หน้าแรก บทความ บทนำ : ‘ยาแรง...

บทนำ : ‘ยาแรง’อีกครั้ง

10.07.21 | 11:19 น.
บทนำ : ‘ยาแรง’อีกครั้ง รัฐบาลเตรียมประกาศมาตรการเข้มงวด

รัฐบาลเตรียมประกาศมาตรการเข้มงวด หลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตพุ่งสูง จนคาดหมายว่าอาจจะป่วยติดเชื้อถึงวันละ 1 หมื่นคน ในสัปดาห์หน้า กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำข้อเสนอให้รัฐบาลประกาศจำกัดการเดินทาง จำกัดการเข้าใช้สถานที่ จำกัดการรวมตัวของคนจำนวนมากที่อาจเป็นเหตุให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโดย ศบค.ชุดใหญ่จะประชุมพิจารณา ก่อนเสนอครม.อนุมัติต่อไป ขณะที่ภาคธุรกิจยังเกรงว่าจะเกิดการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดเหมือนปี 2563 ซึ่งทำให้เศรษฐกิจของประเทศเสียหายอย่างหนัก เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป ที่เกรงว่ามาตรการต่างๆ จะทำให้การทำธุรกิจ การประกอบอาชีพมีปัญหา หรือถึงกับต้องสูญเสียอาชีพ

ประเทศไทยมีบทเรียนและประสบการณ์จากการใช้ยาแรงในลักษณะต่างๆ ตั้งแต่เกิดการระบาดในปี 2563 และเคยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ในระลอกแรกๆ แต่ไม่สามารถยืนระยะอย่างต่อเนื่องได้ ด้วยสาเหตุความผิดพลาดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดชกมวย การนำคนงานเถื่อนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามา การเที่ยวสถานบันเทิง ฯลฯ จนกลายเป็น “ระลอกที่ 4” ในขณะนี้เป็นการแพร่ระบาดที่รุนแรง เนื่องจากผู้ป่วยมีจำนวนมาก เกิดการขาดแคลนเตียง อุปกรณ์การแพทย์ บุคลากรอ่อนล้าอิดโรยจากภาระการทำงานต่อเนื่องนับปี การจัดการปัญหารอบนี้ด้วยมาตรการเข้มงวด จึงมีความอ่อนไหวในตัวเอง รัฐบาลน่าจะต้องแก้ปัญหา โดยรับฟังความเดือดร้อนของทุกฝ่าย และโอบอุ้มทุกฝ่ายให้มากเท่าที่จะทำได้

การล็อกดาวน์ที่จะยกระดับจากเซมิล็อกดาวน์หรือซอฟต์ล็อกดาวน์ จะต้องกระทำอย่างจำแนก โดยเลือกปิด หรือจำกัดเฉพาะจุดที่มีปัญหา ไม่เหมาเข่งหรือเหมารวม การรับฟังความคิดเห็นของชุมชน คนในพื้นที่ และตัวแทนประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ ต้องให้ความสำคัญกับภาคประชาชน ภาคธุรกิจ รับฟังเสียงสะท้อนและข้อเสนอแนะต่างๆ จะยิ่งช่วยให้แก้ปัญหา ได้ตรงจุดมากขึ้น ที่ขาดไม่ได้คือต้องมียาต้านเชื้อ และวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อยุติข้อขัดแย้งและให้ประชาชนได้ฉีดอย่างจริงจังกว้างขวาง รวมถึงการตรวจเชิงรุกอย่างจริงจัง ระดมความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่เอาโรคระบาดมาเป็นเครื่องมือหาเสียงเพื่อให้ประเทศไทยออกจากล็อกดาวน์กลับสู่ความเป็นปกติได้ในที่สุด