เดินหน้าชน : ‘ประเทศ-ประชาชน’ต้องรอด โดย จตุรงค์ ปทุมานนท์

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ในประเทศไทย ที่ตัวเลขการติดเชื้อโควิด ยอดเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา อยู่ที่ 1,443 คน ยอดตัวเลขสะสมอยู่ที่ 45,185 คน

และมีผู้เสียชีวิตสะสมแล้ว 108 คน ขณะที่คลัสเตอร์การแพร่เชื้อโควิดระลอกที่ 3 นั้นมาจากสถานบันเทิงย่านทองหล่อ

ส่วนใครเป็นต้นตอของความไม่รับผิดชอบ หรือการ์ดตก จนทำให้การแพร่เชื้อพุ่งมาอีกรอบถ้าจะเถียงกัน โยนความผิดกันไปมาก็คงเสียเวลาเปล่า

เพราะต่างฝ่ายคงตั้งการ์ดปกป้องการทำงานของตนเองก็ไม่มีข้อผิดพลาด หรือการ์ดตก สุดท้ายก็หาคนผิดที่แท้จริงไม่ได้อีกเช่นเคย

จนเกิดวลีแบบกระแทกใจของคนจากหลากหลายวงการ สะท้อนความอึดอัดใจ การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดในระลอก 3 ว่า “โควิดติดคนรวย แต่ซวยคนจน”

ประโยคข้างต้นแทบไม่ต้องแปลความหมาย ขยายความกันให้เข้าใจกันอีก เพราะทุกฝ่ายต่างรู้อยู่แก่ใจกันดีว่ามาจากสาเหตุใด

บทบาทการบริหารจัดการ คงไม่พ้นรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องระดมสรรพกำลังมาหยุดการแพร่ระบาดและรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด ในระลอกที่ 3 ให้ได้เร็วที่สุด

เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาด โดยเฉพาะในทางเศรษฐกิจปากท้อง ตั้งแต่ระดับบนจนถึงระดับล่างจะรอเวลาให้เชื้อโควิดหมดไป คงทำไม่ได้อย่างแน่นอน

เพราะผลกระทบตั้งแต่การระบาดในรอบที่ 1 มาจนถึงขณะนี้ ทุกองค์กรล้วนได้รับผลกระทบกันหมด ขณะที่การบริหารจัดการของรัฐบาล

แม้จะมีประสบการณ์ ข้อมูล และการแก้ปัญหาจากการระบาดในรอบที่ 1 และ 2 เปลี่ยนเพียงแค่ สาเหตุของคลัสเตอร์ที่ระบาด

แต่ยังมีดราม่าเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนของพี่น้องประชาชนที่ติดโควิดทุกครั้ง เรื่องทั้งการตรวจหาเชื้อ การรับส่งผู้ติดเชื้อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในรูปแบบต่างๆ

เรื่องค่าใช้จ่ายในการตรวจหาเชื้อ และค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ที่ติดเชื้อโควิด แม้ฝ่ายนโยบายตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

ตลอดจนปลัดกระทรวง อธิบดีที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรง ยืนยันว่าพร้อมดูแลผู้ติดเชื้อทุกคน และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

แต่สภาพที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติกลับมีปัญหาสวนทางกับฝ่ายควบคุมนโยบาย ส่งผลให้ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

ต้องเจอสารพัดปัญหา ทั้งการหาสถานที่ตรวจเชื้อ การประสานกับโรงพยาบาลให้มารับตัวเมื่อพบว่าติดเชื้อแล้ว

สายด่วนเลข 4 ตัว ที่หน่วยงานภาครัฐให้ไว้ บางคนก็โทรศัพท์ติดต่อกันข้ามคืน ข้ามวัน บางรายต้องรอกว่า 4-5 วัน ถึงจะได้รับการประสานมารับตัวไปเข้ารับการรักษา

จริงอยู่บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องสู้กับหน้างานการตรวจหาเชื้อและรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ถ้าได้รับการสนับสนุนที่เพียงพอในทุกด้าน และความชัดเจนของระดับนโยบาย

จะช่วยลดภาระของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติอยู่หน้างานในการให้บริการและทำความเข้าใจกับประชาชน ช่วยทำงานได้สะดวกกายและสบายใจมากยิ่งขึ้น

ขณะที่ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไขปัญหาการติดเชื้อไวรัสโควิด ทั้งจากภาคเอกชน และจากฝ่ายต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของภาครัฐ

ทั้งเรื่องการจัดหาวัคซีน การฟื้นฟูเยียวยาสภาพเศรษฐกิจ ถ้าเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับประเทศและพี่น้องประชาชน

ภาครัฐเองก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียหน้า เสียฟอร์ม หากจะรับเอาข้อเสนอที่ประโยชน์มาปรับใช้ รับไปดำเนินการในทันที

เพราะผลลัพธ์ที่ทุกฝ่ายอยากเห็น คือ ประเทศไทยและประชาชนทุกคน ต้องรอดจากวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดในทุกรอบ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แพทย์ผ่าตัด รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ติดโควิด 2 ราย สั่งปิดห้องผ่าตัด กักตัวจนท.ใกล้ชิด
บทความถัดไปรีบเลย! กรมบังคับคดี ช่วยไกล่เกลี่ยหนี้ ช่วงโควิด ชี้สำเร็จกว่า 1,328 เรื่อง