เพจเฟซบุ๊กชมรมแพทย์ชนบท โพสต์ข้อความกรณีรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่า อย่าเพิ่งรีบดีใจ จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดส่วนหนึ่งเพราะการตรวจคัดกรองน้อย ข้อสังเกตสำคัญในการดูตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่คือ จำนวนการตรวจคัดกรองด้วยวิธีอาร์ทีพีซีอาร์ หากตรวจน้อยย่อมจะพบผู้ติดเชื้อใหม่น้อย ปัจจุบันการนับยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่นับจากอาร์ทีพีซีอาร์เท่านั้น ไม่นับผลจากการตรวจแอนติเจน เทสต์ คิท หรือเอทีเค ระบบการรายงานการตรวจเอทีเคของประเทศยังไม่ลงตัว ที่น่าสนใจคือ ยอดตรวจอาร์ทีพีซีอาร์ ลดลงเรื่อยๆ จากเดิมเฉลี่ย 70,000 รายต่อวัน ช่วงสัปดาห์นี้เหลือเพียง 47,485 ราย แน่นอนว่าตรวจลดลงก็ย่อมพบผู้ติดเชื้อลดลง คาดว่าเมื่อเปิดให้ประชาชนเคลื่อนย้ายเดินทาง การติดเชื้ออาจเพิ่มขึ้นมาได้อีกระลอก จึงต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง
การบันทึกจำนวนผู้ที่ติดเชื้อโดยตรวจพบจากการใช้เอทีเคเป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะนับวันยิ่งมากขึ้น เพราะประชาชนซื้อชุดตรวจมาตรวจด้วยตนเองจำนวนมาก และมีการพบเชื้อ แต่ไม่ชัดเจนว่ามีการบันทึกเข้าในระบบหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีแพทย์ที่ลงไปตรวจด้วยวิธีการใช้เอทีเค ดังที่มีข่าววว่า ทีมแพทย์ชนบทลงพื้นที่ตรวจประชาชน ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีจำนวนมากกว่า 3-4 แสนราย เฉลี่ยวันละ 2-3 หมื่นราย ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขกำลังเตรียมจัดระบบรายงานผล ซึ่งเท่ากับว่า ตัวเลขการติดเชื้อในแต่ละวัน ยังไม่สะท้อนภาพจริงของการแพร่ระบาด และอาจมีผลต่อความรับรู้ของประชาชนที่อาจคิดว่าสถานการณ์โควิดคลี่คลายลงแล้ว
หลังจากใช้มาตรการ “ยาแรง” มาตลอดล่าสุดรัฐบาลมีแนวคิดให้ประชาชนปฏิบัติตัวอย่างเข้มงวด เพื่อจะใช้ชีวิตปกติท่ามกลางการแพร่ระบาด ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจ และธุรกิจต่างๆ ดำเนินต่อไปได้ โดยเริ่มคลายล็อกดาวน์จังหวะแรก เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นแนวคิดที่ดี แต่จะต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง ที่สำคัญที่สุด ต้องให้ประชาชนทราบสถานการณ์จริงว่า ตัวเลขการติดเชื้อ การเสียชีวิต อยู่ในจุดไหน จะได้ช่วยกันเตรียมรับมือ หากเกิดการระบาดอีกระลอกที่อาจจะติดตามมา หลังจากรัฐสั่งผ่อนคลาย

