สะพานแห่งกาลเวลา : ‘ไข้หวัดใหญ่’กับ‘โควิด-19’ โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

เมื่อเร็วๆ นี้มีรายงานการศึกษาวิจัยที่คาดการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา เผยแพร่ออกมา 2 ชิ้น

ทั้งสองชิ้นมี นายแพทย์ มาร์ค โรเบิร์ตส์ ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการทดลองพลวัตสาธารณสุข จากมหาวิทยาลัยพิตส์เบิร์ก เป็นนักวิชาการอาวุโสในการเขียนรายงานผลการทดลองเหมือนกัน

ชิ้นแรกเป็นของ อี คเยือน นักวิจัยหลักปริญญาเอกของมหาวิทยาลัย อีกชิ้นเป็นของ แมรี ครอแลนด์ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อคาดการณ์การแพร่ระบาด จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน

ทั้ง 2 ชิ้น ได้ผลสรุปตรงกันว่า ในปีนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาจะรุนแรงมากกว่าปกติอยู่มากรายงานชิ้นแรก คาดการณ์เอาไว้ว่าในฤดูกาล
ไข้หวัดใหญ่ครั้งนี้ ซึ่งคาบเกี่ยวอยู่ระหว่างปลายปี 2021 จนถึงปี 2022 จะมีผู้ป่วยที่มีอาการหนักถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มมากกว่าฤดูกาลปกติ ระหว่าง 100,000 ถึง 400,000 คน

ในสถานการณ์ที่ร้ายแรงที่สุด รายงานนี้คาดว่าจะมีผู้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่รุนแรงในสหรัฐอเมริกามากกว่า 900,000 คน ซึ่งสูงมาก

รายงานชิ้นที่สอง คาดการณ์ว่าจำนวนผู้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาจะเพิ่มขึ้นราว 20 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปริมาณการป่วยในฤดูกาลทั่วๆ ไป

ย้ำไว้ด้วยว่า เด็กๆ ที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบลงมา จะมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อและมีอาการรุนแรงมากเป็นพิเศษ เพราะเด็กๆ เหล่านี้ไม่เคยได้สัมผัสเชื้อมาก่อนนั่นเอง

เหตุผลที่สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาจะรุนแรงมากกว่าปกติในฤดูกาลไข้หวัดใหญ่ปีนี้นั้น เชื่อมโยงอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างชัดเจน

เมื่อปีที่ผ่านมา ในสหรัฐอเมริกามีการบังคับใช้มาตรการป้องกันโควิด-19 ระบาดกันหลายประการ ตั้งแต่การรักษาระยะห่าง, การปิดโรงเรียน, การสวมหน้ากากป้องกัน และลดการเดินทาง ลดการไปมาหาสู่กัน

ผลก็คือ การระบาดของไข้หวัดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาลดลงมหาศาลมาก สถิติของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่ต้องเข้าโรงพยาบาลลดลงมาเหลือเพียง 4 คนต่อ 100,000 คน

เทียบกับปกติที่มีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 70 คนต่อประชากร 100,000 คน ต่างกันลิบลับ

จำนวนผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่ผ่านมาลดลงถึง 95 เปอร์เซ็นต์

แต่ในข้อดี ก็มีข้อเสียแฝงอยู่ นั่นคือ ทำให้คนอเมริกันเป็นจำนวนมหาศาล พลาดโอกาสที่จะสร้างภูมิคุ้มกันไข้หวัดใหญ่ (ด้วยการติดเชื้อ) หรือฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อมาตรการต่างๆ ที่ใช้เพื่อยับยั้งโควิด-19 ที่เคยช่วยป้องกันการระบาดของไข้หวัดใหญ่ ไปด้วยในตัว ถูกยกเลิก แล้วบังเอิญถึงฤดูกาลของ
ไข้หวัดใหญ่พอดิบพอดี

มาตรการป้องกันก็ไม่มี ภูมิคุ้มกันที่ควรจะมีก็ไม่มี นั่นหมายความว่า ไข้หวัดใหญ่ในฤดูกาล 2021/2022 ที่จะถึงนี้ จะส่งผลรุนแรงมากเป็นพิเศษอย่างที่พบในผลการวิจัยนั่นแหละครับ

คุณหมอโรเบิร์ตส์เตือนเอาไว้ว่า ในกรณีที่ร้ายแรง สหรัฐอเมริกาอาจจะเผชิญกับ “ทวินแพนเดมิค” คือทั้งโควิด ทั้งไข้หวัดใหญ่ ไปพร้อมๆ

ส่วนที่หนักหนาสาหัสที่สุด หากเกิดกรณีเช่นนั้นขึ้นก็คือ บรรดาแพทย์และพยาบาลทั้งหลายนั่นเอง

ในเมืองไทยเรา ฤดูไข้หวัดใหญ่จะมาถึงในหน้าหนาว ซึ่งใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว

สถานการณ์ในเมืองไทยก็คล้ายๆ กับในสหรัฐอเมริกา รายงานของศูนย์ไข้หวัดใหญ่แห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุว่า การระบาดของไข้หวัดใหญ่ในไทยเมื่อปีที่แล้ว ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างมากเช่นเดียวกัน

โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-6 มิถุนายน ปีที่แล้ว พบผู้ป่วยเพียง 271 ราย น้อยลงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เพราะมาตรการเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิดนั่นแหละครับ

คำถามที่ชวนให้คิดก็คือ ในบ้านเราปีนี้ ไข้หวัดใหญ่จะระบาดหนักกว่าปกติเหมือนอย่างที่เขาคาดการณ์กันในสหรัฐอเมริกาหรือเปล่า

เพราะมาตรการป้องกันโควิด-19 ของเราก็ทำกันแบบไม่ค่อยเคร่งครัดกันเต็มทีแล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon