หน้าแรก บทความ บทนำ : ใช้งบใ...

บทนำ : ใช้งบให้เหมาะสม

7.07.21 | 11:07 น.
บทนำ : ใช้งบให้เหมาะสม ที่ประชุมสภาผู้แทนฯ รับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ

ที่ประชุมสภาผู้แทนฯ รับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ก่อนนำขอความเห็นชอบต่อสภาในวาระ 2-3 ต่อไป ก่อนรับหลักการ ที่ประชุมสภาได้อภิปรายแสดงความห่วงใยว่าได้จัดสรรงบประมาณ สำหรับดูแลผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีต่อประชาชนอย่างเหมาะสมหรือไม่อย่างไร และวิพากษ์วิจารณ์งบจัดซื้ออาวุธ รวมถึงงบจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ ที่เคยเป็นข่าวเกรียวกราวเมื่อปี 2563 กรรมาธิการและกองทัพเรือเห็นชอบให้ชะลอไปก่อน

เร็วๆ นี้ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ประธานอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์และ ICT ใน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2565 เผยว่า ได้ขยับเวลาพิจารณาเรือดำน้ำออกไป 1 สัปดาห์ และตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่าอนุ กมธ.จะพิจารณา โดยยึดโยงกับปัจจัยต่างๆ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และความเห็นของประชาชน โดยยึดประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นหลัก ไม่อยากให้มีดราม่าทางการเมือง ต้องดูที่มาและเหตุผล หากมีสัญญาผูกพัน เลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องดูว่ามีวิธีอย่างไร พร้อมระบุว่าใครมาบังคับการทำงานของเราไม่ได้ กระแสสังคมและประชาชนรับฟังได้ แต่ไม่อยากให้มากดดันการทำงาน จะซื้อหรือไม่ซื้อ สุดท้ายอยู่ที่ที่ประชุมสภาว่าจะมีความเห็นเป็นอย่างไร

การแพร่ระบาดของโควิดในปีนี้ หนักหน่วงกว่าปี 2563 มาก ประชาชนไม่พอใจการตัดสินใจของรัฐบาลในเรื่องวัคซีนและการบริหารวิกฤต ทำให้เริ่มเกิดความห่วงใยว่าจะมีการขอจัดซื้อเรือดำน้ำในปีนี้หรือไม่ ก่อนหน้านี้นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กรรมาธิการวิสามัญงบประมาณ ซึ่งมีบทบาทวิพากษ์วิจารณ์การจัดซื้อเรือดำน้ำในปี 2564 จนต้องชะลอไป เผยว่าในปีนี้มีการตั้งงบจัดซื้อเรือดำน้ำ แต่ในเอกสารที่เข้าสู่สภา ระบุเพียงว่ามีการผูกพันงบประมาณ และตั้งเพจชี้แจงความจำเป็นที่จะต้องมีเรือดำน้ำ พร้อมกับชี้ว่าสถานการณ์ปีนี้ไม่เอื้ออำนวยต่อการจัดซื้ออาวุธ รวมถึงเรือดำน้ำ และแนะนำให้กองทัพเรือทำโพลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ถือเป็นคำท้วงติงที่ผู้เกี่ยวข้องควรรับฟังและเข้าใจถึงความอ่อนไหวของความรู้สึกของประชาชนในขณะนี้