สถานีคิดเลขที่ 12 โควิด-ภาพเปลือยรัฐบาล
นักวิเคราะห์ต่างประเทศ ฟันธงแต่แรก
พิษร้ายโควิดระบาด จะส่งผลกระทบ ต่อคะแนนนิยมของรัฐบาลชาติต่างๆ อย่างแน่นอน
ส่วนใหญ่เป็นไปในลักษณะเสื่อมถอย อาจบางทีถึงขั้นพังพาบ อยู่ไม่ได้
ที่อยู่ได้ ไม่ว่าด้วยเหตุ ปัจจัยใดก็ตาม
ประชาชนก็อาจเสื่อมศรัทธา มีผลในทางยาวต่ออนาคตการเมือง
ทั้งนี้ เนื่องจากการอุบัติขึ้นของไวรัสมรณะ เป็นสิ่งที่โลก ไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน ไม่มีตำรับตำราแก้ไข
การบริหารจัดการ ตัวโรคเองยากมาก
การลดทอน ผลกระทบด้านต่างๆ รวมถึงเศรษฐกิจ มิให้ตกถึงประชาชนรุนแรงเกินไป ก็ยากไม่หยิ่งหย่อนกว่ากัน
แต่ในโจทย์ที่ว่ายากนั้น
ประชาชนกลับคาดหวังรัฐบาลของพวกเขาสูงมาก ในการช่วยปัดเป่า แก้ปัญหา
อาจสูงมากกว่าในสถานการณ์ปกติด้วยซ้ำ
กล่าวสำหรับรัฐบาลไทย ฝ่ายการเมือง นักวิชาการ หลายสำนัก เปรียบ โควิด เหมือนวัคซีน
สร้างเสริมเพิ่มภูมิคุ้มกันแกร่ง แก่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เครื่องมือที่งัดแก้ปัญหา ทั้ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.โรคติดต่อ
สามารถใช้สกัดกั้น เบรกม็อบนิสิต นักศึกษาได้เป็นอย่างดี และตัวสถานการณ์การแพร่ระบาด ก็มาขัดจังหวะ การจุดติด รวมพลังขับไล่รัฐบาลด้วย
ในทางการบริหาร โควิด ได้ช่วยกลบ ฝีมืออ่อนด้อย ของการบริหารจัดการ เศรษฐกิจ ปากท้องแบบรูทีน ที่ถูกตั้งคำถามมาตลอด ตั้งแต่ครั้งรัฐบาล คสช.
ดี-แย่ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก แม้เหมือนกันทุกประเทศ
แต่ข้อแตกต่างคือ ขาขึ้น เติบโตเกาะกลุ่มดีสุดแค่ปานกลาง ในขณะที่ขาลง ร่อแร่ ดิ่งแรง
อีกทั้งในปีที่เศรษฐกิจเติบโตนั้น อานิสงส์ไม่ได้ตกถึงคนยากจน คนส่วนใหญ่ของประเทศ กลับกระจุกตัว อยู่ที่เศรษฐีผู้มีอันจะกิน หรือที่เรียกกันว่า รวยกระจุกจนกระจาย
โควิดไม่เพียงแต่ช่วยรัฐบาล ให้ไม่ต้องเผชิญปัญหาม็อบ และลอยตัวเหนือปัญหาเศรษฐกิจ
โบ้ยโทษ ความเดือดร้อนทุกภาคส่วนเป็นผลพวงการระบาดทั้งสิ้น หาใช่จากการบริหารของรัฐบาลไม่เท่านั้น
การที่สามารถควบคุม การแพร่ลามได้เป็นอย่างดีในระยะแรก ยังสามารถนำมาอวดอ้างเป็นจุดแข็ง จุดขาย รัฐบาล
เมื่อไทยได้รับคำชม ติดเบอร์ต้นๆ ของโลก
การประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวดในระยะแรกนี่เอง ทำให้รัฐบาลประมาท
รู้ทั้งที่รู้ว่า โควิดมิได้หายไปจากโลกนี้ และประเทศไทย หากแต่ยังระบาด แต่กลับ การ์ดตก เจ้าหน้าที่รัฐย่อหย่อน
เกิดการระบาดครั้งสอง และครั้งสาม ตามมา
รู้ทั้งที่รู้ว่า คำตอบสุดท้าย คือวัคซีนเท่านั้น
แต่ก็ประเมินผิด คิดว่า ไม่จำเป็นต้องจัดซื้อ จัดหาจำนวนมากและอย่างรวดเร็ว ให้เพียงพอต่อการฉีด ตามหลักวิชาการ อย่างน้อยร้อยละ 70 ของจำนวนประชากร เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ หยุดการแพร่ระบาด
กลับตัดสินใจ สั่งซื้อแค่จำนวนพอใช้ อิงฐานระบาดครั้งแรกเท่านั้น
พึ่งมากระตือรือร้นสัปดาห์นี้
ไม่คิดรอบคอบ รับมือความเสี่ยง เผื่อความไม่แน่นอน ในกรณีเลวร้ายที่สุดเอาไว้ล่วงหน้า เพื่อให้มั่นใจว่า ไม่ว่าสถานการณ์รุนแรงเพียงใด
เครื่องมือที่เตรียมไว้เพียงพอ เอาอยู่แน่นอน
แต่คิดแบบโลกสวย พอใจที่ประสบความสำเร็จอยู่อย่างนั้น
เห็นรูปแบบการบริหารของรัฐบาลแล้ว นึกถึงหนังสือเจ้าสัว ธนินท์ เจียรวนนท์ “ความสำเร็จ ดีใจได้วันเดียว” ตำรามีชีวิต เบื้องหลังความสำเร็จของกลุ่มซีพี
และก็ทำให้คิดย้อนกลับไปว่า การบริหารเศรษฐกิจที่ผ่านมาของรัฐบาลก็เป็นแบบนี้หรือไม่
พอใจแค่ ตัวเลขบวก เติบโตพอ มาก-น้อยไม่เป็นไร ไม่คิดต่อ พอหล่อเลี้ยงประเทศ พลเมืองหรือไม่
การแก้ปัญหาทั้งโควิด และเศรษฐกิจ ดูจะคล้ายกัน รูปแบบการตั้งกรรมการก็ไม่ต่างกัน
ล้วนแต่เป็นพิมพ์ทรงเดียวกัน ไม่ว่าจะบริหารในสถานการณ์ปกติ หรือในยามวิกฤตคับขัน
ช่างน่าอัศจรรย์ใจอะไรเช่นนี้
จำลอง ดอกปิก

