สู้ต่อไป

สู้ต่อไป

สู้ต่อไป

เป็นไปตามคาดหมายจริงๆ เมื่อการเมืองเรื่องกติกา มารยาท ใครมีมือมากกว่าชนะ ยังมีอิทธิพลเหนือความจริง
ผลการลงคะแนนไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กับอีก 5 รัฐมนตรี ผ่านไปได้ แม้หัวหน้ารัฐบาลจะได้คะแนนรองบ๊วยก็ไม่มีผลอะไร ขอเพียงชนะเกินครึ่งก็แล้วกัน

แม้ว่าข้อกล่าวหาและสาระการอภิปรายของพรรคฝ่ายค้านโดยภาพรวมทำได้ดี ตอกย้ำความผิดพลาดในการแก้ปัญหาวิกฤตโควิด-19 จนจำนวนคนป่วย คนตายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตายคาบ้าน ตายคาเตียง ตายข้างถนนระเนระนาด ครอบครัวพังทลาย เด็กกำพร้าพ่อแม่มากมาย 369 ราย ความน่าสลดหดหู่นี้ยังไม่มากพอที่จะดลใจ ส.ส.รัฐบาลให้เลิกสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ไปได้

คำอภิปรายในรายละเอียด การวางแผน ดำเนินนโยบายบริหารจัดการวัคซีน การจัดซื้อ มีเงื่อนงำส่อทุจริต เกิดส่วนต่างราคา ขณะที่การกระจาย
การฉีดเกิดความเหลื่อมล้ำ เล่นเส้น ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่เมื่อฝ่ายค้านไม่สามารถเข้าถึงหลักฐานและเอามายืนยันได้ ข้อกล่าวหาจึงยังมีฐานะระดับข้อสงสัย

ถึง ส.ส.รุ่นใหม่ หัวหน้าพรรคก้าวไกลติดตามสืบหาข้อมูลทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ แฉเบื้องหลังการดำเนินงานของรัฐบาลซึ่งไม่เป็นเอกภาพระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับกระทรวงการต่างประเทศได้อย่างชัดเจนมีน้ำหนัก แต่ก็ไร้ค่าในสายตาของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลอีกเหมือนเดิม แม้แต่กลุ่ม ส.ส.กบฏในฝ่ายค้านเองที่ยกมือไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์และรัฐมนตรีรายอื่นๆ กับบางส่วนงดออกเสียงหน้าตาเฉย

เมื่อการเมืองในสภาเป็นเช่นนี้ จึงคาดหวังความเปลี่ยนแปลงที่ดีเป็นไปได้ยาก ถึงจะเรียกร้องให้ยุบสภาคืนอำนาจการตัดสินใจไปให้ประชาชนชี้ขาดอีกครั้ง ก็ยากที่ พล.อ.ประยุทธ์และฝ่ายสนับสนุนจะเลือกหนทางนี้

การยอมรับข้อเสนอยุบสภาท่ามกลางสภาพความบอบช้ำอย่างหนักทั้งในและนอกสภาก็เท่ากับฆ่าตัวตายเท่านั้นเอง ทำให้โอกาสกลับมาอีกครั้งยิ่งยากไปใหญ่

ทางออกที่น่าจะเป็นมากกว่าก็คือการปรับคณะรัฐมนตรี ยืดเวลาต่อไปอีก 2 ปีจะครบวาระ ถึงช่วงนั้นการยุบสภาก่อนจบเล็กน้อยมีทางเกิดขึ้นมากกว่า

ที่ พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันเป็นมั่นเหมาะก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจและการลงมติ ว่าปรับ ครม. ยุบสภา ไม่มีอยู่ในความคิดจึงเป็นแค่เกมการเมืองวันต่อวันในช่วงนั้น เพื่อสยบความเคลื่อนไหวในพรรคแกนนำพลังประชารัฐซึ่งส่ออาการไม่ค่อยพอใจผลงานของรัฐมนตรีกระทรวงหลักโดยเฉพาะมหาดไทย

ขณะที่เลขาธิการพรรคยังนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯอยู่เช่นเดิม ทั้งๆ ที่ระดับที่เหมาะสมกับตำแหน่งแม่บ้านรัฐบาลต้องว่าการกระทรวงใหญ่เกรดเอ ถึงจะคู่ควรกับภารกิจและบารมีทางการเมือง

รอยร้าวในพรรคพลังประชารัฐส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากวลี “ผมจะคุยกับหัวหน้าคนเดียวเท่านั้น” ของทั้งคู่ ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จนเกิดรายการนัดพบ เคลียร์ใจ เคลียร์คะแนนก่อนโหวตลงมติ ทำให้ผลการลงคะแนนไว้วางใจอุ้ม พล.อ.ประยุทธ์ต่อไป ยังไม่มีใครยอมเปิดเผยสัญญาใจซึ่งเป็นความลับระหว่างกันอยู่เพื่อรอจังหวะเวลาและเงื่อนไขที่จะเกิดขึ้นต่อไปเท่านั้นเอง

เกมทำนองนี้ง่ายและเป็นไปได้ไม่ยาก เคยเกิดขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า ใครคนใดคนหนึ่งขอลุกจากเก้าอี้ด้วยเหตุผลโน่นนี่ เปิดช่องให้หัวหน้ารัฐบาลเขย่าใหม่ก็แค่นั้น

ถามว่าจบเกมซักฟอกด้วยผลเหมือนเช่นเคยชาวบ้านได้อะไร ระบบการเมืองไทยได้อะไร สังคมไทยได้อะไร

สิ่งที่ได้คือ ได้รับรู้พฤติกรรม คุณภาพการทำงานและความคิดทางการเมืองของแต่ละคน แต่ละฝ่าย ได้ความรู้ ความเข้าใจ สะสมความตื่นตัวต่อไป เป็นเครื่องมือในการเลือกตั้งครั้งหน้า ปี 2566

ประชาธิปไตยท่ามกลางความหลากหลายเป็นความสวยงาม ต้องใช้เวลา ความอดทนและสันติวิธี เพื่อให้การเมืองมีเสถียรภาพและคุณภาพยิ่งขึ้นๆ

เมื่อกติกาหลักยังไม่สมบูรณ์และเป็นธรรม การเมืองในสภาและบนท้องถนนยังไม่สามารถเอาชนะอำนาจนิยม ประชาธิปไตยจอมปลอมได้ การเลือกตั้งครั้งใหม่ใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ เลือกพรรค เลือกคน ส.ส.เขต 400 คน บัญชีรายชื่อ 100 คน

เป็นโอกาสของประชาชนอีกครั้ง ผลจะออกมาอย่างไรก็ตามเป็นเรื่องอนาคต

แม้กติกาย้อนยุค 250 มือจากการแต่งตั้งมีสิทธิโหวตตัวนายกรัฐมนตรียังคงอยู่ จะโหวตตรงข้ามกับเจตนารมณ์ของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างไรก็ได้ เป็นเรื่องที่ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยและความเป็นธรรมจะสรุปบทเรียนจากประสบการณ์ภายใต้ระบบอำนาจนิยม 7 ปีที่ผ่านมา ควรตัดสินใจลงคะแนนอย่างไร เพื่อให้ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์เกิดขึ้นจริง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon