บทนำ : สิทธิของประชาชน
รัฐธรรมนูญ 2560 ระบุในมาตรา 4 ว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง ปวงชนชาวไทยย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเสมอกัน มาตรา 29 ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจําเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคําพิพากษาอันถึงที่สุด แสดงว่าบุคคลใดได้กระทําความผิดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทําความผิดมิได้ อย่างไรก็ตาม บทบัญญัติรับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชนดังกล่าว จะมีความศักดิ์สิทธิ์ได้รับการปฏิบัติอย่างยอมรับนับถือเพียงใดหรือไม่ ยังขึ้นกับสภาพการเมืองการปกครองของประเทศด้วย
รัฐธรรมนูญฉบับ 2517 ที่ร่างหลัง 14 ตุลาฯ 2516 ได้ชื่อว่าเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ทำให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเสรีภาพมากขึ้น จนทำให้ผู้เสียอำนาจหวั่นไหวและทำรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งเมื่อ 6 ต.ค.2519 อีกฉบับที่ถือว่าเป็นประชาธิปไตยอย่างมาก คือรัฐธรรมนูญ 2540 ที่เป็นผลจากเหตุการณ์เรียกร้องประชาธิปไตย จนเกิดการปราบปรามที่เรียกว่าพฤษภาทมิฬเมื่อปี 2534 มีส่วนจัดระบบการเมือง ทำให้เกิดการเมืองไทย มีพรรคใหญ่ได้เสียงข้างมาก ในปี 2544 ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ ก่อนที่ผู้เสียประโยชน์ได้สร้างเงื่อนไข จนเกิดรัฐประหาร 19 ก.ย.2549
รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ยกร่างโดยคณะกรรมการที่มาจากการคัดเลือกของคณะทหารที่ทำรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 แม้มีการรับรองสิทธิเสรีภาพประชาชน แต่ในทางปฏิบัติ มีการใช้กฎหมายความมั่นคงมายกเว้นเสรีภาพของประชาชนอยู่ตลอดเวลา รวมถึงเหตุการณ์ล่าสุด ที่เกิดการชุมนุมทางการเมือง แล้วตำรวจจับกุมแกนนำ ส่งเข้าควบคุมตัวในเรือนจำ แล้วมีการนำกำลังเข้าไปเคลื่อนย้ายผู้ถูกกล่าวหาเหล่านี้ในยามวิกาล จนดูเป็นการคุกคามข่มขู่ ทางราชการชี้แจงว่าจะนำตัวไปตรวจโควิด ซึ่งไม่เป็นเหตุผล สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดในขณะที่ประเทศมีรัฐบาลที่อ้างว่ามาตามระบอบประชาธิปไตยบริหารประเทศอยู่ และเพื่อมิให้บทบัญญัติเหล่านี้ ดูสวยหรู แต่ไม่มีผลทางปฏิบัติ หน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกรรมาธิการสภา กรรมการสิทธิมนุษยชน องค์กรสิทธิทางกฎหมาย ฯลฯ จะต้องออกมาแสดงท่าทีคัดค้าน และหาหนทางไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิประชาชนเช่นนี้อีก โดยรัฐบาลต้องรับฟังและปฏิบัติอย่างจริงจังด้วย

