ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีชาฟคาต มีร์ซีโยเยฟ ประเทศอุซเบกิสถานได้ดำเนินการปฎิรูประบบการสร้างเศรษฐกิจให้มีเสรีภาพและทันสมัย สร้างความมั่นใจในการพัฒนาอย่างยั่งยืนและบูรณาการไปสู่ความสัมพันธ์ต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งนโยบายนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการฟื้นฟูที่ไม่ใช่เพียงในประเทศเท่านั้น แต่ไปยังขยายไปทั่วในเอเชียกลาง
นโยบบายดังกล่าวเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ความร่วมมือกับประเทศคาซัคสถาน เติร์กมินิสถาน คีร์กิสถาน ทาจิกิสถาน รวมทั้งสร้างพันธมิตรทางนโยบายเชิงลึกกับประเทศอัฟกานิสถาน ซึ่งทีท่าทางการเมืองใหม่นั้นจะขึ้นอยู่กับความไว้วางใจที่เกิดขึ้นร่วมกันและการเป็นเพื่อนบ้านที่ดีในภูมิภาค โดยมีนโยบายสำคัญคือ
ประการแรก ปณิธานทางการเมืองที่แท้คือ การแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ในภูมิภาค การเจรจาปัญหาที่ร้ายแรงและการประนีประนอมที่สมเหตุสมผล ทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาสำคัญและมีอิทธิพลต่อความสอดคล้อง รวมถึงการพิจารณาความสนใจร่วมกันต่างๆ เช่น พรมแดน การใช้น้ำในภูมิภาค และแหล่งพลังงานต่างๆ

ประการที่สอง ทำให้ประเทศอุซเบกิสถานและประเทศในเอเชียกลางกลายเป็นภูมิภาคที่ดึงดูดและน่าสนใจในแง่ของเศรษฐกิจและการลงทุน ในปี 2016 มีรายได้ 302.8 พันล้าน USD แม้ว่าท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 การเติบโตของ GDP ในประเทศอุซเบกิสถานขยับขึ้นมาที่ 1.6 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขในท้ายปี 2020 ได้ลดลงไปที่ 2.5 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น 295.1 พันล้าน USD ส่วนในปี 2020 ที่ 57.6 พันล้าน USD GDP ของประเทศเติบโตขึ้นเช่นกัน
อย่างไรก็ตามปี 2016-2019 การลงทุนต่างประเทศไปยังภูมิภาคได้เพิ่มขึ้น 40 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น 37.6 พันล้าน USD ขณะเดียวกัน กลุ่มที่ปรึกษาบอสตันได้คาดการณ์ว่าจะมีมากถึง 170 พันล้าน USD สำหรับการลงทุนไปยังภูมิภาคต่างๆ ในอีก 10 ปีข้างหน้า
จากนโยบายเปิดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ของประธานาธิบดีชาฟคาต มีร์ซีโยเยฟ การท่องเที่ยวในประเทศอุซเบกิสถาน และประเทศในภูมิภาค ตั้งแต่ ปี 2016-2019 มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จาก 9.5-18.4 ล้านคน (อ้างอิงจากองค์การท่องเที่ยวโลกสหประชาชาติ) นักท่องเที่ยวต่างชาติได้เดินทางเข้าประเทศอุซเบกิสถานเพิ่มขึ้นถึง 27.3 เปอร์เซ็นต์ ประเทศคาซัคสถาน ร้อยละ 10
สิ่งนี้คือสัญญาณที่บ่งบอกว่าประเทศอุซเบกิสถานมีศูนย์กลางทางศาสนา เช่น ศูนย์การค้าคาซราติ อิมมาม สถานที่เก็บอัฐิของท่านโครานแห่งกาหลิบอุซแมนที่มีค่าของชาวมุสลิม หลุมฝังศพที่ใหญ่ที่สุดของนักเทววิทยาอิสลามที่ชื่อว่า มูฮัมมัด อัล บัคคารี หรือสถานที่ฝังศพของพี่น้องซุฟิสแห่งนาสบันดิยา

ในขณะเดียวกัน ประเทศอุซเบกิสถานได้สร้างความพยายามในด้านการท่องเที่ยวแสวงบุญ “ซิโยแรท” เรียนรู้ประวิศาสตร์ ศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม การนำเสนอการทำหนังสือเดินทางผ่านเข้าประเทศโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายมากถึง 5 วัน สำหรับนักเดินทางมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลกและประเทศไทย
ประการที่สาม การประชุมปรึกษาหารือของผู้นำในเอเชียกลาง ซึ่งริเริ่มโดยประธานาธิบดีของประเทศอุซเบกิสถาน สิ่งเหล่านี้สร้างความมั่นใจที่จะรับรองความมั่นคงในภูมิภาค แก้ไขปัญหาที่ยังคงขัดแย้งอยู่อย่างสันติ เพื่อผลประโยชน์ของภูมิภาค
ประการที่สี่ แนวโน้มการสร้างสายสัมพันธ์ในระดับภูมิภาคได้รับการประเมินในเชิงบวกและได้รับการสนับสนุนจากประชาคมโลก พันธมิตรภายนอกได้ค่อยๆ พัฒนาความเข้าใจว่าการกระตุ้นปฏิสัมพันธ์ในภูมิภาคนั้นเปิดโอกาสใหม่สำหรับการดำเนินโครงการที่มีแนวโน้มใหม่ที่ดีในเอเชียกลาง
นโยบายใหม่ของประธานาธิบดีชาฟคาต มีร์ซีโยเยฟ จึงมีส่วนทำให้เอเชียกลางเป็นภูมิภาคที่มั่นคง เปิดกว้างและกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องในภูมิภาเอเชียกลาง
จึงเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งคนไทยจำนวนมากได้รู้จักเข้าถึงประเทศอุซเบกิสถานมากขึ้นเรื่อยๆ และยังแสดงความสนใจ ไม่เพียงแต่ในด้านการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงธุรกิจการค้าและการลงทุนอีกด้วย เรายินดีและพร้อมที่จะมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ต่อความรู้สึกเหล่านี้ และสนับสนุนโครงการทางธุรกิจใดที่เกิดขึ้นระหว่างสองประเทศ
ปัจจุบันประเทศอุซเบกิสถานในเปิดโอกาสและจัดสรรสิทธิพิเศษต่อนักลงทุนและนักธุรกิจต่างชาติ เพื่อให้พวกเขารู้สึกถึงความปลอดภัยและความมั่นคงต่อการลงทุน ที่พวกเขาจะได้ผลกำไรอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
อาซิส อาลิเยฟ
กงสุลใหญ่ประจำสาธารณรัฐอุซเบกิสถานแห่งประเทศไทย

