บทนำ : วัคซีนที่ภูเก็ต
จังหวัดภูเก็ต โดยผู้ประกอบการที่รวมตัวเป็นสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูเก็ต เสนอตนเอง เป็น “หนูทดลอง” ขอฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชนกลุ่มต่างๆ ในเกาะภูเก็ตก่อน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้เป็นต้นไป ก่อนหน้านี้ ข้อมูลจากรัฐบาลในการฉีดวัคซีน มีความสับสน สรุปไม่ได้ว่าจะเริ่มต้นเมื่อใด และยังออกประกาศ ห้ามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชน ซื้อวัคซีนมาฉีดให้ประชาชน นายสรายุทธ มัลลัม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูเก็ต ยังระบุด้วยว่า หากเดินตามปฏิทินการฉีดวัคซีนโควิดของทางราชการ ภูเก็ตจะได้รับวัคซีนในปี 2565 ซึ่งไม่ทันการณ์ และถึงเวลานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูเก็ต คงไม่สามารถอยู่รอดได้แล้ว
ข้อเสนอดังกล่าว ส่งผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดไปยังกระทรวงมหาดไทย และส่งต่อไปยัง ศบค. แต่ยังไม่มีผลใดๆ ในเรื่องนี้ รัฐบาลและ ศบค.น่าจะเร่งพิจารณา อาจจะไม่เริ่มต้นเฉพาะที่ภูเก็ต แต่อาจจะดำเนินการในจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ ที่มีความพร้อม เพื่อสร้างความพร้อมในการก้าวต่อไปของภาคเศรษฐกิจ ธุรกิจ ขณะนี้มีข้อเท็จจริงในระดับต่างประเทศ ที่ระบุว่า การระดมโหมฉีดวัคซีนโควิดในสหรัฐอเมริกา และอังกฤษ ซึ่งมีตัวเลขการติดเชื้อสูงมาก บัดนี้ปรากฏผลว่า ตัวเลขการติดเชื้อลดลงมาก และลดลงเรื่อยๆ ยิ่งยืนยันว่า การฉัดวัคซีน เป็นโมเดลแก้ปัญหาและเรียกความเชื่อมั่นได้ ซึ่งรัฐบาลไทยควรเร่งตัดสินใจ เพื่อลดความเสียหายที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ชัดเจนว่า การรับมือโควิด ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลจะดำเนินการโดยลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือภาคเอกชน ภาคธุรกิจ และประชาชนทั่วไป จึงจะประสบความสำเร็จ ในเรื่องการฉีดวัคซีนก็เช่นกัน การห้าม อปท. และเอกชนจัดหาวัคซีนมาฉีด น่าจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี ขณะนี้ กกต.ได้รับรองผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ. และสมาชิกสภา อบจ. เป็นส่วนมากแล้ว งานแรกๆ ที่ควรมอบหมายให้ อบจ.คือการดูแลให้ประชาชนได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง และข้อเสนอจากภูเก็ต ควรได้รับการพิจารณา และลงมือกระทำอย่างเร่งด่วน

