บทนำ : พม่ากับไทย
กองทัพพม่าเดินหน้าปราบปรามประชาชนที่ออกมาต่อต้านการยึดอำนาจ และเมื่อวันอังคารที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา กองทัพอาระกันหรือกองทัพยะไข่ อันเป็นกองกำลังเชื้อชาติขนาดใหญ่ ได้ออกมาร่วมกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ประณามรัฐประหารของกองทัพ และการปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรง ก่อนหน้านี้ กองกำลังชาติพันธุ์หลายกลุ่มออกมาสนับสนุนผู้เรียกร้องประชาธิปไตย โฆษกของกองทัพอาระกันได้ออกมากล่าวว่าจะอยู่เคียงข้างประชาชน และชี้ว่า เป็นเรื่องเศร้าอย่างยิ่งที่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องถูกสังหารและถูกยิงเสียชีวิตไปทั่วทั้งประเทศ การกระทำของทหารและตำรวจพม่าโหดร้ายและยอมรับไม่ได้
มีกระแสข่าวว่าทางการสหรัฐอเมริกาเตรียมแซงก์ชั่นบริษัทใหญ่ซึ่งดำเนินการโดยกองทัพ 2 บริษัท คือ บรรษัทเศรษฐกิจแห่งเมียนมา (เอ็มอีซี) และ บริษัทเศรษฐกิจเมียนมาจำกัด (เอ็มอีเอชแอล) โดยจะอายัดทรัพย์สินของบริษัทและกิจการในเครือในสหรัฐอเมริกาทั้งหมดเพื่อลงโทษการปราบปรามจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 286 ราย รวมทั้งการอายัดเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์ ที่ฝากอยู่ในกองทุนสำรองแห่งรัฐ (เฟด) หรือธนาคารกลางของสหรัฐ ขณะที่อังกฤษและสหภาพยุโรป (อียู) ก็ประกาศแซงก์ชั่นบรรดานายทหารระดับสูง รวมทั้ง พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ลาย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้ก่อการรัฐประหาร รวมทั้งลูกๆ ที่บรรลุนิติภาวะแล้วอีกด้วย ในขณะที่มีบริษัทที่อยู่ภายใต้การบริหารของกองทัพถูกแซงก์ชั่นไป 3 บริษัทเท่านั้นทั้งหมดเป็นกิจการอัญมณีและเหมืองหยกของทหาร
แม้กระแสของโลกแสดงออกชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับทหารพม่า แต่ทหารพม่ายังคงปราบปรามประชาชนอย่างรุนแรง และมีแนวโน้มว่าความรุนแรงจะยกระดับต่อไปอีก หากกองกำลังชาติพันธุ์ต่างๆ ตัดสินใจปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งผลกระทบที่รุนแรงอาจตกกับประเทศไทย และทางการไทยเองจะต้องเตรียมรับมือเนื่องจากมีแนวชายแดนติดต่อกัน การข้ามไปมากระทำได้ง่าย นอกจากเตรียมรับมือหรือรองรับแล้ว ไทยในฐานะเพื่อนบ้านควรแสดงบทบาทร่วมกับอาเซียนหาหนทางให้ทหารพม่ายุติการใช้ความรุนแรงปราบปรามประชาชน จะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด และเป็นผลดีกับทุกฝ่ายมากที่สุด

