หน้าแรก บทความ ยุทธศาสตร์ประ...

ยุทธศาสตร์ประเทศไทยปลอดโควิด เศรษฐกิจรุ่งเรือง โดย ประเวศ วะสี

26.02.21 | 14:01 น.

จะเอาปลอดโควิด หรือเอาเศรษฐกิจ คือ การคิดแบบธรรมดาเกินไป และนำไปสู่ความขัดแย้ง และไปต่อไม่ได้

โจทย์ที่ท้าทาย คือ “ประเทศปลอดโควิดด้วย เศรษฐกิจดีด้วย” และเพราะปลอดโควิดเศรษฐกิจจึงดี

วิธีการ คือ ตั้งสถาบันรับรองสถานปลอดโควิด (สรค.) ทำนองเดียวกับการมี สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.)

ทำหน้าที่ส่งเสริมให้สถานต่างๆ ทั่วประเทศ มีสมรรถนะในการจัดการให้สถานของตน ปลอดโควิด และให้คำรับรองว่าเป็นสถานปลอดโควิด

สถานปลอดโควิด คือ

Advertisement

1.ชุมชน หรือ หมู่บ้านปลอดโควิด

2.ตำบลปลอดโควิด

3.อำเภอปลอดโควิด

4.จังหวัดปลอดโควิด

5.ตลาดปลอดโควิด

6.ร้านอาหารปลอดโควิด

7.ศูนย์การค้าปลอดโควิด

8.องค์กรปลอดโควิด เช่น มหาวิทยาลัย บริษัท วัด โรงแรม

9.บริเวณ หรือ ย่าน (โซน) ปลอดโควิด

10.การคมนาคมปลอดโควิด เช่น รถเมล์ รถไฟ เครื่องบิน

ทุกสถานรับผิดชอบให้ได้คำรับรองจาก สรค. ว่าเป็นสถานปลอดโควิด และได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

สรค. ต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้สถานทั้ง 10 ประเภท ควบคุมสถานของตนเอง ให้ปลอดโควิด และมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้

ถ้าทำอย่างนี้ได้ ชื่อเสียงก็จะขจรไกลไปทั่วโลกว่าประเทศไทยมีมาตรการที่เชื่อถือได้ ว่าเป็นประเทศที่ปลอดโควิด ชาวโลกสามารถขึ้นเครื่องบินการบินไทยที่เป็น Covid Free Airline เพราะได้รับคำรับรองจาก สรค. เดินทางมาประเทศไทย ซึ่งประดุจมีฉนวนการันตีป้องกันโควิด คือเครื่องบินก็ปลอดโควิด รถไฟ รถเมล์ เรือเมล์ โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร วัดวาอาราม ชุมชนท้องถิ่น จังหวัด ล้วนเป็นสถานปลอดโควิด เรียกว่าเป็น Covid-Free International Tourism of Thailand

ทั่วโลกชะงักงันอัดอั้นการท่องเที่ยวมานาน ถ้ามีประเทศน่าเที่ยวอย่างประเทศไทย สามารถจัดการให้ปลอดโควิดได้ตลอดสายพาน นับตั้งแต่ย่างเท้าขึ้นเครื่องบินของการบินไทย ระบบเศรษฐกิจไทยก็จะรุ่งไปตลอดสายพานของการท่องเที่ยว กระจายรายได้ การมีกินมีใช้ไปอย่างทั่วถึง แม้แต่ช้างไทยก็ยังได้รับประโยชน์

ถ้าทำได้ดังนี้ จะเหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว

ตัวแรก คือสมรรถนะในการควบคุมโรคของประเทศ เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับโรคระบาดใดๆ ที่จะมีมาอีกในอนาคต

ตัวที่สอง คนไทยทั้งประเทศจะตระหนักรู้ว่า ต้องรับผิดชอบร่วมกัน มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ ให้ชีวิตปลอดภัย และอยู่ร่วมกันด้วยดี

ตัวที่สาม จะต้องถือโอกาสที่มีรายได้เข้าประเทศมากขึ้น จัดการกระจายทรัพยากรอย่างเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ เพราะความเหลื่อมล้ำที่มากเกินไปทำให้ประเทศไม่มีภูมิคุ้มกันจากภยันตรายต่างๆ

ตัวที่สี่ สังคมจะได้เรียนรู้ว่าชุมชนเข้มแข็ง เป็นป้อมปราการที่มีภูมิคุ้มกันจากภยันตราย จากภัยทางเศรษฐกิจ และภัยแบบโควิด

ตัวที่ห้า สังคมไทยจะเรียนรู้ว่าเราทอดทิ้งประเทศเพื่อนบ้านที่จนกว่าเรา เช่น พม่า ลาว เขมร ไม่ได้ เพราะเรื่องเศรษฐกิจและภัยแบบโควิดมันติดต่อเชื่อมโยงถึงกัน ประเทศไทยและอาเซียน ควรร่วมมือกันในเรื่อง ASEAN Equity หรือการลดความเหลื่อมล้ำในอาเซียน เป็นต้น

ตัวที่หก สังคมไทยจะได้เรียนรู้ว่า ถ้าคนไทยก้าวข้ามความแตกแยกทุกประเภท ร่วมมือกัน จะสามารถต่อสู้วิกฤตต่างๆ ได้ เช่น วิกฤตโควิด วิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตการเมือง ฯลฯ วิกฤตต่างๆ เหล่านี้ยากและซับซ้อน ไม่อาจแก้ได้ด้วยการเป็นปฏิปักษ์กัน แต่การหลอมรวมทางสังคม (Socialfusion) ทำให้เกิดพลังมหาศาล ประดุจพลังที่เกิดจากการหลอมรวมของนิวเคลียร์ (Nuclear fusion) เช่น พลังแสงอาทิตย์ที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิตมาหลายพันล้านปีแล้ว เกิดมาจากการหลอมรวมทางนิวเคลียร์ของไฮโดรเจน

เราจะออกจากวิกฤตโควิด วิกฤตเศรษฐกิจ วิกกฤตการเมือง ได้ด้วยพลังมหาศาลจากคนไทย รวมตัวกันก้าวข้ามการแตกแยกทุกประเภท