วันนี้ทั่วโลกคงจะละทิ้งเมินเฉยต่อสถานการณ์ในประเทศเมียนมาไม่ได้เสียแล้ว
นับแต่การยึดอำนาจของนายพลมิน อ่อง ลาย และเกิดการชุมนุมประท้วงทั่วประเทศ
เหตุการณ์บานปลายกลายเป็นการกวาดล้าง จับกุม และฆ่า ประชาชนในที่สุด
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การฆ่าประชาชนรุนแรงมาก ตามรายงานข่าวระบุว่ามีคนถูกฆ่า 114 ราย
วันถัดมามีข่าวการส่งเครื่องบินโจมตีฐานกะเหรี่ยงในประเทศเมียนมา หลังจากชนกลุ่มน้อยนี้ไม่ยอมรับอำนาจของ นายพลมิน อ่อง ลาย
สำหรับประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีท่าทีต่อเมียนมาอย่างมิตร
ประกาศไม่เข้าไปก้าวก่ายกิจการภายใน เปิดประเทศรับรัฐมนตรีต่างประเทศเข้าเมือง
เปิดทางเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมออกข่าวตามปกติ
กระทั่งวันกองทัพเมียนมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไทยก็ส่งตัวแทนไปร่วมกับเขาด้วย
ปรากฏว่า มีประเทศที่ส่งตัวแทนไปร่วมงานวันกองทัพเมียนมา 8 ชาติ
ประกอบด้วย จีน รัสเซีย อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ เวียดนาม ลาว และไทย
และวันนั้นกองทัพพม่าได้สังหารผู้ชุมนุม 114 ราย
การกระทำดังกล่าวของเมียนมา ทำให้ นายทอม แอนดรูว์ส ผู้จัดทำรายงานพิเศษของสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิมนุษยชนเมียนมา
เขาได้ออกมาเรียกร้องให้จัดประชุมสุดยอดนานาชาติว่าด้วยเมียนมาเป็นกรณีฉุกเฉิน
ขณะที่ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย หรือเอพีอาร์ซี ได้ออกมาเคลื่อนไหว
ระบุว่า การกระทำที่เกินกว่าเหตุในเมียนมา ละเมิดสิทธิมนุษยชนรุนแรง ทำให้มีผู้เสียชีวิตนับร้อย
ถือเป็นข้อยกเว้นหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิกสหประชาชาติ
พร้อมแนะนำให้ไทยที่แม้จะไม่ก้าวก่ายกิจการภายในเมียนมา
แต่ไทยน่าจะเรียกร้องให้เมียนมายุติการกระทำ
หยุดฆ่าประชาชน
การที่กองทัพปิดประเทศยิงประชาชนด้วยกระสุนจริงเช่นนี้ โลกย่อมยอมรับไม่ได้
พฤติกรรมเยี่ยงนี้ อาเซียนต้องไม่ยอมรับ
รวมทั้งไทยด้วยที่ต้องปฏิเสธพฤติกรรมใดๆ ของเมียนมาที่ทำร้ายเข่นฆ่าประชาชน
เชื่อว่าเหตุความรุนแรงในเมียนมา กำลังกลายเป็นประเด็นของโลก
ไทยที่ต้องสัมพันธ์กับโลกทุกขั้ว ไม่ว่าจะเป็นพม่า จีน รัสเซีย สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป อังกฤษ ออสเตรเลีย จึงต้องหารือท่าทีของไทยอย่างละเอียด
ท่าทีของไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้านมีความสำคัญ เพราะเมื่อมีการไล่ฆ่าคนในเมียนมา ก็ต้องมีการอพยพหลบหนี
หลบหนีขอลี้ภัยในเมืองไทย
เมื่อมีการใช้กำลังกวาดล้างชนกลุ่มน้อย ชนกลุ่มน้อยก็ต้องลุกฮือขึ้นมาต่อสู้
พื้นที่ต่อสู้หนีไม่พ้นชายแดนไทย-เมียนมา
ดังนั้น การทูต การทหาร และการบริหารของไทยต้องเตรียมรับมือสิ่งที่กำลังจะเกิด
ไทยต้องแสดงท่าทีต่อต้านการเข่นฆ่าประชาชน
ต้องเป็นส่วนหนึ่งในการยุติเหตุร้ายในเมียนมา
ช่วยเหลือ ผลักดันให้ชาติบ้านเมืองเขาสงบ ช่วยให้ประชาชนเขาอยู่รอด
ไม่ต้องถูกกดขี่ ไม่ต้องหวาดผวาอำนาจรัฐ
ไม่ถูกสังหารด้วยฝีมือของเจ้าหน้าที่
ไม่มีการเข่นฆ่าประชาชน
ทั่วโลกรวมทั้งไทยต้องหยุดการเข่นฆ่าประชาชนให้ได้

