ความเห็นที่กำลังได้รับความสนใจจากสังคม ได้แก่ ความเห็นจาก นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย ที่ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กและให้สัมภาษณ์ มีสาระสำคัญว่า รัฐบาลประกาศห้ามนั่งกินในร้านอาหาร 30 วันเริ่ม 28 มิ.ย. เพื่อคุมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และ 4 จังหวัดใต้ ส่งผลกระทบรุนแรงอีกครั้ง เพราะรายได้กว่า 90% ของร้านอาหารมาจากการนั่งในร้าน การสั่งห้ามแบบไม่เยียวยา เป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการหนักเข้าไปอีก และระบุว่า ทราบว่าคำสั่งนี้มาจากแพทย์ที่อ้างว่ามีผู้สูงอายุเปิดแมสก์กินอาหารในร้านติดเชื้อโควิดถึงเสียชีวิต การเปิดแมสก์กินอาหารจึงอันตรายที่สุด ให้ซื้อกลับไปกินได้อย่างเดียว
นายกสมาคมภัตตาคารไทยเสนอว่า ให้รัฐบาลลดเงินเดือนนักการเมืองและข้าราชการทั่วประเทศ 5-10% เป็นเวลา 1-3 เดือน เพื่อนำเงินมาช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาจากการระบาดของโควิด-19 เพราะหากยังรับเงินเดือนปกติ ก็ไม่มีทางเข้าใจคนที่เดือดร้อนจากรายได้ลดลง แต่ภาระค่าใช้จ่ายยังเท่าเดิม คนทำร้านอาหารกำลังจะอดตายจริงๆ เพราะเจอปัญหามากว่าปีครึ่งแล้ว ส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลาง ขอกู้เงินไม่ได้เพราะติดเครดิตบูโร ธนาคารก็ต้องการเฉพาะลูกค้าประวัติดี ที่รัฐบาลสามารถช่วยได้ทันทีคือหางบประมาณ ซื้อข้าวกล่องจากร้านอาหารวันละ 200,000 กล่อง กล่องละ 50 บาท เท่ากับใช้เงินวันละ 10 ล้านบาท หรือเดือนละ 300 ล้านบาท ช่วยพยุงร้านอาหารในช่วง 1 เดือนนี้ก่อน นำไปแจกคนงานแคมป์ก่อสร้างที่สั่งปิดไปด้วย ขณะนี้ผู้ประกอบการร้านอาหาร รายเล็ก รายกลาง รายใหญ่ เจอเหมือนกันหมด เหมือนโดนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ซ้ำๆ กัน 4-5 หน ตายก็ไม่ตาย นอนพะงาบๆ รอเวลาตายอย่างเดียว
การประกาศมาตรการล่าสุดของรัฐบาลเมื่อตอนดึกของคืนวันที่ 26 มิ.ย. สร้างความรู้สึกขมขื่นให้ประชาชนหลายประการ สิ่งสำคัญคือ ประชาชนกำลังรู้สึกว่า รัฐบาลที่ขับเคลื่อนด้วยวิธีคิดวิธีทำงานแบบราชการ ไม่เข้าใจและเข้าไม่ถึงความทุกข์ร้อนของประชาชนที่ต้องหากินวันต่อวัน ไม่มีวันหยุด ออกคำสั่งตามใจชอบ ไม่คำนึงถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้น ขณะที่นักการเมืองก็มีบทบาทเป็นปากเป็นเสียงน้อยเกินไป ดังนั้น ผู้นำในภาครัฐต้องเร่งทำงานแบบไม่มีวันหยุด แก้ปัญหาวัคซีนและเยียวยาทุกเรื่องที่เป็นผลกระทบจากเรื่องวัคซีนและการบริหารงานของรัฐบาลเอง

