เข้าสู่เดือนกรกฎาคม สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยยังคงรุนแรง นับตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมต้นเดือนเมษายนจนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อสะสม 225,652 คนมีผู้เสียชีวิตสะสม 1,970 ราย มีผู้ป่วยแล้วหายป่วยสะสม 177,638 คน ณ วันนี้การติดเชื้อยังคงอยู่ โดยวันที่ 29 มิถุนายน ศบค.แถลงผู้ติดเชื้อใหม่ จำนวน 4,662 คน เสียชีวิตเพิ่ม 36 ราย และหากมองย้อนกลับไปตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา ถือว่าจำนวนผู้ติดเชื้อยังเป็นขาขึ้น และยังไม่มีใครรู้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อที่มีจำนวนสูงสุดเกินกว่า 5 พันคนในวันเดียวจะสามารถควบคุมให้ลดลงเป็นปกติได้เมื่อใด
สถานการณ์การระบาดในประเทศขณะนี้มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น นอกจากเชื้อไวรัสตัวเดิมแล้ว ยังมีไวรัสสายพันธุ์ต่างๆ ที่กลายพันธุ์จากพันธุ์เดิม ขณะนี้ประเทศไทยมีทั้งเชื้อเดลต้า เชื้อเบต้า เชื้ออัลฟ่า เชื้อไวรัสที่กลายพันธุ์นี้มีความสามารถแตกต่างกัน บางสายพันธุ์ระบาดเร็ว แต่รุนแรงน้อยกว่า บางสายพันธุ์รุนแรงกว่า แต่ระบาดช้า ซึ่งประสิทธิภาพของไวรัสเหล่านี้ทางการแพทย์ต้องหาวิธีการยับยั้ง เพื่อให้การควบคุมโรคมีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งหมายถึงการมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่เพียงพอ แต่ดูเหมือนความต้องการวัคซีนของโลกมีมาก ทำให้ประเทศไทยมีวัคซีนไม่เพียงพอที่จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่
ขณะที่วัคซีนมีไม่เพียงพอ ภูมิคุ้มกันหมู่ยังไม่เกิดขึ้น การระบาดของเชื้อสายพันธุ์ต่างๆ กระจายไปทั่ว ทำให้จำนวนผู้ป่วยมากขึ้น ผู้เสียชีวิตเพิ่มจำนวนไม่หยุด รัฐบาลต้องใช้วิธีการควบคุมด้วยการประกาศให้หยุดทำกิจกรรมที่รวมหมู่ และปิดพื้นที่เสี่ยง ซึ่งขณะนี้มีคำสั่งปิดแคมป์แรงงานใหญ่ใน 6 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม และยังห้ามรับประทานอาหารภายในร้าน มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อรายได้ของประชาชน กระทั่งรัฐบาลต้องใช้งบประมาณเยียวยา
การดำเนินการต่อสู้กับโรคระบาดโควิด-19 ของไทยมีมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ใช้วิธีการต่างๆ ทั้งล็อกดาวน์ทั้งประเทศ ทั้งปิดพื้นที่เสี่ยงเฉพาะจุด ทั้งการเยียวยาด้วยการจ่ายเงินให้ประชาชน รวมไปถึงการกระตุ้นการใช้จ่ายด้วยมาตรการต่างๆ การเผชิญหน้ากับโรคโควิด-19 ยืดเยื้อยาวนาน ทำให้บางธุรกิจอยู่ไม่ได้ ท้อแท้ เหนื่อยหน่าย บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ที่ต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยง ก็เหนื่อยล้า เช่นเดียวกับรัฐบาลที่ตกอยู่ในความเครียดมาตั้งแต่เกิดโรคระบาดมาจนถึงบัดนี้ ทำให้การแก้ปัญหายากยิ่งขึ้น ดังนั้น รัฐบาล ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ต้องรีบหยุดยั้งสถานการณ์นี้ด้วยกัน มิเช่นนั้นสิ่งที่เราเคยภาคภูมิใจว่าไทยเป็นประเทศที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคจะหมดสิ้น โดยมีความโกลาหลในสังคมอุบัติขึ้นมาแทน

