องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO เผยแพร่รายงานสถานการณ์อาหารและการเกษตร ประจำปี 2559 คาดการณ์ไว้ว่าภายในปี 2573 ประชากรโลกจำนวนหลายล้านคนจะประสบกับภาวะอดอยาก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะกระทบภาคเกษตรทั้งการเพาะปลูกและปศุสัตว์ ทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอต่อการบริโภค
นายโฮเซ กราเซียโน ดาซิลวา อดีตผู้อำนวยการใหญ่ FAO (ปี 2554-2562) กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำลายระบบความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งจะทำให้โลกย้อนกลับไปสู่ความไม่แน่นอนเหมือนเช่นในยุคล่าสัตว์ เนื่องจากไม่สามารถคาดการณ์ได้อีกต่อไปว่า เมื่อทำการเพาะปลูกพืชแล้วจะได้รับผลผลิตกลับมาหรือไม่ ซึ่งรวมถึงความไม่แน่นอนของราคาอาหารที่จะผันผวน และส่งผลกระทบไปถึงทุกคน ไม่ใช่เฉพาะเกษตรกร
นอกจากนี้ ในปี 2019 เกิดโรคระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 ยังกลายเป็นปัจจัยเร่งให้ทั่วโลกต้องเผชิญภาวะความไม่มั่นคงทางอาหารเร็วขึ้นและรุนแรงขึ้น
ตัดภาพกลับมาที่ประเทศไทย คำว่าในน้ำมีปลา ในนามีข้าว บ่งบอกลักษณะเฉพาะของเรามานานนม กระทั่งทุกวันนี้ บ้านเราก็ยังคงได้ชื่อว่าเป็นแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ และยังพัฒนาตัวเองจากประเทศเกษตรกรรมให้เป็นประเทศอุตสาหกรรมอาหาร ส่งออกสินค้าอาหารหลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็น ข้าว พืชผัก ผลไม้ เนื้อไก่ กุ้ง อาหารกระป๋อง อาหารแปรรูป ฯลฯ ไปยังประเทศต่างๆ จนติดอันดับผู้ส่งออกอาหารอันดับ 13 ของโลก และได้ดุลการค้าในสินค้าเกษตรและอาหารถึงปีละกว่า 6 แสนล้านบาท
จากจุดแข็งในเชิงภูมิศาสตร์ แม้ไทยจะเผชิญปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเช่นเดียวกับประเทศอื่น รวมถึงเมื่อปีที่แล้วก็ต้องเผชิญวิกฤตโควิด-19 เช่นเดียวกับหลายประเทศ ซึ่งสุ่มเสี่ยงอย่างมากที่จะเกิดภาวะอาหารขาดแคลน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงของการล็อกดาวน์บางพื้นที่ที่อาจกระทบการขนส่งอาหาร ทำให้การเข้าถึงอาหารเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่เรากลับไม่พบปัญหาดังกล่าว สะท้อนความมั่นคงทางอาหาร (food security) ที่เข้มแข็ง รวมถึงระบบบริหารจัดการที่ภาครัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถรับมือได้ดี
หรืออีกตัวอย่างกับสถานการณ์โรคระบาดสัตว์อย่าง ASF ในสุกรซึ่งระบาดไปใน 34 ประเทศทั่วโลก ทำลายสุกรไปหลายล้านตัว กระทั่งประเทศจีนและเวียดนาม ถึงกับมีเนื้อหมูไม่เพียงพอในการบริโภค ส่งผลให้ราคาหมูแพงขึ้นเป็นประวัติการณ์ แต่ประเทศไทยก็สามารถป้องกันโรค ASF ได้และเป็นเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคที่ทำสำเร็จ ทำให้คนไทยไม่ขาดแคลนเนื้อหมูบริโภค
ผลงานเหล่านี้บ่งบอกความแข็งแกร่งของภาคเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ที่มีการปรับตัวรับกับทุกสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี … ถึงเวลาแล้วที่รัฐควรนำจุดแข็งนี้มาเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยคว้า “โอกาส” ท่ามกลาง “วิกฤต” อาหารโลกให้ทันการณ์
หนึ่งในนั้นคือการเตรียมตัวรับ “ภาวะภัยแล้ง” ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อป้องกันการขาดน้ำในการอุปโภคบริโภคของประชาชน รวมถึงป้องกันการขาดน้ำใช้ทางการเกษตร ทั้งการเพาะปลูกและปศุสัตว์ ไทยจำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเต็มรูปแบบโดยเร็ว หลังปริมาณฝนสะสมในปี 2563 ที่ผ่านมา มีค่าน้อยกว่าค่าปกติ 4% ถือเป็นภาวะฝนน้อยกว่าปกติ 2 ปีติดต่อกัน (2562-2563) นอกจากนี้ ควรสนับสนุนให้เกษตรกรทำการเกษตรอย่างชาญฉลาด ปรับตัวสู่การทำเกษตรแม่นยำ ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยให้ได้ผลผลิตคุณภาพอย่างเต็มประสิทธิภาพ ภายใต้มาตรฐานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกันควรส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมอาหาร ด้วยทุกบริษัทในอุตสาหกรรมนี้ล้วนมีศักยภาพ พัฒนาและยกระดับกระบวนการทำงานของอุตสาหกรรมให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลกได้อยู่แล้ว เพียงรัฐต่อยอดส่งเสริมในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบต่างๆ หรือการเผยแพร่ความโดดเด่นด้านความปลอดภัยในอาหารของประเทศไทย ตอบโจทย์ทั่วโลกที่กำลังมองหาแหล่งซัพพลายอาหารที่ดีให้คนในประเทศของเขา เพราะช่วงเวลาแบบนี้ล่ะ เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการประกาศศักดิ์ศรี “ครัวของโลก” ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติอย่างยั่งยืน

