บทนำ : คุณภาพใหม่
ฝ่ายค้านกับรัฐบาลตกลงกันว่าจะใช้เวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 4 วัน รวม 60 ชั่วโมง ฝ่ายค้าน 42 ชม. รัฐบาลได้เวลาชี้แจงรวม 12 ชม. การอภิปรายจะดำเนินไปจากวันที่ 16 ก.พ. ถึง 19 ก.พ. จากนั้นลงมติในวันที่ 20 ก.พ. ในแต่ละวันจะเริ่มต้นเวลา 09.00 น. ไปถึงเที่ยงคืน หรือ 01 นาฬิกาของวันใหม่ ถือเป็นเทศกาลยิ่งใหญ่ของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร การลงมติ หากเสียงไม่ไว้วางใจเกินครึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนฯ จะทำให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง แต่ในทางปฏิบัติ ส.ส.พรรครัฐบาลจะยกมือช่วยเหลือกันจนผ่านไป หรือหากมีปัญหามากอาจลงคะแนนไว้วางใจให้จำนวนน้อยเพื่อส่งสัญญาณให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หรือเพื่อเป้าหมายทางการเมืองอื่นๆ
ส.ว.ผู้หนึ่งให้ความเห็นว่า การอภิปรายในท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิดจะไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนในชีวิตประจำวัน ก็อาจเป็นความจริงว่า ประชาชนส่วนหนึ่งอาจไม่ได้นั่งเฝ้าหน้าจอทีวี หรือเปิดโทรศัพท์ หรือเครื่องมืออื่นๆ เพื่อติดตามใกล้ชิดวันละเป็น 10 ชั่วโมง เหมือนติดตามชมละครหรือรายการบันเทิง แต่ประชาชนรู้ว่าผู้แทนฯกำลังทำหน้าที่แทนประชาชนในการตรวจสอบรัฐบาล จึงอาจติดตามฟังใกล้ชิด หรือติดตามเฉพาะในประเด็นสำคัญหรือที่ตนเองต้องการรับรู้ จึงไม่อาจสรุปได้ง่ายๆ ว่าประชาชนสนใจหรือไม่สนใจ
อย่างไรก็ตาม ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง สภาน่าจะต้องเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกัน การอภิปรายควรใช้เวลาเท่าที่จำเป็น ไม่เยิ่นเย้อ เนื้อหาต้องสมบูรณ์เท่าที่จะทำได้ เพื่อให้สภาและสังคมเห็นว่า รัฐมนตรีผู้ถูกอภิปรายไม่น่าไว้วางใจอย่างไร การชี้แจงของรัฐบาลก็ต้องแสดงหลักฐานเท่าที่จำเป็น ไม่ฉวยโอกาสใช้เวลาเพื่อลดโอกาสของฝ่ายค้าน ส่วนการประท้วงก็น่าจะเป็นไปตามข้อบังคับ ไม่ควรใช้เป็นแทคติค ทำลายโอกาสหรือสมาธิของผู้อภิปราย ทั้งหมดนี้เพื่อให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นการตรวจสอบที่มีคุณภาพ ที่สังคมยอมรับและติดตามฟังอย่างจริงจัง

