สถานีคิดเลขที่ 12 : โลกใหม่กับความรู้ โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

สังคมไทยโฟกัสที่คนรุ่นใหม่เป็นพิเศษ

คงเพราะเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของสังคม ที่สำคัญ คนรุ่นใหม่ ไม่ยอมเก็บปากเก็บคำ ไม่ทำตัวเป็นเด็กดี พลเมืองดี ตามค่านิยมที่รัฐกำหนด

แต่วิพากษ์วิจารณ์ เคลื่อนไหวการเมือง ตั้งแต่ระดับโรงเรียน จนถึงมหาวิทยาลัย จนกระทั่งในองค์กรอาชีพต่างๆ

และเคลื่อนไหวอย่างจริงจัง ไม่กลัวคุกตะรางหรือการใช้กฎหมายสารพัด เสียงด่าทอ การดิสเครดิตต่างๆ ที่รัฐไทยงัดออกมาเล่นงานพลเมืองรุ่นเยาว์ของตนเอง

Advertisement

ลุงป้าน้าอาบางส่วนตกใจ รีบออกมาชี้แนะสั่งสอน ด้วยเชื่อว่าตัวเองรู้มากกว่า เด็กๆ โดนล้างสมอง ปั่นหัว

ไปอ่านในไลน์ แต่ละวันจะพบกระแสความคิดนี้อยู่ทั่วไป

ลุงป้าน้าอาอีกไม่น้อย ที่เข้าใจ เกิดการเชื่อมต่อความคิดความรู้และประสบการณ์กันไป

สิ่งสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่ แตกต่างอย่างมากกับคนรุ่นก่อนๆ คือ “ความรู้”

คนทุกรุ่น ใช้ความรู้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ในชีวิตการทำงานมาตลอด

โลกของเรา เกิดการก้าวกระโดดของการเรียนรู้ การแสวงหาความรู้ เมื่อมีการใช้อินเตอร์เน็ตอย่างกว้างขวางจากทศวรรษ 90 กระทั่งขึ้นมิลเลนเนียม ในปี 2000 หรือ 2543

รัฐประหาร 2549 เกิดขึ้นขณะที่ทั้งโลก เดินเข้าสู่ยุคใหม่ของเทคโนโลยี

ในปี 2549 หรือ 2006 เกิดนวัตกรรมที่มีผลต่อโลก เกิดขึ้น คือ ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ก ซึ่งตั้งเมื่อ 2004 เริ่มนิวส์ฟีด

ทำให้ผู้คนจำนวนมากได้รับข่าวสาร เห็นสถานการณ์ของทั้งโลก ระบบความสัมพันธ์ระหว่างคนเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ในทางการเมือง ขบวนการประชาธิปไตย ได้ใช้ประโยชน์เต็มๆ ในการเสนอความเห็นที่แตกต่างจากรัฐที่กุมอำนาจคือ อาหรับสปริงในปี 2011 หรือ 2554

แต่การเมืองไทยเดินสวนทางเข้าสู่สถานการณ์ที่จำกัดของรัฐประหาร 2549 และ ต่อมาคือ 2557

รัฐประหารไม่เป็นมิตรนักกับกระแสของเทคโนโลยีการสื่อสาร แต่การจำกัดก็ทำได้ยาก

ปี 2549 ที่มีรัฐประหาร ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในไทย มี 17.2% ของประชากร

15 ปีผ่านไป ถึงเดือน ม.ค.2564 คนไทยเข้าถึงอินเตอร์เน็ตเท่ากับ 69.5% จากประชากร 69.88 ล้านคน

เรียกว่าคนไทยมากมาย หันไปหานิวมีเดีย ใช้โซเชียลมีเดีย เข้าถึงแหล่งข้อมูลทางออนไลน์

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ความรับรู้ของคนไทยในปี 2549 กับ 2564 ต่างกันขนาดไหน

ถ้าครูอาจารย์ ให้นักเรียนทำรายงานเกี่ยวกับการเมืองไทย การเดินเข้าห้องสมุดโรงเรียนอย่างเดียว กับเสิร์ชในเน็ต ให้ผลที่ต่างกันมาก

คนรุ่นใหม่เติบโตมาอย่างนี้ หาความรู้ใหม่ๆ เปรียบเทียบสถานการณ์ต่างๆ ในประเทศกับต่างประเทศ

ดังนั้น รัฐไทยที่เห็นว่าคนรุ่นใหม่หลงผิด ก็ต้องมีความรู้ มีข้อมูลข้อเท็จจริงไปหักล้างคนรุ่นใหม่

เริ่มต้นจากคำถามเรื่องประชาธิปไตย ก็ไปยากแล้ว

ยิ่งเอาไปขัง จนติดโควิดไปตามๆ กัน ก็ยิ่งยากไปกันใหญ่

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image