สถานีคิดเลขที่ 12 : ตุ๊กตุ๊กVSคอนเทนเนอร์ โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

สองพี่น้อง ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งถือ เป็นเจ้าแห่งการตลาด

อย่างล่าสุด เราได้เห็น “การเมืองแบบตุ๊ก-ตุ๊ก” ผ่านอีเวนต์ งานวันเกิดของ อดีตนายกฯปู ที่กระทำในนาม “ติ่ง” อดีตนายกฯปู

ทำให้รูป น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมคำอวยพร และความคิดถึง ไปปรากฏหลังรถตุ๊ก-ตุ๊ก

ซึ่งแม้จะไม่กี่สิบคัน แต่ก็เป็นเทรนด์ และอยู่ในกระแสของคนรุ่นใหม่

ผสานไปกับ สเปรย์ฆ่าเชื้อ กลิ่นโคโค่ชาแนล ที่มีผู้ทำให้แจกแฟนคลับ ทำให้กลิ่นการเมืองหอมกรุ่นยิ่งขึ้นไปอีก

ตอกย้ำให้ โทนี วูดซัม และน้องปู พยายามให้อยู่ในกระแสความสนใจของสังคม

และคงจะมีอัตราเร่งถี่และมากยิ่งขึ้น ตามอัตราเร่งของกระแสการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่

ทั้งนี้ เพื่อให้ “พรรคเพื่อไทย” แม้จะไร้ซึ่งคนชินวัตร ตรึงอยู่ในใจของประชาชนให้ได้

แต่กระนั้น ถึงจะเป็น “เซียน” การตลาดอย่างไรก็ตาม จะวางใจว่าจะซื้อใจชาวบ้านได้เหมือนเดิม ไม่ได้อีกแล้ว

เพราะอีกฝั่งฟากของอำนาจ

แม้จะพลิกพลิ้วหรือหาจุดขาย จุดความสนใจ เก่งได้ไม่เท่าฝั่งฟาก “โทนี-ปู”

แต่ เจอการเมืองแบบตู้คอนเทนเนอร์

คืออยากขวางอะไรก็ยกเอาตู้เหล็กมาวางโครมลงต่อหน้าดื้อๆ

เป็นวิธีการดึกดำบรรพ์

แต่ก็สามารถสกัดฝ่ายตรงข้ามได้ซะอย่างงั้น

ดูอย่างเกม แก้ไขรัฐธรรมนูญ ล่าสุด

เป้าหมายของฝ่ายกุมอำนาจคืออะไร

คำตอบก็คือแก้วิธีเลือกตั้ง เป็นแบบ 2 ใบ เพราะเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพรรคการเมืองของฝ่ายตัวเอง

ก็เดินหน้าลุย ใช้พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการปูทางสู่อำนาจ ชิงเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ต่อการลุยเลือกตั้งทันที

ไม่ให้น่าเกลียดมาก ก็ประแป้งลวกๆ ด้วยการพ่วงประเด็นแก้มาตรา 144-มาตรา 185 ที่เปิดทางให้ ส.ส.สามารถเข้าไปเอี่ยวการจัดทำงบประมาณและแทรกแซงการบริหารงานของข้าราชการได้

โดยอ้างว่าเป็นขยายสิทธิของผู้แทนปวงชน

แต่แทงม้าผิดตัว ไม่เข้าป้าย ตรงกันข้ามกลับมีกระแสต่อต้านรุนแรง

จนเมื่อต้านกระแสไม่อยู่ โดยเฉพาะจาก “คนกันเอง” อย่าง ส.ว.ที่หาว่าจะทำลาย หลักการ “รัฐธรรมนูญปราบโกง”

ก็เลยกลับลำ กันดื้อๆ

โดยเราได้เห็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โชว์บทพระเอก “ไม่เอาการโกง”

ออกมาประกาศไม่แก้มาตรา 144-มาตรา 185 ซะงั้น

ไม่ต้องสนใจว่านี่เป็นข้อเสนอของพรรคแกนนำรัฐบาลที่ “พี่ป้อม” รับหน้าเสื่ออยู่

เดินหน้าฉีกทิ้ง โดยให้ ส.ว.ไม่รับหลักการ อย่างที่เราเห็น

แล้วก็ไปเลือกเอา ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เสนอแก้ไขระบบเลือกตั้ง เป็นแบบ 2 ใบแทน

ชนิดที่พรรคประชาธิปัตย์เองก็คงงง ที่อยู่ๆ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของตัวเองกลายมาเป็นร่างหลักซะอย่างนั้น

สะท้อนว่า ฝ่ายกุมอำนาจ ไม่สนหรอกว่า 2 รายทางจะเป็นอย่างไร

“พปชร.” จะเสียหน้า-เสียการเมืองอย่างไร ก็ไม่สน

ขอบรรลุผลแก้วิธีการเลือกตั้งได้ ก็พอใจ

แถมยังได้พ่วงอีกว่า เห็นไหมเราปกป้องรัฐธรรมนูญปราบโกง

ส.ว.ที่เป็นเป้าจะถูกปิดสวิตช์ กลายเป็นพระเอก ดื้อๆ ซะอย่างงั้น

และพระเอกที่ว่าก็พร้อมจะเป็นผู้ร้าย

สามารถล่มแก้รัฐธรรมนูญได้อีกในวาระ 2 วาระ 3 หากไม่พึงใจหรือมีเป้าหมายใหม่

ดังนั้นประชาชน อย่าถามว่าได้อะไรจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังเกิดขึ้น

การเมืองมึนๆ ดื้อๆ ด้านๆ แบบนี้

ทำให้ถึงพี่โทนีและน้องปูจะเก่งกาจการตลาดแบบไหนก็สู้ลำบาก

เพราะลอง หลับตานึก รถตุ๊ก-ตุ๊ก วิ่งชนตู้คอนเทนเนอร์

ใครจะอยู่ใครจะไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คอลัมน์ Taste Test : “แอร์แท็ก” เครื่องติดตามตัวจิ๋ว จาก “แอปเปิล”
บทความถัดไป‘ปัตตานี’ ป่วยสะสมยังพุ่ง นายกเล็กเมืองทุ่มงบฉีดวัคซีนให้ครบทุกคน เตรียมแผนรับมือล็อกดาวน์