เดินหน้าชน : เรียนออนไลน์น่าห่วง โดย นายด่าน

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังไม่มีแนวโน้มจะคลี่คลายในเร็ววันนี้ ด้วยยอดผู้ป่วยที่ยังพุ่งสูงหลักหมื่นรายมากว่า 1 อาทิตย์ ผู้เสียชีวิตเกินกว่า 100 คนต่อวัน

ทำให้โรงเรียนทั่วประเทศยังไม่สามารถเปิดเรียนได้ตามปกติ มีแนวโน้มที่จะเป็นเช่นนี้ไปตลอดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 หรือถ้าเลวร้ายสุดอาจจะตลอดทั้งปี

การเรียนการสอนในสถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้กำหนดรูปแบบจัดการเรียนการสอนเอาไว้ 5 รูปแบบ เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่การระบาดที่แตกต่างกันไป 1.On-site เรียนที่โรงเรียน โดยมีมาตรการเฝ้าระวังตามประกาศของ ศบค.

2.On-air เรียนผ่านมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือดีแอลทีวี 3.On-demand เรียนผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ

4.On-line เรียนผ่านอินเตอร์เน็ต และ 5.On-hand เรียนที่บ้านด้วยเอกสาร เช่น หนังสือ แบบฝึกหัดใบงาน ในรูปแบบผสมผสาน หรืออาจใช้วิธีอื่น

แม้โรงเรียนส่วนใหญ่จะเคยจัดการเรียนการสอนในช่วงของการระบาดรอบแรกๆ มาแล้ว ปัญหาต่างๆ ที่พบก็น้อยลง

โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดใหญ่ โรงเรียนที่อยู่ในเขตเมือง นักเรียนมีความพร้อมทางด้านอุปกรณ์การเรียน เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สัญญาณไวไฟ การจัดการเรียน จึงไม่น่ากังวล

ที่น่าห่วงคือ โรงเรียนขนาดเล็กในระดับประถมศึกษากว่าหมื่นแห่งทั่วประเทศ ที่พบว่ามีความไม่พร้อม และเจอปัญหาค่อนข้างมากในช่วงแรก แม้ ศธ.จะเข้าไปช่วยเหลือ แต่ก็ยังพบว่ามีปัญหาอยู่อีกจำนวนมาก

ที่เป็นปัญหามากสุดคือ ความไม่พร้อมของนักเรียนและผู้ปกครอง การเข้าไม่ถึงระบบอินเตอร์เน็ต ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ทำให้เกิดปัญหาในการเรียนออนไลน์

ซึ่งเป็นรูปแบบการสอนที่ถูกนำมาใช้ในช่วงนี้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

ครูโรงเรียนขนาดเล็ก ใน จ.นครราชสีมา สะท้อนปัญหาว่า ได้เลือกใช้รูปแบบการเรียนการสอนตาม 5 แนวทางของ ศธ.แต่ก็ยังพบปัญหาเยอะ อย่างการเรียนทางไกล On-air หลายบ้านไม่มีทีวี ไม่มีกล่องรับสัญญาณ ทางเขตพื้นที่เคยมาสำรวจข้อมูลเป็นรายบ้าน แต่ก็ไม่ได้จัดหากล่องรับสัญญาณอะไรมาให้

แนวทางตอนนี้แค่ให้นโยบายครูต้องจัดการเรียนแบบผสมผสานกันไปเอง แก้ปัญหากันไปเอง เด็กหลายคนที่ทั้งครอบครัวไม่มีมือถือ ไม่มีอุปกรณ์ที่จะเรียนออนไลน์ ก็ต้องนำแบบฝึกหัดไปให้ทำ ความเข้าใจในเนื้อหาก็จะน้อยกว่าการเรียนออนไลน์

การจัดการเรียนออนไลน์จะยืดหยุ่นมาก เด็กที่มีความพร้อมจะให้เรียนไปก่อนในรอบแรกของแต่ละวัน จากนั้นจะมาเก็บตกสอนออนไลน์ช่วงเย็นให้เด็กกลุ่มที่รอใช้มือถือของผู้ปกครองที่กลับจากทำงาน

ในสถานการณ์เช่นนี้แค่ต้องการให้เด็กได้เข้ามาเรียนได้มากที่สุด ความคาดหวังเรื่องคุณภาพทางวิชาการนั้นคงยาก โดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดเล็ก

ทีดีอาร์ไอ เคยนำเสนอรายงานเรื่อง “ผลกระทบของการปิดโรงเรียนช่วงโควิด-19 ต่อพัฒนาการเด็ก” โดยรวบรวมมาจากงานวิจัยในต่างประเทศ การวิจัยในไทย น่าห่วงว่าการปิดโรงเรียนเป็นระยะเวลานาน นอกจากจะส่งผลเสียต่อการพัฒนาการเด็กยังส่งผลให้อัตราของเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษาเพิ่มสูงขึ้นด้วย

ในประเทศไทยรายงานโดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้ประมาณการณ์จำนวนเด็กกลุ่มเสี่ยงที่ 7 แสนกว่าคน ที่มีโอกาสหลุดออกจากระบบการศึกษาในช่วงการระบาดของโควิด-19 เนื่องจากครอบครัวขาดรายได้ ไม่มีเงินพอที่จะสนับสนุนให้บุตรหลานเรียน

การทดแทนการเรียนการสอนรูปแบบปกติด้วยการเรียนการสอนระบบทางไกลเป็นระยะเวลานานมีผลต่อความรู้ และการพัฒนาของเด็กในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กด้อยโอกาส ซึ่งมีปัญหาด้านความพร้อมในการเรียนทางไกล

ทั้งในเรื่องของความพร้อมด้านอุปกรณ์ในการสื่อสารที่จำเป็นต่อการศึกษาทางไกล และความพร้อมของผู้ปกครองด้านเวลา และความรู้ที่จะช่วยเป็นครูผู้ช่วยสอนบุตรในการเรียนทางไกล

หากการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์โควิดยังอยู่ในสภาพเช่นนี้ ปัญหาต่างๆ ยังไม่ได้รับการแก้ไข ศธ.ไม่มีการวางแผนกันในระยะยาวแล้ว

น่าห่วงว่าการระบาดของโควิดจะยิ่งทำให้คุณภาพการศึกษาไทยวิกฤตเพิ่มขึ้นอีก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กัปตัน-แม่ โอดไร้การเหลียวแลกระสุน ควักเนื้อกว่าสิบล้าน เปิดใจต่อสู้ลุยโอลิมปิก
บทความถัดไปโครงการพัฒนาระบบการจัดทำทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ