ภาพเก่าเล่าตำนาน : K-Pop คลื่นลูกยักษ์จาก…เกาหลีใต้ โดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

ขอโอบกอด เจาะลึกกระแส ความดังของ “คุณลิซ่า” ครับ…

เธอคือศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปที่ประเทศเกาหลีใต้ ได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลกแบบไม่ต้องไปเขียนเชียร์ ลีลา ท่าทาง ท่าเต้น เสียง ภาพประกอบ ผู้ร่วมแสดงมีไฟหมุนรอบตัว วูบวาบ สุดแสนเร้าใจ

“คนรุ่นเก่า” เช่นผู้เขียน “ยอมรับ” ในศิลปะ นวัตกรรมการแสดงรูปแบบใหม่ๆ ไม่ลังเลใจที่จะตัดสินว่า “เก่งเหลือเชื่อ”

เธอได้รับการฝึกฝนอย่างหนัก ไต่ระดับขึ้นมาไม่หยุด

เมื่อประจักษ์ต่อความสามารถ ต้องมองว่า ไปยังไง มายังไง?

ในช่วงปี 1980 รัฐบาลเกาหลีใต้กำหนดแนวทางการสร้างคลื่น ผลิตกระแส “เกาหลีฟีเวอร์” ขึ้นมา เพื่อส่งออก นี่คือหลักกิโลเมตรที่ 1 เป็นข้อมูลสำคัญยิ่งยวด

ผู้เขียนได้ยิน “แบบขำๆ” และคิดในใจว่า หน้าตาจืดๆ ท่าทาง ลีลา แบบนี้…คงไปได้ไม่กี่น้ำ เป็นเรื่องตลกร้าย เจ๊งแน่นอน

กาลเวลาผ่านไป เริ่มเห็นกระแส คนไทยหันไปดูหนังเกาหลี มีการเช่า ซื้อ ขอยืมแผ่นซีดี ครั้งละ 10-20 แผ่น ดูหนังซีรีส์เกาหลี พระเอก นางเอก หน้าตาสวย-หล่อ

เพลง ศิลปิน ลีลา ท่าทาง ของนักร้องไทย มีเงาของศิลปินเกาหลีทาบทับอยู่ มากขึ้น และมากขึ้น

ชัดเจนที่สุด หนุ่ม-สาวไทย แอบไปทำหน้า ทำจมูก แปลงโฉมในเกาหลี ช่วงแรกก็ปกปิด ต่อมาต้องออกมาเปิดเผยว่าไปทำหน้า ทำตา ทำทุกอย่างจากเกาหลี หล่อ-สวย กลับมา คนแถวบ้านจำไม่ได้

รัฐบาล เอกชน เกาหลี คิด-ทำอะไร ทำไมคนไทยคลั่ง แม้กระทั่ง “หมูกระทะเกาหลี”

คุณลิซา คือหนึ่งในผลผลิต “คลื่นเกาหลี” เธอมีพรสวรรค์ ล้นเอ่อเพียบพร้อมด้วยตัวเองอยู่แล้ว ได้รับการคัดเลือกจากนโยบาย แผนงานของรัฐบาลเกาหลีที่ตั้งใจทำมานาน…

มันเป็นไปได้ยังไง …สำหรับเกาหลีใต้ “ดินแดน” ที่ (ในอดีต) แสนจะน่าเวทนา สมเพช ยากจน…

ลองดูแผนที่ของ “คาบสมุทรเกาหลี” ที่แสนจะเย้ายวนใจในแง่ของที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ การทำมาค้าขาย ความมั่นคง มั่งคั่ง

นับร้อยปีที่ผ่านมา …ชาวญี่ปุ่นหลายล้านคนที่ไปอยู่บนเกาะในทะเลนานนับพันปี เต็มไปด้วยภยันตรายจากธรรมชาติ ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว พายุ น้ำท่วม

ชาวอาทิตย์อุทัย “มองหา” แผ่นดินที่จะเป็นแหล่งพำนักบนแผ่นดินใหญ่ ญี่ปุ่น คิดการใหญ่ แบบห้าวเป้ง …จะเป็นมหาอำนาจ

กองทัพญี่ปุ่น ยกกำลังไปทางเรือ ทำสงครามกับชาวเกาหลีเพื่อจะยึดดินแดน “ชาวกิมจิ” แบบดื้อๆ

ชาวเกาหลี (ขณะนั้นยังไม่แบ่งเป็นเหนือ-ใต้) สู้ยิบตา ทหารญี่ปุ่นโหดครับ…สังหารชาวเกาหลีแบบสนุกมือ ศักยภาพทางทหารกว่าเกาหลีมากหลายขุม

ยกทัพไป 2 รอบ บดขยี้เกาหลีแบบแหลกละเอียด กองทัพลูกซามูไร ย่ำยีบีฑาชาวเกาหลีแบบน่าเกลียด

ญี่ปุ่น…ปกครองเกาหลีแบบอาณานิคม 35 ปี นำชาวเกาหลีใส่เรือมาเป็นแรงงานทาสบนเกาะญี่ปุ่นนับแสน

แผลเหวอะหวะในใจของชาวเกาหลี คือ การนำหญิงสาวมาเป็นทาสความใคร่ หญิงบริการ (Comfort Girl) ซึ่งสตรีเกาหลีเหล่านี้ในปัจจุบัน (พ.ศ.2564) ยังมีชีวิตอยู่ พวกเธอนำเรื่องราวที่น่าขยะแขยงมาบอกสังคมโลก รัฐบาลญี่ปุ่นต้องตามไปเยียวยา ขอโทษ

ระหว่างการยึดครอง ญี่ปุ่นอพยพครอบครัวชาวญี่ปุ่นเกือบ 100,000 ครอบครัว ไปตั้งรกรากในเกาหลี… แย่งยึดที่ดิน

ทหารญี่ปุ่นจับตัวชาวเกาหลีเกือบ 7 แสนคน ใส่เรือไปทำงานหนักเพื่อสร้างความมั่งคั่ง ยั่งยืนให้ญี่ปุ่น

ชนชาติบนเกาะแห่งนี้ ถือตนว่ามี “กำเนิด” มาจากพระ
อาทิตย์ทะเยอทะยาน มีศักดิ์เหนือกว่าชนชาติอื่นทั้งปวง

ญี่ปุ่น…ต้องการลบเกาหลีออกจากแผนที่โลก

นักประวัติศาสตร์มองย้อนกลับไป วิเคราะห์ว่า …วันนั้นเกาหลีล้าหลัง ยากจน ดักดานสุดสุด โดยเฉพาะเรื่อง “การศึกษา” ของชนในชาติ

ญี่ปุ่นกร้าว ห้าวหาญ ถึงขนาดสั่ง “เปลี่ยนชื่อประเทศ” บังคับให้ชาวเกาหลีพูด ใช้ภาษาญี่ปุ่น ลบ ล้างประวัติศาสตร์เกาหลีทิ้ง ตั้งใจที่จะล้างสมอง เปลี่ยนความคิดเป็น… “แผ่นดินเกาหลีไม่เคยมีจริง”

แม้กระทั่งจีน ก็อยากยึดครองคาบสมุทรเกาหลี

ช่วงเวลานั้น ญี่ปุ่น “เกเร-เบียดเบียน” สังหารประชาชนเพื่อนบ้านแบบ ไร้ความปรานี แม้กระทั่งแผ่นดินจีนก็โดนญี่ปุ่นเข้าไปยึดครอง

ไม่มีใครกล้าแหยมกับมหาอำนาจเลือดบูชิโด

กองทัพเรือลูกซามูไร ยังไปทำศึกรบชนะกองเรือโซเวียตอีกต่างหาก

กลับมาประเด็นหลักใน “เกาหลี” ครับ…

7 ธันวาคม 2484 กองทัพอากาศญี่ปุ่นบินไปถล่มกองเรือสหรัฐที่อ่าวเพิร์ล มลรัฐฮาวาย อเมริกาแค้นจัด ประกาศสงคราม ก่อเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา สงครามโลกครั้งที่ 2

กองทัพญี่ปุ่นต้องถอนตัวออกมาจากเกาหลีและจีน

วันที่ 6 และวันที่ 9 สิงหาคม 2488 อเมริกานำปรมาณู 2 ลูก ไปหย่อนใส่เกาะญี่ปุ่น 2 เมือง คนตายนับแสน ญี่ปุ่นยอมแพ้สงคราม

คาบสมุทรเกาหลี คือ ดินแดนเปรียบกับ “สาวงาม สวยสะพรั่ง “ ที่มิเคยไร้หมู่ภมรมาดอมดม

15 สิงหาคม ค.ศ.1945 สงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงสมบูรณ์

มหาอำนาจโซเวียตและสหรัฐอเมริกา ได้เข้าไปตรึงกำลังในแผ่นดินเกาหลี …ด้วยเหตุผล คือ ยึดเกาหลีมาจากญี่ปุ่นที่แพ้สงคราม

แผ่นดินเกาหลี …ถูกแบ่งที่เส้นขนานที่ 38 กลายเป็น 2 ประเทศ

“เกาหลีเหนือ” ดูแลโดยโซเวียตและจีน และ “เกาหลีใต้” ดูแลโดยอเมริกา

ชาวเกาหลี ญาติพี่น้องร่วมสายโลหิต ต้องแยกกันอยู่เด็ดขาด

แผ่นดินเกาหลียัง พินาศ เจ็บปวด ไม่สุดปลายทาง

25 มิถุนายน 1950 กองทัพจีนและเกาหลีเหนือนับแสนนาย รถถัง ปืนใหญ่ บุกลงใต้ข้ามเส้นขนาน 38 ทะลุถึง “กรุงโซล”

กรุงโซล…กลายเป็นซากเน่า ชาวเกาหลีตายนับแสน

ทหารเกาหลีใต้ที่ด้อยกว่าในเชิงปริมาณ และอาวุธ ถอยกรูดทิ้งเมืองหลวง กองทัพเกาหลีเหนือ จีน กำลังทางอากาศของโซเวียตตามบดขยี้บี้ไล่ลงทิศใต้…เกาหลีใต้กำลังสิ้นชาติ สิ้นแผ่นดิน

อเมริการีบกระโจนเข้ามาช่วย รัฐบาลไทยประกาศเป็นชาติที่ 2 เข้าช่วยตามการร้องขอของสหประชาชาติ ส่งทหารไปร่วมรบ

อเมริกาเชิญชวนชาติต่างๆ เข้าไปทำศึก ไปรบกันชิงกรุงโซล

เมืองหลักๆ ในเกาหลีใต้ เละเป็นกองขี้เถ้า…คนตายเป็นล้าน

27 กรกฎาคม 1953 อเมริกาและพันธมิตรผลักดันทหารเกาหลีเหนือและทหารจีน ให้ถอยกลับขึ้นไปเหนือเส้นขนาน 38

ผู้เขียนสาธยายมายาวยืด เพื่อจะบอกว่า เกาหลีใต้ คือ นรกบนดิน บ้านเมือง ประชาชน การเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ ความยากจน มีแต่ซาก น่าสมเพช

“ทหารไทย” ที่ไปร่วมรบในสมรภูมิเกาหลี กลับมาเล่าให้ลูกหลานฟังว่า น่าสงสารคนเกาหลี ไม่มีอะไรจะกิน รัฐบาลไทยต้องบริจาค “ข้าวสาร” ใส่เรือไปให้ เด็กนักเรียนต้องพึ่งพาการบริจาคอาหารจากต่างประเทศ เช่น นมผง อาหาร

ในช่วงทศวรรษ 1950 และ 1960 เกาหลีใต้ยากจนที่สุดในระดับเดียวกับประเทศเอเชียใต้และแอฟริกา “สงครามเกาหลี” ทำลายล้างประเทศ เศรษฐกิจพังทลาย

มีนักวิชาการ สนใจศึกษาว่า…เกาหลีใต้ฟื้นขึ้นมาได้ยังไง

ในช่วงทศวรรษ 1950 แผนเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ได้รับการออกแบบ ภายใต้การดูแลของอเมริกา รวมทั้งกองทุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่างประเทศของญี่ปุ่น

ในทศวรรษที่ 1960 เกาหลีใต้ภายใต้การนำของประธานาธิบดีปาร์ก จุง ฮี (Park Chung-hee) ได้เปิดตัวแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และในไม่ช้าเศรษฐกิจก็เริ่มผงกหัว การเมืองมีเสถียรภาพ

ญี่ปุ่นเอง ก็เป็นทั้ง “ผู้ทำลาย” และ “ผู้สร้าง”

บริษัทสิ่งทอและอิเล็กทรอนิกส์ของญี่ปุ่นจำนวนมาก เริ่มย้ายโรงงานไปยังเกาหลีใต้ จ้างชาวเกาหลีเป็นพนักงาน พวกเขาได้รับความรู้ ซึ่งในที่สุดก็มีส่วนช่วยในการก่อตั้งบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ของเกาหลีที่เป็นเจ้าของ

รัฐบาลเกาหลีใต้มาถูกทาง ให้ความช่วยเหลือในการให้ทุนแก่กลุ่มธุรกิจ เช่น Samsung และ LG โดยให้เงินอุดหนุนและเงินกู้จำนวนมาก รวมทั้งอุตสาหกรรมหนัก เช่น การต่อเรือขนาดยักษ์

ยากแค้น แทบไม่มีอะไรจะกิน หล่อหลอมชาวเกาหลีใต้ให้แข็งแกร่ง ทำงานหนัก เกาหลีใต้ฟื้นขึ้นจากหลุม

นักวิชาการตั้งชื่อ เหตุการณ์เปลี่ยนผ่าน ผีลุกขึ้นมาจากหลุม ว่า “ปาฏิหาริย์ของแม่น้ำฮั่น” (Miracle on the Han River)

(แม่น้ำฮั่น คือ แม่น้ำสายหลักของเกาหลีใต้)

เกาหลีใต้เติบโตอย่างรวดเร็ว รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งออก สิทธิแรงงาน การแข่งขันในตลาดต่างประเทศ รักษาค่าแรงต่ำ

มีอุปสรรค ขวากหนามไม่น้อย แต่ก็ฝ่าฟันไปได้

ช่วงเวลาดังกล่าว การฟื้นคืนด้านวัฒนธรรม การร้อง รำ ทำเพลง ก็ฟื้นคืนชีพมาแบบค่อยเป็นค่อยไป ในแนวคิดแบบผสมผสานตะวันตก

ทหารอเมริกัน ชาวตะวันตกทั้งหลาย คือ “ตัวแบบ”

ในปี 1966-1981 รัฐบาลสหรัฐส่งอาสาสมัคร Peace Corps จากอเมริกามาถึงเกาหลีใต้ กระจายกันไปในเมือง ชนบท ในฐานะครูและในฐานะตัวแทนของสังคมอเมริกัน

อาสาสมัครหนุ่มสาวเกือบ 2,000 คน ได้อาศัยและทำงานร่วมกับครอบครัวชาวเกาหลี เผยแพร่ค่านิยมที่สำคัญ

ดนตรี กีฬา ค่านิยม ถูกปลูกฝังในสังคมเกาหลีแบบตะวันตก

นางแคธลีน สตีเฟนส์ เอกอัครราชทูตอเมริกันในอดีต เธอก็เคยเป็นอาสาสมัคร Peace Corps มาก่อน

อเมริกา ดูแล มีกำลังทหารในเกาหลีใต้ ทั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการถ่วงดุลในภูมิภาค คอยระวังจีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือ

กองกำลังทหารของอเมริกาในเกาหลีใต้นับหมื่นนาย เป็นตัวเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ ในหลายมิติของทหารสหรัฐเป็น “ตัวขับเคลื่อน” แม้กระทั่งความบันเทิง

ประเทศเกาหลีใต้ได้รับการคัดเลือกให้จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงโซลในปี 1988 แบบโลกตะลึง

ความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ ทิ้งห่างเกาหลีเหนือแบบไม่เห็นฝุ่น

ในปี 1997 เกาหลี “หัวทิ่ม” จากพิษเศรษฐกิจ ต้องกู้เงินจาก IMF ประธานาธิบดีคิม แด จอง ขอปฏิรูปประเทศ วางเป้าหมายที่จะส่งออกสื่อทางวัฒนธรรม หวังพลิกฟื้นเศรษฐกิจ และวางเป้าหมายให้ความบันเทิงแบบเกาหลี เป็นรายได้หลักของประเทศ

รัฐบาล เอกชนเกาหลีใต้จับมือกัน ตั้งใจสร้างกระแส ส่งออกกระจายวัฒนธรรมของเกาหลีให้แพร่กระจายไปทั่วโลก

“ฮัลยู” (คลื่นเกาหลี) ในแนวดนตรี รายการโทรทัศน์ และภาพยนตร์ได้แผ่ซ่านไปทั่วเอเชีย และอาหารเกาหลีอย่างกิมจิก็ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

หลายปีที่ผ่านมา ผู้เขียนเพ่งเล็งกับกระแสคลั่ง “ดาราเกาหลี” เยาวชนไทยรู้จัก ติดตาม ไปร้องกรี๊ด รีดน้ำตา ถือป้ายไฟกะพริบ ที่สนามบิน เพื่อต้อนรับดาราเกาหลีที่เดินทางมาไทย

มีการ รปภ.ดาราเกาหลี จัดขบวนรถคุ้มกัน ไปออกทีวีไทย กระแสตอบรับดีมาก วงดนตรี เพลง ค่ายเพลงเกาหลีกระหึ่มไปทั่วโลก

ต้องถือว่าเป็นความสำเร็จที่งดงาม แบบไม่ได้จัดฉาก

ด้านการเศรษฐกิจก็ดีวันดีคืน…ทิ้งซากความจนไว้ข้างหลัง

เกาหลีใต้กลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 14 ของโลก ตอนนี้กลายเป็นผู้บริจาคเงินช่วยเหลือประเทศต่างๆ

มีการเปิดตัว World Friends Korea หรือ “แบรนด์เกาหลี” ชาวเกาหลีประมาณ 3,000 คน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จะทำงานร่วมกับรัฐบาลต่างประเทศ โรงเรียน และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอื่นๆ ใน 40 ประเทศ ทำให้โครงการนี้ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากอเมริกา

K-pop คือ เป้าประสงค์ที่รัฐบาล เอกชนเกาหลีใต้วางแผนเอาไว้ ทำได้จริง สำเร็จงดงาม… คุณลิซ่า คือ ตัวชี้วัด

เป็นการ “ส่งออก” ทางวัฒนธรรมความบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด สร้างความร่ำรวย สง่างาม เป็นเกียรติภูมิของเกาหลีใต้

คุณพ่อบุญธรรมของลิซ่าเป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์ เธอยังสามารถพูดภาษาอังกฤษ เกาหลี และญี่ปุ่น…

ชื่นชม ขอบคุณ คุณลิซ่า ครับ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รอรี่น้ำตาร่วง ผิดหวังตัวเองฟอร์มไม่ดีช่วยทีมไม่ได้ ลั่นพายุโรปทวงแชมป์ไรเดอร์คัพอีก 2 ปีข้างหน้า
บทความถัดไปเคลื่อนไหวแล้ว! “ครูไพบูลย์” โพสต์รูปคู่ “กระต่าย-พรรณิภา” หลัง “เอ๋ มิรา” อดีตภรรยาเตรียมฟ้องกลับ