้องกันอุบัติเหตุ