หน้าแรก บทความ เราควรต้องชำร...

เราควรต้องชำระหนี้เล็กๆ น้อยๆ หรือไม่

31.05.21 | 17:10 น.

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นข้อคิดแก่ผู้บริโภคบางท่าน ที่อาจสงสัยว่า หากตนต้องตกอยู่ในฐานะการเป็นลูกหนี้จำนวนเล็กน้อย (1,000-5,000 บาท) จากการใช้บริการด้านการสื่อสารกับผู้ประกอบการธุรกิจทางด้านนี้ แล้วเกิดความคิดว่า เรามีความจำเป็นต้องใส่ใจที่จะต้องขวนขวายแบ่งเงินไปชาระหนี้นั้นให้เสร็จสิ้นหรือไม่ ในขณะที่อยู่ในภาวะเงินขาดมือหรือมีหนี้อย่างอื่นที่เห็นว่าเร่งด่วนและจำเป็นมากกว่า

คำถามนี้ผู้เขียนเคยเห็นผู้บริโภคหลายท่านถามทนายความทางออนไลน์อย่างหวาดหวั่นด้วยความที่ไม่รู้กฎหมายว่า ต้องชำระหนี้ประเภทนี้หรือไม่ ผู้ประกอบการเขาจะฟ้องคดีไหม ซึ่งแน่นอน ทนายความก็ต้องอาศัยประสบการณ์ที่ว่า หนี้ที่จะนำมาฟ้องคดีกันที่เคยเห็น มักจะมีจำนวนทุนทรัพย์เป็นหมื่นๆ ส่วนหนี้จำนวนพันก็ไม่น่าจะไม่ค่อยได้เห็น เพราะคงจะไม่คุ้มค่าทนายความหรือค่าใช้จ่าย จึงให้ค่าตอบแก่ผู้ถามว่า อย่าเป็นกังวลเลย ไม่ต้องไปชำระหรอก หนี้แค่นี้ผู้ประกอบการเขาไม่ฟ้องหรอก เพราะไม่คุ้ม นับว่าเป็นคำแนะนาของทนายความฝ่ายลูกหนี้ที่ดูแสนจะภาคภูมิใจ เพราะเป็นการให้คำแนะนำที่ลูกหนี้ถูกใจ อีกทั้งฟังแล้วก็น่าจะสบายใจดี

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคที่เป็นลูกหนี้พึงพิจารณาเรื่องนี้ให้รอบด้านและกว้างไกลให้มากกว่าเดิม เพราะก่อนที่ผู้เขียนจะมาทำงานตามวิชาชีพทนายความ ผู้เขียนเคยทำงานกับผู้ประกอบการด้านธุรกิจมาหลายด้านโดยเฉพาะในส่วนของสินเชื่อและการเร่งรัดหนี้ ทำให้เห็นว่า ในการเจรจาเรื่องหนี้สินจำเป็นต้องทำความเข้าใจสภาพของลูกหนี้ และควรชี้ให้ลูกหนี้เห็นประโยชน์ของการจัดการปัญหาหนี้สินให้เสร็จสิ้น แม้ว่าจะยังไม่สามารถชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นหรือเต็มจำนวน โดยยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้แบบประคับประคองจนเกิดประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย กล่าวคือ เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้และสามารถทำธุรกิจกับลูกหนี้ต่อไปได้

ขอย้อนกลับมาถึงลูกหนี้ที่กล่าวถึงนี้ เป็นการกล่าวเฉพาะเจาะจงสำหรับผู้บริโภคที่เป็นบุคคลธรรมดาและเป็นผู้ใช้บริการของผู้ประกอบการทางธุรกิจด้านการสื่อสารโทรคมนาคม กล่าวให้ชัด คือ ผู้ให้บริการด้านคลื่นโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีผู้บริโภครายย่อยที่ใช้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก และบางช่วงมีหนี้ค้างเป็นจำนวนไม่กี่พัน ซึ่งในยุคก่อนมีความจริงอยู่บ้างที่ผู้ประกอบการทางธุรกิจด้านนี้อาจปล่อยผ่านไป แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงโดยจำนวนหนี้ประเภทนี้มีจำนวนสูงขึ้น ซึ่งรวมถึงการแข่งขันกันระหว่างผู้ประกอบการก็มีสูงขึ้นด้วย ทำให้ผู้ให้บริการแต่ละรายจำต้องดิ้นรนหาทางลดต้นทุนด้วยการลดจำนวนหนี้

สูญและปรับปรุงการติดตามหนี้สินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในเรื่องการทวงหนี้นั้น ในยุคก่อนมีการทวงหนี้บัตรเครดิตด้วยวิธีการหลากหลายอย่างไม่มีขอบเขต เช่น การทวงถามโดยส่งทางไปรษณียบัตรเพื่อให้ได้รับความอับอาย หรือการแจ้งหนี้แก่ฝ่ายบุคคลหรือหัวหน้างานให้มากดดัน ซึ่งวิธีการเหล่านี้อาจได้ผลดีและมีการใช้เป็นจำนวนมาก โดยไม่ต้องอาศัยทนายความและใช้การคุกคามเป็นสำคัญ

Advertisement

ต่อมา เมื่อรัฐบาลเห็นปัญหาเช่นนี้ จึงต้องทำการจัดระเบียบด้วยการผลักดันให้มีการออกพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 มาควบคุมการทวงหนี้ที่ไร้ระเบียบและไม่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของลูกหนี้เช่นนี้ ทำให้การทวงถามหนี้ในปัจจุบันผู้ประกอบการจะใช้ทนายความในการทวงหนี้เป็นสาคัญ เพื่อให้การทวงหนี้มีหลักประกันว่า จะสอดคล้องกับกฎหมายทวงหนี้อย่างแน่นอน และน่าเชื่อได้ว่า การฟ้องคดีลูกหนี้รายย่อยน่าจะเป็นนโยบายที่สำคัญของผู้ประกอบการด้านการสื่อสารโทรคมนาคม เพราะบางรายเริ่มทำการฟ้องคดีผู้บริโภคด้วยทุนทรัพย์เพียงแค่ 3,000 บาท เท่านั้น ซึ่งการฟ้องคดีประเภทนี้ถือเป็นคดีผู้บริโภค เพราะแม้กฎหมายจะต้องการให้ผู้บริโภคฟ้องคดีผู้ประกอบการได้โดยง่ายก็ตาม แต่เมื่อผู้ประกอบการเป็นฝ่ายโจทก์ที่ฟ้องคดีผู้บริโภคบ้าง ก็ถือเป็นเรื่องง่ายเช่นกัน อีกทั้งไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่าย เช่น คดีแพ่งทั่วไป และเป็นคดีที่จำเลยมักจะไม่แต่งตั้งทนายความมาต่อสู้คดี เพราะค่าทนายความย่อมจะสูงกว่าจำนวนหนี้หรือทุนทรัพย์ที่ถูกฟ้อง

ในการตั้งรูปคดีของผู้ประกอบการ การตั้งทุนทรัพย์ของทนายความก็จะเรียกทั้งหนี้ประธานและหนี้อุปกรณ์ เช่น ดอกเบี้ย ค่าทนายความและค่าเสียหายต่างๆ ค่าอุปกรณ์ในการใช้อินเตอร์เน็ตเต็มตามมูลค่าเดิม ดังนั้น หากไม่มีทนายความจำเลยมาโต้แย้ง ศาลอาจไม่พิจารณาเป็นอย่างอื่น คือ อาจให้ตามฟ้องของโจทก์ที่ขอมาทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ยอดหนี้ตามคำพิพากษาสูงขึ้นตามคำขอท้ายฟ้อง จนคุ้มค่าต่อการบังคับคดีในการยึดทรัพย์หรืออายัดสิทธิต่างๆ ของจำเลย

ข้อพิจารณาประการสุดท้ายที่สำคัญ คือ แนวโน้มของสังคมที่มุ่งเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว ย่อมจะทำให้เกิดความจำเป็นต่อลูกหนี้ในการดำเนินธุรกิจหรือใช้สิทธิสวัสดิการของรัฐ ซึ่งต้องอาศัยการให้บริการของผู้ประกอบการธุรกิจด้านการสื่อสารโทรคมนาคมนี้เป็นสำคัญ การที่ไม่จัดการหนี้สินเพียงเล็กน้อยเช่นนี้ ก็อาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ตัวลูกหนี้ในภายหลังอย่างที่อาจคาดไม่ถึงได้ หากไม่รีบจัดการปัญหาหนี้สินเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ให้เป็นที่เรียบร้อย เพื่อประโยชน์ในการดำเนินชีวิตต่อไปในภายภาคหน้าของตน