บทนำ : วัคซีนถึงไทย
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ วัคซีนซิโนแวคจากประเทศจีนบินมาถึงประเทศไทย ถือเป็นวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ล็อตแรกที่เดินทางมาถึงประเทศไทย แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีอุปสรรค เนื่องจากวัคซีนในยุโรปมีการจำกัดการส่งออก ทำให้ประเทศไทยต้องหาวัคซีนล็อตจากจีนเข้ามาล็อตแรกก่อน โดยวัคซีนดังกล่าวทางกระทรวงสาธารณสุขเห็นว่ามีความปลอดภัย เพียงแต่กำหนดช่วงอายุคนที่จะได้รับวัคซีนคือ 18-59 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่าพร้อมจะฉีดวัคซีนดังกล่าวเป็นคนแรก เพื่อสร้างความมั่นใจว่าวัคซีนมีความปลอดภัย และต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ยินดีจะฉีดวัคซีนเป็นคนแรก แต่เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ มีอายุเกิน 60 ปีแล้ว จึงขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ หรือนายอนุทิน หากตัดสินใจฉีดวัคซีนล็อตแรกนี้ก็สามารถสร้างความเชื่อมั่นว่าวัคซีนดังกล่าวมีความปลอดภัยได้ นอกจากนี้ การที่ประเทศไทยเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว และมีแผนการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง มีเป้าหมายชัดเจนว่าสามารถฉีดให้แก่คนไทยตามเป้าหมายได้เมื่อไหร่ ย่อมหมายถึงการบอกให้คนไทยและนานาชาติทราบว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการรับชาวต่างชาติ การเดินทางไปต่างประเทศ และฟื้นฟูเศรษฐกิจได้เมื่อไหร่ สามารถประเมินได้ว่าเศรษฐกิจที่ตกวูบไปเพราะโรคระบาดจะฟื้นคืนกลับมาได้เมื่อไหร่ อย่างไร
ความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของวัคซีน เมื่อขยายผลไปเป็นความเชื่อมั่นในความปลอดภัยจากโรคโควิด-19 ย่อมทำให้สถานการณ์ของประเทศดีขึ้น ทั้งเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วงก็มีช่องทางขับเคลื่อน ซึ่งจะมีผลไปถึงสังคมและการเมือง ดังนั้น วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ถือเป็นวันแรกที่ประเทศไทยจะตอกย้ำความเชื่อมั่นให้คนไทยและชาวต่างชาติเชื่อว่าไทยมีความปลอดภัย เหตุการณ์หลังจากนี้คือการฉีดวัคซีน และความสม่ำเสมอในการฉีดวัคซีนให้คนไทยตามแผนที่กำหนด หากทำได้เช่นนี้ เชื่อว่าช่วงหลังปี 2564 ประเทศไทยจะมีโอกาสทำอะไรได้อีกมาก แต่ในห้วงเวลาที่ไทยกำลังจะมีโอกาส ประชาชนทุกคนยังคงต้องไม่ประมาท การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือ การเว้นระยะห่าง และปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขยังคงมีความจำเป็น

