คอลัมน์เดินหน้าชน : ‘บิ๊กตู่’ซีซั่นสุดท้าย
ผมหวนนึกถึงซีรีส์ “The Kingdom” เป็นซีรีส์เกาหลียอดฮิตเกี่ยวกับ “ผีดิบ” เป็นเรื่องสมมุติเกิดขึ้นในยุคสมัยโชซอนที่ผู้ปกครองคิดจะแย่งชิงและรักษาอำนาจของตัวเองไว้ โดยในช่วงแรกไม่สนใจในการจัดการโรคระบาดโรคทำให้คนเป็นผีดิบอย่างจริงจัง จนโรคแพร่ระบาดไปทั่วรับมือไม่ไหว ผู้ปกครองโชซอนก็ประกาศล็อกดาวน์เมืองเซจูโดยที่ไม่มีการเตือน คนในห้ามออกคนนอกก็ห้ามเข้า เมื่อทำเรื่องกะทันหันขาดการเตรียมการล่วงหน้า และไม่มีการเยียวยาใดๆ ทำให้ชาวโชซอนเดือดร้อนไปทุกหัวระแหง ขณะที่คนออกไปทำงานด่านหน้าก็ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อเผชิญหน้ากับโรคระบาดผีดิบโดยลำพัง ชาวบ้านต้องล้มตายอย่างน่าอเนจอนาถใจ จนชาวบ้านทนไม่ไหวต้องร้องตะโกนด่าผู้ปกครองโชซอนที่ไม่เหลียวแล เหมือนไม่ได้ยินเสียงความเดือดร้อนทุกข์เข็ญประชาชน
ยิ่งมาเปรียบเทียบกับยุครัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กำลังขับเคลื่อนประเทศด้วยเสียงด่าของประชาชนนั่นแทบไม่ต่างกัน หลายเรื่องในภาวะวิกฤตโควิด-19 ต้องใช้วิธีการกดดันทางสังคมเพื่อให้รัฐบาลหันมาฟังและแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
นับตั้งแต่ความบกพร่องในการจัดหาวัคซีนเพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน หากชาวบ้าน นักการเมือง สื่อมวลชน ไม่ช่วยก่นด่าหรือกดดัน รัฐบาลนี้คงไม่คิดจะขยับสั่งซื้อไฟเซอร์ หรือไฟเขียวให้องค์การเภสัชกรรมจัดหาวัคซีนโมเดอร์นาแทน รพ.เอกชนเพื่อเป็นวัคซีนทางเลือกในภาวะขาดแคลนอย่างหนัก
รัฐบาลทำตัวเหมือนลิงแก้แห นอกจากไม่ทำให้สถานการณ์ระบาดดีขึ้น แต่ถึงวันนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อเกือบแตะ 2 หมื่นคนต่อวัน คนตายมาก 100 กว่ารายทุกวัน แต่รัฐบาลทำงานเหมือนไม่ยินดียินร้าย เห็นภาพนายกฯทำงานแบบราชการ สั่งข้าราชการให้เวิร์กฟรอมโฮม ตัวนายกฯเองในฐานะผู้นำก็ทำเหมือนกัน นายกฯต้องหยุดทุกเสาร์-อาทิตย์ ครม.ต้องประชุมทุกวันอังคาร หากติดวันหยุดราชการก็เลื่อนประชุม ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ตามปกติสัปดาห์ละครั้ง
ในขณะที่ภาพของประชาชนกำลังเข้าสู่ภาวะสิ้นหวัง ภาพคนตายอยู่ริมถนน บนฟุตปาธ มีให้เห็นเป็นที่น่าสลดใจ ภาพของคนรอเตียง รอการรักษามาเป็นสิบวัน อาการจากสีเขียวเป็นสีเหลือง กลายเป็นสีแดง อดรนทนไม่ได้ จนตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเอง ภาพของกู้ภัยที่ส่งคนป่วยตระเวนไปโรงพยาบาลต่างๆ เพราะไม่มีเตียง สุดท้ายต้องเสียชีวิต เพราะเรามีผู้นำทำงานเชิงรุกไม่เป็น วิ่งไล่ตามปัญหา ติดการทำงานแบบราชการจนเคยตัว ไม่ยอมเสี่ยงตัวเองลงพื้นที่ วันๆ รอแต่รับรายงานจากข้างล่าง
จน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องออกมากระทุ้งว่า “วันนี้ถ้าผมเป็นนายกฯ แล้วเงินเดือนไม่ใช้ 3 เดือน จะไปซื้อชุดพีพีอีลงสนาม ใส่ชุดพีพีอีลงไปดูผู้ป่วย ไปเยี่ยมเลย รับรองวิ่งกันฉิบหายไปหมด งานก็จะไปได้ แต่วันนี้นายกฯ work from home เป็นนายกฯอะไรวะ work from home ถ้าเป็นผมไม่เคยกลัวอะไร ตอนมีหวัดนก ผมก็กินไก่ให้ดู หรือเหตุการณ์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็บุกไปนอนในพื้นที่ โดยไม่ให้รู้ตัว อย่าไปกลัวอะไรทั้งสิ้น ตายคาตำแหน่งนายกฯเพราะทำงาน โลกสรรเสริญ แต่ตายเพราะเขาไล่ไม่ไป ก็แย่หน่อย”
ขณะเดียวกัน นายกฯซึ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จภายใต้กฎหมาย 31 ฉบับ แต่สั่งการอยู่ภายใต้ระบบระเบียบราชการจนกลายเป็นอุปสรรคการทำงานในภาวะวิกฤตเช่นนี้
สิ่งที่สะท้อนให้เห็นชัดเจนที่สุด คือโพสต์เฟซบุ๊ก นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าฯสมุทรสาคร คนเคยเป็นผู้ป่วยโควิด-19 ผ่านจุดความเป็น-ความตายมาแล้ว ต้องออกกระตุ้นเตือนว่า “ถ้าระเบียบทำให้ประชาชนต้องตายเพราะไม่มีที่กักตัว โปรดจงก้าวข้ามระเบียบนั้น แล้วบอกว่า ต้องทำ เพราะผมเป็นคนสั่งเอง ให้มันรู้ไปว่าระเบียบกับความตาย อะไรสำคัญกว่า”
เช่นเดียวกับด่านหน้าแพทย์ พยาบาล บุคลากร มีภารกิจหนักอึ้ง บางคนต้องล้มหมอนนอนเสื่อ ติดโควิด-19 เป็นคนไข้เสียเอง หวังจะได้ฉีดวัคซีนดีๆ เพื่อเป็นเกาะป้องกันการทำงาน เมื่อมีวัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับบริจาคมาสหรัฐ ก็ต้องออกมากระทุ้งเรื่องการกระจายที่ต้องโปร่งใสและเป็นธรรม ในภาวะที่ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในความโปร่งใสของรัฐบาลนี้
ในขณะที่ผู้ชมกำลังรอซีรีส์ “The Kingdom” ในซีซั่น 3 อย่างใจจดจด แต่วันนี้คนไทยเห็นตรงกันว่า ไม่อยากชม “รัฐบาลบิ๊กตู่” ในซีซั่นต่อไปอย่างแน่นอน …
โกนจา

