บทนำ : กปปส.-รัฐประหาร
ศาลอาญาตัดสินคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. กับพวกรวม 39 คนเป็นจำเลยความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ก่อการร้าย ล้มล้างระบอบการปกครอง มั่วสุมชุมนุมก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยยื่นสำนวนฟ้องต่อศาลอาญาเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2561 โดยศาลพิพากษาจำคุกไม่รอลงอาญา 14 คน จำคุกแต่รอลงอาญา 12 คน และยกฟ้อง 12 คน มีผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 7 ราย จากความผิดฐานขัดขวางการเลือกตั้ง
มีผู้ถูกจำคุก 8 คนที่ไม่ได้รับการประกันตัว เนื่องจากมีอัตราโทษที่ต้องให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา ต้องนอนเรือนจำ อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาฯกปปส. นายชุมพล รวมถึง 3 รัฐมนตรี อาทิ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ผลจากคำตัดสิน ทำให้รัฐมนตรี 3 ราย ต้องพ้นตำแหน่ง เนื่องจากต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดียังไม่ถึงที่สุดก็ตาม นำไปสู่การปรับปรุงคณะรัฐมนตรี เพื่อทดแทนบุคคลที่ต้องพ้นจากตำแหน่ง สำหรับคดีนี้ ยังไม่ถึงที่สุด จำเลยยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้
คดีดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อปี 2556-2557 กลุ่ม กปปส. นำโดย นายสุเทพ ได้ก่อความไม่สงบเพื่อขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีขณะนั้น ออกจากตำแหน่ง ขัดขวางการเลือกตั้ง ให้ข้าราชการระดับสูงรายงานตัวกับ กปปส. ประกาศตัวเป็นรัฏฐาธิปัตย์ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและ ครม. โดยจะนำรายชื่อขึ้นกราบบังคมทูลเอง จัดตั้งกองกำลังยึดสถานที่ราชการและหน่วยงานสำคัญต่างๆ หลายแห่ง ปิดกั้น ขัดขวางเส้นทางคมนาคมขนส่ง เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนปิดกรุงเทพมหานคร ตั้งเวทีปราศรัยทั่วกรุงเทพฯ7 จุด ปิดกั้นเส้นทางการจราจร ฯลฯ การกระทำของพวกจำเลยไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550
ผลต่อเนื่องจากการชุมนุมดังกล่าว คณะทหารได้ก่อรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 รัฐบาลจากรัฐประหารเข้าบริหารประเทศจากปี 2557 ถึงปี 2562 ร่างรัฐธรรมนูญ 2560 แล้วจัดเลือกตั้ง เป็นที่มาของรัฐบาลในปัจจุบัน ซึ่งมีบุคคลจาก กปปส.เข้ารับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี และพรรคของกลุ่ม กปปส.ได้เข้าร่วมรัฐบาลด้วย นับเป็นเหตุการณ์สำคัญในการเมืองประเทศไทย ที่ทุกฝ่ายควรย้อนกลับไปศึกษา เพื่อเก็บรับเป็นบทเรียนของสังคมไทยต่อไป

