หน้าแรก บทความ บทนำ : อย่าให...

บทนำ : อย่าให้เปล่าประโยชน์

3.06.21 | 11:45 น.
บทนำ : อย่าให้เปล่าประโยชน์ วันที่ 31 พฤษภาคมถึงวันที่ 2 มิถุนายน

บทนำ : อย่าให้เปล่าประโยชน์

วันที่ 31 พฤษภาคมถึงวันที่ 2 มิถุนายน สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงต่อสภาฯสรุปได้ว่า พ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 ตั้งงบไว้ 3.1 ล้านล้านบาท รัฐบาลใช้งบประมาณดังกล่าวเป็นเครื่องมือผลักดันนโยบายและมาตรการด้านต่างๆ เพื่อให้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ และจัดงบประมาณให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ ตลอดจนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

นายกรัฐมนตรีระบุว่า คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2564 จะขยายตัวร้อยละ 2.5-3.5 มีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก ตามความคืบหน้าการกระจายวัคซีนให้กับประชาชนในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลัก และผลจากการดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางเศรษฐกิจทั้งด้านการเงินและการคลังอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐและการกลับมาขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุน รวมถึงการปรับตัวตามฐานการขยายตัวที่ต่ำผิดปกติในปี 2563 แต่ก็ยังมีข้อจำกัดและความเสี่ยง ได้แก่ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19 ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะเดียวกัน คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในช่วงร้อยละ 1.0-2.0 ส่วนเศรษฐกิจไทยในปี 2565 น่าว่าจะขยายตัวร้อยละ 4.0-5.0 เสถียรภาพทางเศรษฐกิจในปี 2565 มีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ดี คาดว่าอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 0.7-1.7

สำหรับการจัดเก็บรายได้ ปีงบประมาณ 2565 คาดว่าจะสามารถจัดเก็บรายได้จากภาษีอากร การขายสิ่งของและบริการ รัฐพาณิชย์ และรายได้อื่น รวม 2.51 ล้านล้านบาท ลดลงร้อยละ 10.26 จากปีก่อน และหักการจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่มให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติมจำนวน 111,000 ล้านบาท คงเหลือเป็นรายได้สุทธินำมาจัดสรรเป็นรายจ่ายของรัฐบาล 2.4 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 13.8 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ

ด้านหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 31 มีนาคม 2564 มี 8,472,187.0 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 54.3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศซึ่งอยู่ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 60 ปัจจุบันฐานะเงินคงคลัง ณ วันที่ 30 เมษายน 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 372,784.3 ล้านบาท โดยรัฐบาลจะบริหารเงินคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และบริหารรายรับและรายจ่ายของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

Advertisement

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์แถลงงบประมาณให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฟัง ได้มี ส.ส.ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ โดยพรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วยกับการตัดงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ พรรคประชาธิปัตย์เป็นห่วงการก่อหนี้ พรรคฝ่ายค้านเปรียบเทียบงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขกับงบประมาณของกระทรวงกลาโหม เป็นต้น ทุกข้อมูลทุกความเห็น หากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถรวบรวมนำไปปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. หรือนำไปปรับปรุงในการบริหารงาน ย่อมเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ แต่ถ้าความเห็นและข้อมูลต่างๆ ที่ได้อภิปรายมาตลอด 3 วัน ไม่ได้รับความสนใจจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ก็เท่ากับว่าเวลา 3 วันที่ใช้ไปนั้นเปล่าประโยชน์ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย