คอลัมน์หน้า 3 : มวลชน งามตา ต่อต้าน ‘รัฐประหาร’ จากพม่า สู่ไทย

มวลชน งามตา ต่อต้าน ‘รัฐประหาร’ จากพม่า สู่ไทย

มวลชน งามตา
ต่อต้าน ‘รัฐประหาร’
จากพม่า สู่ไทย

เหตุปัจจัยอะไรทำให้ “ปฏิกิริยา” ของประชาชนพม่าต่อรัฐประหารของกองทัพเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ จึงขยายตัวต่อเนื่องอย่างคึกคัก

ไม่ว่า “ใน” พม่า ไม่ว่า “นอก” พม่า

การที่ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ในเมืองใหญ่และเมืองเล็กออกมาสำแดงออกอย่างวีระอาจหาญ ไม่กลัวคุก ไม่กลัวตะรางเช่นนี้

เป็นเรื่องที่ต้อง “คารวะ” เป็นเรื่องที่ต้อง “ศึกษา”

เป็นเพราะความรัก ความศรัทธา ต่อ นางออง ซาน ซูจี ที่ถูกกระทำย่ำยี เป็นเพราะไม่พอใจต่อบทบาทและท่าทีของ “ทหาร”

นั่นเป็นเรื่องที่ “เข้าใจ” ได้

กระนั้น หากมองจากที่มีการแสดงออกตั้งแต่ผ่านกระบวนการ “อารยะขัดขืน” กระทั่งลงไปเคลื่อนไหวบนท้องถนน พร้อมกับ “เสียงเพลง” เร้าใจ

น่าจะมี “ปัจจัย” อื่นเข้ามาประสาน “เสริม”

หากเริ่มต้นจากสูตรสำเร็จการวิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนไหวทางการเมืองในยุค “สงครามเย็น” อย่างที่เห็นอย่างต่อเนื่องในสังคมไทย

ก็ต้องมองไปยังผู้อยู่ “เบื้องหลัง”

ดังในกรณีการเคลื่อนไหวของ “คนเสื้อแดง” เมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 ก็มองไปยังพรรคเพื่อไทย มองไปยัง นายทักษิณ ชินวัตร

หากเป็นกรณีของ “เยาวชนปลดแอก” ที่พัฒนามาเป็น “คณะราษฎร”

ไม่เพียงแต่จะติดความเคยชินจาก นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หากแต่ยังลาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เข้ามาสร้างสีสัน

พร้อมผนวกบทบาทของ “สหรัฐอเมริกา”

กล่าวสำหรับในกรณีของพม่า ด่านหน้าที่จะต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาย่อมเป็น นางออง ซาน ซูจี และพรรคการเมืองของเธอ และรัฐบาลตะวันตก

เพียงแค่นั้นหรือ

หากดูจากชัยชนะของพรรค นางออง ซาน ซูจี ก็ใกล้เคียงกับชัยชนะของพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย ที่มีเงา นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

และน้องใหม่ไฟแรง “อนาคตใหม่”

เพราะว่าพรรคของ นางออง ซาน ซูจี กำชัยมาอย่างต่อเนื่อง 2 สมัย เพราะว่าพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย ชนะตลอดกาล

จึงต้องใช้อำนาจ “ทหาร” มาสกัด ขัดขวาง

ในอีกด้านก็ต้องยอมรับด้วยว่าในชัยชนะของการเลือกตั้งของพรรค นางออง ซาน ซูจี ก็สังเวยด้วยความพ่ายแพ้ของพรรคทหาร

จึงจำเป็นต้องอาศัย “รัฐประหาร” มาเป็นเครื่องมือ

เป็นเครื่องมือในการร่าง “รัฐธรรมนูญ” เป็นเครื่องมือในการสร้าง “กลไก” ต่างๆ รวมถึงองค์กรอิสระเพื่อเป็นอุปสรรคขัดขวางมิให้ได้ชัยชนะเหมือนที่เคยได้

วิธีของทหาร “พม่า” จึงเป็นวิธีเดียวกันกับของทหาร “ไทย”

รัฐประหารของทหารพม่าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ จึงก่อให้เกิดภาวะพะอืดพะอมเป็นอย่างสูงให้กับคณะทหารที่กุมอำนาจในไทย

จนต้องใช้ “กำลัง” ขัดขวาง “การชุมนุม”

ยิ่งการเคลื่อนไหวของประชาชนพม่าเกือบจะถอดพิมพ์มาจากการเคลื่อนไหวของ “เยาวชนปลดแอก” และ “คณะราษฎร” ยิ่งสร้างความยอกแสยงในทางความรู้สึก

ทำท่าว่าผลสะเทือน “พม่า” อาจกระทบมาถึง “ไทย”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon