หน้าแรก บทความ บทนำ : อย่าให...

บทนำ : อย่าให้เป็นเฟคนิวส์

26.08.21 | 11:14 น.
บทนำ : อย่าให้เป็นเฟคนิวส์ ปฏิกิริยาของสังคมที่มีต่อข้อความประชาสัมพันธ์

ปฏิกิริยาของสังคมที่มีต่อข้อความประชาสัมพันธ์ของข้อมูลข่าวสารทางการเรื่องความคืบหน้าการฉีดวัคซีนที่คืบหน้าเข้าสู่ 50 ล้านคน ซึ่งหวังว่าจะทำให้ประเทศไทยเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้นมา กลายเป็นข้อกล่าวหาเรื่องเฟคนิวส์ไปเสียแล้ว เพราะวัคซีนที่ฉีดนั้นมีหลากหลายปัจจัยที่ต้องแจกแจง และมีข้อข้องใจหลายอย่างว่าจะนำไปสู่การเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้จริงหรือไม่

เริ่มต้นเรื่องจำนวนวัคซีนที่ฉีดและนำมาประชาสัมพันธ์นั้นเป็นผลรวมการฉีดวัคซีนที่ไม่ได้แยกแยะว่าจำนวนคนที่ฉีดวัคซีนเข็ม 1 เท่าไหร่ ฉีดวัคซีนแล้วเข็ม 2 เท่าไหร่ และในจำนวนที่ฉีดวัคซีนเข็ม 2 แล้วนั้นมีปริมาณเพียงพอจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้หรือยัง นอกจากนี้ยังมีคำถามว่าหากเป็นการฉีดวัคซีนยี่ห้อซิโนแวคกับซิโนแวคมาเกินกว่า 4 เดือนแล้ว จะอยู่ในจำนวนที่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้จริงหรือ รวมไปถึงคำถามเกี่ยวกับสายพันธุ์เดลต้าที่มีการระบาดเร็วนั้น ยังคงคาดการณ์จำนวนผู้ฉีดวัคซีนร้อยละ 70 ของประชากรจึงจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่เหมือนเดิม หรือต้องขยายเป็น 85 เปอร์เซ็นต์ หรือ 100 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรกันแน่

ข้อโต้แย้งจากสังคมในกรณีนี้ พิสูจน์ได้ว่าสังคมไทยติดตามและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนมาพอที่จะตั้งข้อสงสัยต่อข่าวสารที่ทางการประชาสัมพันธ์ออกมาได้ ดังนั้น การให้ข้อมูลข่าวสารของทางการเกี่ยวกับกรณีวัคซีนจำเป็นต้องยกระดับ อาทิ ต้องให้รายละเอียดมากขึ้นต้องตอกย้ำข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องบ่อยๆ และต้องมีหลักวิชาในการนำเสนอที่น่าเชื่อถือ เช่น คำถามพื้นฐานที่ว่าคนที่ฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม แม้ภูมิคุ้มกันจะลดลงมาก แต่การป้องกันการป่วยหนักและการเสียชีวิตยังมีประสิทธิภาพเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะอะไร หากประสิทธิภาพลดลงการบูสต์โดสเข็มที่ 3 จะช่วยได้แค่ไหน เป็นต้น

เช่นเดียวกับการฉีดวัคซีนที่กำลังดำเนินการอยู่ หากสามารถบ่งบอกระยะเวลาที่จะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้ก็น่าจะประมาณการ เช่น หากฉีดวัคซีนซิโนแวคเข็มแรกแล้วอย่างไรเสียก็ต้องฉีดวัคซีนเข็มที่สองภายใน 3 สัปดาห์ ทำให้คำนวณได้ว่าจะมีผู้ได้รับวัคซีน 2 เข็มช่วงไหน ปริมาณผู้ที่จะได้รับวัคซีนเข็มที่สองมากน้อยเพียงใด จะมีผลต่อการเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในพื้นที่ใด หรือเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในประเทศไทยได้เมื่อใด อย่างไรก็ตาม การให้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ นั้นต้องยืนอยู่บนหลักแห่งความเป็นไปได้ และสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงเพราะหากข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่ออกมาถูกมองว่าเป็นเฟคนิวส์ ความไว้วางใจต่อข่าวสารของทางการอาจกลายเป็นปัญหาในการสื่อสารของภาครัฐต่อไป