สถานีคิดเลขที่12 : หยุดฆ่าประชาชน โดย นฤตย์ เสกธีระ

30.03.21 | 13:41 น.

วันนี้ทั่วโลกคงจะละทิ้งเมินเฉยต่อสถานการณ์ในประเทศเมียนมาไม่ได้เสียแล้ว

นับแต่การยึดอำนาจของนายพลมิน อ่อง ลาย และเกิดการชุมนุมประท้วงทั่วประเทศ

เหตุการณ์บานปลายกลายเป็นการกวาดล้าง จับกุม และฆ่า ประชาชนในที่สุด

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การฆ่าประชาชนรุนแรงมาก ตามรายงานข่าวระบุว่ามีคนถูกฆ่า 114 ราย

วันถัดมามีข่าวการส่งเครื่องบินโจมตีฐานกะเหรี่ยงในประเทศเมียนมา หลังจากชนกลุ่มน้อยนี้ไม่ยอมรับอำนาจของ นายพลมิน อ่อง ลาย

Advertisement

สำหรับประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีท่าทีต่อเมียนมาอย่างมิตร

ประกาศไม่เข้าไปก้าวก่ายกิจการภายใน เปิดประเทศรับรัฐมนตรีต่างประเทศเข้าเมือง

เปิดทางเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมออกข่าวตามปกติ

กระทั่งวันกองทัพเมียนมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไทยก็ส่งตัวแทนไปร่วมกับเขาด้วย

ปรากฏว่า มีประเทศที่ส่งตัวแทนไปร่วมงานวันกองทัพเมียนมา 8 ชาติ

ประกอบด้วย จีน รัสเซีย อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ เวียดนาม ลาว และไทย

และวันนั้นกองทัพพม่าได้สังหารผู้ชุมนุม 114 ราย

การกระทำดังกล่าวของเมียนมา ทำให้ นายทอม แอนดรูว์ส ผู้จัดทำรายงานพิเศษของสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิมนุษยชนเมียนมา

เขาได้ออกมาเรียกร้องให้จัดประชุมสุดยอดนานาชาติว่าด้วยเมียนมาเป็นกรณีฉุกเฉิน

ขณะที่ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย หรือเอพีอาร์ซี ได้ออกมาเคลื่อนไหว

ระบุว่า การกระทำที่เกินกว่าเหตุในเมียนมา ละเมิดสิทธิมนุษยชนรุนแรง ทำให้มีผู้เสียชีวิตนับร้อย

ถือเป็นข้อยกเว้นหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิกสหประชาชาติ

พร้อมแนะนำให้ไทยที่แม้จะไม่ก้าวก่ายกิจการภายในเมียนมา

แต่ไทยน่าจะเรียกร้องให้เมียนมายุติการกระทำ

หยุดฆ่าประชาชน

การที่กองทัพปิดประเทศยิงประชาชนด้วยกระสุนจริงเช่นนี้ โลกย่อมยอมรับไม่ได้

พฤติกรรมเยี่ยงนี้ อาเซียนต้องไม่ยอมรับ

รวมทั้งไทยด้วยที่ต้องปฏิเสธพฤติกรรมใดๆ ของเมียนมาที่ทำร้ายเข่นฆ่าประชาชน

เชื่อว่าเหตุความรุนแรงในเมียนมา กำลังกลายเป็นประเด็นของโลก

ไทยที่ต้องสัมพันธ์กับโลกทุกขั้ว ไม่ว่าจะเป็นพม่า จีน รัสเซีย สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป อังกฤษ ออสเตรเลีย จึงต้องหารือท่าทีของไทยอย่างละเอียด

ท่าทีของไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้านมีความสำคัญ เพราะเมื่อมีการไล่ฆ่าคนในเมียนมา ก็ต้องมีการอพยพหลบหนี

หลบหนีขอลี้ภัยในเมืองไทย

เมื่อมีการใช้กำลังกวาดล้างชนกลุ่มน้อย ชนกลุ่มน้อยก็ต้องลุกฮือขึ้นมาต่อสู้

พื้นที่ต่อสู้หนีไม่พ้นชายแดนไทย-เมียนมา

ดังนั้น การทูต การทหาร และการบริหารของไทยต้องเตรียมรับมือสิ่งที่กำลังจะเกิด

ไทยต้องแสดงท่าทีต่อต้านการเข่นฆ่าประชาชน

ต้องเป็นส่วนหนึ่งในการยุติเหตุร้ายในเมียนมา

ช่วยเหลือ ผลักดันให้ชาติบ้านเมืองเขาสงบ ช่วยให้ประชาชนเขาอยู่รอด

ไม่ต้องถูกกดขี่ ไม่ต้องหวาดผวาอำนาจรัฐ

ไม่ถูกสังหารด้วยฝีมือของเจ้าหน้าที่

ไม่มีการเข่นฆ่าประชาชน

ทั่วโลกรวมทั้งไทยต้องหยุดการเข่นฆ่าประชาชนให้ได้