หน้าแรก บทความ สะพานแห่งกาลเ...

สะพานแห่งกาลเวลา : คลับเฮาส์กับความปลอดภัย โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

8.03.21 | 15:45 น.

สัปดาห์ที่แล้วเราทำความรู้จักกับ “คลับเฮาส์” แอพพ์ล่าสุดที่กำลังโด่งดังกันไปประมาณหนึ่ง ตามที่สัญญากันไว้ในสัปดาห์นี้ผมจะหยิบเอาประเด็นเรื่องความปลอดภัยของแอพพลิเคชั่นฮิตตัวนี้ในทรรศนะของผู้เชี่ยวชาญมาเล่าสู่กันฟัง

ประเด็นแรกสุดที่กังขากันอยู่มากก็คือ คำสนทนาทั้งหลายในห้องแชตของคลับเฮาส์นั้น เป็นความลับส่วนตัวตามที่ผู้พัฒนาแอพพ์กล่าวอ้างจริงหรือไม่?

เมื่อผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ถูกถามด้วยคำถามนี้ หรือทำนองเดียวกันนี้ คำตอบมักเป็นไปในทิศทางเดียวกันนั่นคือ “ไม่จริง”

อุทาหรณ์ที่ผ่านๆ มา แสดงให้เห็นอยู่เสมอว่า ไม่ว่าจะกล่าวอ้างว่าปลอดภัยเพียงใด ในที่สุดความสำเร็จก็มักก่อให้เกิดปัญหาขึ้นตามมาเสมอ ตัวอย่างที่เห็นกันในระยะหลังนี้ก็คือ “ซูม” นั่นแหละครับ

อันที่จริง เมื่อไม่นานมานี้ ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก “กลุ่มสังเกตการณ์อินเตอร์เน็ตแห่งสแตนฟอร์ด” หรือ “เอสไอโอ” ทีมวิเคราะห์วิจัยอุบัติการณ์บนอินเตอร์เน็ตของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา เพิ่งค้นพบว่า ระบบความปลอดภัยที่คลับเฮาส์อ้างเอาไว้ ถูกเจาะทะลวงไปเรียบร้อยแล้ว

Advertisement

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือ มียูสเซอร์รายหนึ่ง (ซึ่งยังไม่รู้ว่าเป็นใคร) สามารถนำเอาการสนทนาในห้องแชตหลายๆ ห้องของคลับเฮาส์ ไป “สตรีม” กันสดๆ บนเว็บไซต์ของคนอื่น ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคลับเฮาส์ แล้วก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับยูสเซอร์รายนั้นอีกด้วย

ถึงคลับเฮาส์จะออกแถลงการณ์ตามมาในทันทีทันควันว่า ได้จัดการ “แบน” ยูสเซอร์รายนั้นตลอดชีพไปแล้ว และได้ติดตั้ง “เซฟการ์ด” เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกก็ตามที

แต่ อเล็กซ์ สแตมอส ผู้อำนวยการของเอสไอโอ ซึ่งในอดีตเคยเป็นหัวหน้าแผนกความปลอดภัยของยักษ์ใหญ่อย่าง เฟซบุ๊ก ก็ออกมาบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ คลับเฮาส์ ไม่สามารถให้สัญญาว่า บทสนทนาใดๆ สามารถเก็บเป็นความลับส่วนตัวได้อีกต่อไปไม่ว่าจะเกิดขึ้นในที่ไหนบนโลกใบนี้

แคสเปอร์สกี้ บริษัทผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยในโลกออนไลน์ ก็ยืนยันในทำนองเดียวกันว่า คลับเฮาส์ ก็เหมือนโซเชียลมีเดียทั่วๆ ไป ที่สามารถสร้าง “ความรู้สึกปลอดภัย” และ “เป็นความลับ” ขึ้นได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความรู้สึกที่ว่า กลับกลายเป็น “ความเสี่ยง” มากมายหลายอย่างสำหรับยูสเซอร์ครับ

ยิ่งความรู้สึกว่าปลอดภัยมีมาก คำพูด การแสดงความคิดเห็น ก็ยิ่งตรงไปตรงมาหรือแรงมากขึ้นเท่าที่เราอยากจะให้แรง โดยไม่สนใจว่าเป็นการล่วงละเมิด หรือหมิ่นประมาทผู้อื่นหรือไม่

ผู้เชี่ยวชาญของแคสเปอร์สกี้ชี้ว่า อาจมีผู้หยิบเอาบางคำ บางประโยค มา “แบล๊กเมล์” เราได้ โดยที่เราไม่สามารถพิสูจน์ได้เลยว่า นั่นเป็นเพียงการหยิบเอาบางส่วน บางตอน มากล่าวหากันนอกบริบทโดยรวมที่พูดกันในวันนั้น เว้นเสียแต่ว่าเราจะตั้งใจอัดเสียงเอาไว้ล่วงหน้า ซึ่งแอพพ์ไม่อนุญาตให้ทำ

แต่ถ้าถามว่า คำสนทนาทั้งหมดไม่ถูกบันทึกไว้แน่นอนไม่ใช่หรือ? คำตอบของ แคสเปอร์สกี้ ก็คือ ไม่ใช่แน่ คำสนทนาทุกคำ ไม่เพียงถูกผู้ให้บริการอย่างคลับเฮาส์บันทึกไว้เท่านั้น ยังถูกนำไปวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนอีกด้วย

เป้าหมายในการเก็บรวบรวมเนื้อหา (คอนเทนต์), การสื่อสารและข้อมูลอื่นๆ ของแอพพ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลในตอนที่เราลงทะเบียนเพื่อสร้างบัญชี ก็เพื่อนำไป “สร้างรายได้” ด้วยการแบ่งปันข้อมูลทั้งหลายเหล่านี้กับบริษัทที่สามนั่นเอง

อเล็กซีย์ เฟิร์ช นักวิจัยด้านความปลอดภัยของแคสเปอร์สกี้ เตือนเอาไว้ว่า สิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับยูสเซอร์ก็คือ ต้องจำไว้ว่า เราไม่สามารถ “แน่ใจได้ 100 เปอร์เซ็นต์” ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับข้อมูลที่เรามอบไปให้กับคลับเฮาส์ รวมทั้งบทสนทนาทั้งหลาย

“คุณต้องทำใจไว้เลยว่า สักวันหนึ่งข้างหน้ามันจะรั่วไหลออกมาสู่สาธารณะ เพราะใครคนใดคนหนึ่ง (หรือหลายคน) ได้บันทึกมันเอาไว้”

แคสเปอร์สกี้เตือนว่า สิ่งที่เราถูกบอกว่าเป็นสถานที่ลับและเป็นส่วนตัวทั้งหลาย เมื่อไปอยู่บนอินเตอร์เน็ต เราต้องไม่ยึดถือว่าเป็นส่วนตัวและเป็นความลับอีกต่อไป ไม่ว่าจะในคลับเฮาส์หรือแอพพ์ไหนๆ ก็ตาม เพราะแท้จริงแล้วมันคือพื้นที่สาธารณะ

การแสดงออกของเราจึงควรเป็นการแสดงออกที่เหมาะกับการนำเสนอในที่สาธารณะเท่านั้นครับ