ภาพเก่าเล่าตำนาน : หญิงเหล็ก…ยอดนักการเมืองของโลกโดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

สตรีแสนธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา…ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของเยอรมนี เป็น “ผู้นำของผู้นำ” ที่ทรงพลังที่สุดในโลก

หลังจากครองใจชาวเยอรมันมานาน 16 ปี เธอประกาศไม่ขอลงสมัครชิงเก้าอี้ต่อไป ขออำลาอย่างงามสง่า…

แมร์เคิล มิใช่ผู้นำเฉพาะในเยอรมัน…เธอคือผู้นำตัวจริงของสหภาพยุโรป (EU) 27 ประเทศที่ต่างก็ไม่มีใครยอมใคร

หญิงเยอรมันคนนี้ ถูกขนานนามว่า “ผู้นำการแก้ปัญหาวิกฤต” ของโลก การตัดสินใจแบบนักวิทยาศาสตร์ นำพายุโรปฝ่าฟันปัญหาอย่างชาญฉลาด

16 ปีในตำแหน่งผู้นำเยอรมัน เธอร่วมงานกับ นรม.อังกฤษ 5 คน นรม.ฝรั่งเศส 5 คน และประธานาธิบดีสหรัฐ 4 คน

อังเกลา เกิดเมื่อ พ.ศ.2497 ในเมืองฮัมบูร์ก คุณพ่อเป็นบาทหลวง มารดาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษและภาษาละติน มีพี่น้อง 2 คนคือ Marcus Kasner นักฟิสิกส์ และ Irene Kasner

ในวัยเด็ก แมร์เคิล เป็นที่รู้จักในหมู่เพื่อนฝูงด้วยชื่อเล่น “Kasi” ซึ่งมาจากนามสกุลของเธอ Kasner

ช่วงเป็นเด็ก…ครอบครัวไปตั้งรกรากอยู่ในเยอรมันตะวันออก ภายใต้การปกครองของโซเวียต เธอเผชิญกับความยากลำบากไม่น้อย

เลือกเรียนภาษารัสเซียและได้รับรางวัลยอดเยี่ยมภาษารัสเซียและวิชาคณิตศาสตร์

2516 ถึง 2521 ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยคาร์ล มาร์กซ์ เมืองไลป์ซิก สำเร็จปริญญาตรีฟิสิกส์ ชอบทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม

ปี 2521-2523 ศึกษาต่อ และทำงาน ณ สถาบันกลางสำหรับเคมีกายภาพของ Academy of Sciences ใน Berlin-Adlershof

พ.ศ.2529 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก (Dr. rer. nat.) ฟิสิกส์ควอนตัม

ทำงานเป็นนักวิจัยและมีผลงานวิชาการอย่างโดดเด่น

ในเวลานั้น…แผ่นดินเยอรมัน ยังแบ่งเป็น “เยอรมันตะวันตก” และ “เยอรมันตะวันออก” อันเป็นผลจากเยอรมันประกาศยอมแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 (เมื่อ 8 พฤษภาคม 2488)

โซเวียต ปกครอง “เยอรมันตะวันออก” ในระบอบคอมมิวนิสต์

อเมริกา ปกครอง “เยอรมันตะวันตก” ในระบอบประชาธิปไตย

ชาวเยอรมัน 2 ฟากฝั่ง มีคุณภาพชีวิตต่างกัน มีกำแพงเบอร์ลินกั้นขวาง บ่อยครั้ง..ชาวเยอรมันตะวันออก พยายามปีนหนีข้ามกำแพงไปตะวันตก…ทหารโซเวียตยิงทิ้งตายคากำแพงเบอร์ลินเป็นระยะๆ…

ผู้คนในฝั่งเยอรมันตะวันออกยากจน รัฐล่มสลาย ดิ้นรนขอรวมประเทศเยอรมันเป็น 1

12 กันยายน ค.ศ.2533 มีการลงนาม กรุงมอสโก สหภาพโซเวียต เพื่อรวมประเทศ เรียกว่า กระบวนการ เอกภาพเยอรมนี (Deutsche Einheit)

กำแพงเบอร์ลิน ถูกโค่นลงด้วยความเกลียดชัง

(แถมเป็นข้อมูลครับ…ในเวลานั้น ผู้เขียนกำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนเสนาธิการทหารบกสหรัฐอเมริกา ฟอร์ตเลฟเวนเวิรธ์ รัฐแคนซัส…อาจารย์ให้นายทหารทั้งหมดหยุดเรียน เพื่อดูโทรทัศน์ถ่ายทอดสด การทำลายกำแพงเบอร์ลิน เพราะในเวลานั้นมีทหารสหรัฐประจำการ
ในเยอรมันจำนวนมาก และเมื่อสำเร็จการศึกษาจะมีนายทหารสหรัฐจำนวนหนึ่งไปประจำการในเยอรมันที่กำลังรวมกัน)

เยอรมัน 2 ฟาก…รวมประเทศด้วยความพร้อมใจ โลกจ้องมองว่าจะอยู่กันยังไง (วะ) เยอรมันตะวันตก ก้าวหน้า มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ทิ้งห่างจากเยอรมันตะวันออกที่เป็นเผด็จการหลายขุม เยอรมันตะวันออกมีหนี้สินท่วมหัว…เป็นภาระหนักอึ้ง

อังเกลา แมร์เคิล ติดตามการรวมประเทศแบบใจจดใจจ่อ

ชาวเมืองเบียร์ ฉลองชัยชนะ เอิกเกริก ต่อเนื่องยาวนาน

อังเกลา…หันเข้าสู่เวทีการเมือง..ขอพิชิตความท้าทาย

เธอมองเห็นขบวนการประชาธิปไตยที่จะต้องเติบโต เข้าร่วมงานพรรคการเมือง กลายเป็น “รองโฆษก”

ได้รับแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรี เฮลมุท โคห์ล ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงสตรีและเยาวชน

พ.ศ.2537 เธอได้รับตำแหน่ง รมว.กระทรวงสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยทางนิวเคลียร์

ถนนการเมืองที่เธอเดิน ก็มิได้ราบเรียบโรยด้วยกุหลาบ มีคู่แข่ง มีอุปสรรค ขวากหนาม มีการต่อสู้ แย่งชิง

30 พฤษภาคม ปี 2548 เธอรับการเสนอชื่อจาก CDU/CSU เป็นผู้ท้าชิงกับนายกรัฐมนตรีแกร์ฮาร์ด ชเรอเดอร์

ก่อนการเลือกตั้ง เธอไปแสดงวิสัยทัศน์ทางโทรทัศน์ เธอกล้าประกาศชื่อ “ทีมงานคณะรัฐมนตรี” ให้ประชาชนทราบล่วงหน้า

ประเด็นร้อนจี๊ด…ที่โดนใจประชาชนที่สุดคือ “รูปแบบ-แนวทางเศรษฐกิจ” ที่เธอออกแบบ ในขณะที่เยอรมันกำลังร่วงโรย…

สิ่งที่เธอบอกกับประชาชนทางโทรทัศน์คืนนั้นคือ การตัดสินใจของชาวเยอรมันที่ “เทคะแนน” ให้เธอเป็นนายกรัฐมนตรี

(ขอไม่กล่าวรายละเอียดในมิติการเมือง)

โครงสร้างการทำงานของสภายุโรป มีความสลับซับซ้อน บางเรื่องก็เทอะทะ อุ้ยอ้าย มากหมอ-มากความ เรื่องเศรษฐกิจ คือ เรื่องคอขาดบาดตาย ผู้นำแต่ละประเทศล้วนเป็น “มนุษย์พันธุ์พิเศษ”

พ.ศ.2548 แมร์เคิล ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดเยอรมัน …เป็นผู้หญิงคนแรกที่แหวกวงล้อมของผู้ชายขึ้นมาได้

แรงเสียดทาน ปรามาส แรงริษยาจากนักการเมืองจอมโหดรุ่นเก๋า ที่มีต่อเธอ คือ การเพิ่มพลังให้เธอใช้แนวทางทางวิทยาศาสตร์แก้ปัญหาทางการเมือง

ยุโรป ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ การเมือง ไม่เป็นเอกภาพ

วิกฤตยูโรโซนปี 2552 ประเทศกรีซ โปรตุเกส ไอร์แลนด์ สเปน ไซปรัส เป็น “หลุมดำขนาดยักษ์” เป็นกลุ่มประเทศที่ล้มละลาย และกำลังนำพาประเทศอื่นๆ ในยุโรปสั่นคลอน

หลายประเทศในสหภาพยุโรป ร่อแร่ เจียนอยู่เจียนตาย จากภาวะเศรษฐกิจ บางประเทศถือว่า “ล้มละลาย-ตายไปแล้ว”

รัฐบาลเยอรมัน…ยื่นมือไปช่วยเหลือหลายประเทศ ธนาคารเยอรมันบริจาคเงิน 30 พันล้านยูโร และความช่วยเหลืออีกมหาศาล เพื่อมิให้ยุโรปพังครืน

การตัดสินใจของผู้นำหญิงเยอรมัน บางโอกาสก็ถูกวิจารณ์ว่า ช้าเกินไป เหมาะสม-ไม่เหมาะสม ก็เป็นเรื่องธรรมดา

แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ผลลัพธ์ที่ออกมา ล้วนได้รับคำชมว่ากล้าหาญ ซื่อสัตย์ ชาญฉลาด มีหลักการทำงานที่เป็นวิทยาศาสตร์

ในภาวะวิกฤต…เธอจะเป็นคนตัดสินใจแบบมีเหตุผล

ครั้งหนึ่ง…แมร์เคิล ได้ออกคำเตือนว่า ยูโรโซนสามารถอยู่รอดได้หากไม่มีกรีซ เธอยืนกรานที่จะบังคับใช้มาตรการรัดเข็มขัดแบบเยอรมันและการปฏิรูปในส่วนอื่นๆ ของยุโรป

วิธีคิดแบบห้าวหาญ เด็ดขาด เธอสามารถดัดหลัง จัดการกับบรรดาประเทศ “ตัวถ่วงความเจริญ” ได้อย่างชะงัด

แม้กระทั่งอเมริกา ที่ห่างออกไป เป็นคู่แข่ง-คู่ค้า ก็เฝ้ามองเธอแบบชื่นชม เพราะถ้ายุโรปพัง อเมริกาก็จะเดือดร้อนไปด้วย

เธอได้รับคำชมและได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากประชาชนในเยอรมนีแบบท่วมท้น ที่ทำให้สังคมเยอรมัน มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

ชาวเยอรมันมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคง มีกินมีใช้

การเมือง การปกครองในยุโรป… “เรื่องปากท้อง” เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย “ผู้นำในยุโรป” ส่วนใหญ่จะ “ถูกขับไล่” จากประชาชน ด้วยปัญหาทางเศรษฐกิจ การเงิน เป็นหลัก

นักวิทยาศาสตร์ท่านนี้ ที่ช่วงแรก ดูเหมือนจะอุ้ยอ้าย กลายเป็น “ม้าศึก” ที่กรำศึกโชกโชน นำพาขุนศึกไปสู่ชัยชนะ

สังคมเยอรมันก็ใช่ว่าจะดีพร้อมไปซะหมด ปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงานที่มีคุณภาพ การศึกษา มีเดนมนุษย์ ยาเสพติด อาชญากรรม ขี้ฉ้อ ขี้โกง ขี้เกียจ ผู้ลี้ภัยที่รับเข้ามา…กลายเป็นโจร

เธอรับมือกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในระยะยาวในเยอรมนีได้อย่างชาญฉลาด ในขณะที่วิกฤตเศรษฐกิจโลกวิ่งเข้ากระทบเยอรมัน

ภายในสหภาพยุโรปมีปัญหาอีนุงตุงนัง สลับซับซ้อนด้วย “ผลประโยชน์ของชาติ” แบบ “ปัจเจก” ที่ไม่ลงตัวกับผลประโยชน์ของ “สหภาพยุโรป” มีรวย มีจน

สตรีผู้นี้คิดโมเดลกระตุ้นเศรษฐกิจและลดชั่วโมงการทำงาน ซึ่งคนงานทำงานน้อยลง แต่มีรายได้เพิ่มขึ้น

ความกล้าหาญที่เป็น “รูปธรรม” …ที่พอจะเป็นตัวอย่างครับ

ย้อนไปใน 11 มีนาคม 2554 เกิดอุบัติเหตุในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในจังหวัดฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น

แมร์เคิลประกาศว่า จะปิดเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของเยอรมนี 8 เครื่องจากทั้งหมด 17 เครื่อง และจะเลิกใช้ภายในปี 2565 นี่คือการเปลี่ยนผ่านไปยังแหล่งพลังงานทางเลือกในระยะยาว ที่เรียกว่า “Energiewende”

นโยบายนี้…ได้รับการสนับสนุนท่วมท้น ส่งเสริมสถานะของเยอรมนีในฐานะผู้นำระดับโลกในการปฏิรูปพลังงาน ในความพยายามที่จะจัดการกับภาวะโลกร้อน

กรกฎาคม 2554 ประกาศนโยบายยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่จะลดขนาดของกองกำลังทหารจากประมาณ 240,000 นาย ให้เป็นกองทัพที่เป็นมืออาชีพ เหลือเพียง 170,000 นาย

วิกฤตอาหรับสปริง การอพยพของผู้หนีภัยนับล้าน สงครามในตะวันออกกลาง โควิด-19 การเผชิญหน้ากับทรัมป์ มีเธออยู่แถวหน้า

ประธานาธิบดีปูติน…เคยแกล้งเธอแบบ “ตลกร้าย”

เธอใกล้ชิดกับปูติน รู้จักวัฒนธรรมรัสเซียเป็นอย่างดี และที่สำคัญที่สุดคือ พูดภาษารัสเซียได้คล่อง (ในช่วงเป็นเด็ก เธอเรียนหนังสืออยู่ในฝั่งเยอรมันตะวันออกที่โซเวียตปกครอง)

วันนั้น…เธอไปเยือนมอสโก… ขณะสนทนาในเครมลิน ปูตินปล่อยให้สุนัขลาบราดอร์สีดำของเขาเดินเข้ามาหาเธอ

เพราะปูตินทราบว่าผู้นำคนเก่งของเยอรมันคนนี้ “กลัวสุนัข” มีภาพข่าวแสดงออกไปทั่วโลก เห็นได้ชัดว่า เธอกลัวสุนัข

(ต่อมาปูตินแถลงข่าวว่า ไม่ได้จงใจแกล้งเธอ)

ขอกล่าวถึงชีวิตส่วนตัวนิดหน่อยนะครับ….

ในปี 2520 เมื่ออายุ 23 ปี เธอสมรสกับเพื่อนนักศึกษาฟิสิกส์ ชื่อ Ulrich Merkel ต่อมาหย่าร้างในปี 2525

ปัจจุบัน…เธอยังใช้นามสกุล Merkel ของสามีคนแรก…

30 ธันวาคม 2541 เข้าพิธีสมรสกับ ซาวเออร์ (Joachim Sauer) ศาสตราจารย์วิชาเคมีเชิงทฤษฎี ทั้งคู่ชอบเดินป่าและชมการแสดงโอเปร่าด้วยกัน ชอบชีวิตที่เรียบง่าย

ศาสตราจารย์ท่านนี้…ไม่เคยพูดกับสื่อและไม่ขอปรากฏตัวในที่สาธารณะคู่กับภรรยา… ที่ถูกวิจารณ์มากที่สุด คือ ไม่ขอไปร่วมในพิธีเข้ารับตำแหน่ง นรม.ของภรรยาในปี พ.ศ.2548

เขาเพียงนั่งดูทีวีในห้อง ณ มหาวิทยาลัยในเบอร์ลิน

อังเกลา แมร์เคิล ไปเข้าคิวซื้ออาหารในซุปเปอร์มาร์เก็ตด้วยตัวเอง ทำอาหารทานเอง ไม่มีกองกำลัง ไม่มีขบวนรถคุ้มกัน

เธอเป็นผู้นำทางการเมือง

“หญิงคนแรก” ของเยอรมนีที่ “ทิ้งผู้ชายหลายคนไว้ข้างหลัง”

(26 กันยายน 2564 มีการเลือกตั้งในเยอรมัน… ผลอย่างไม่เป็นทางการปรากฏว่าพรรค SPD ซึ่งมีนายโอลาฟ ชอลซ์ เป็นหัวหน้าพรรคได้คะแนนเสียงไป 25.7% ของผู้ที่ออกมาใช้สิทธิ ขณะที่พรรค CDU ภายใต้การนำของนายอาร์มิน ลาเชต ที่ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคต่อจากนางแมร์เคิลได้ไป 24.1%)

อังเกลา แมร์เคิล ในตำแหน่งผู้นำของเยอรมัน 16 ปี ได้สร้างบรรทัดฐาน มาตรฐานของการเมืองในประเทศเยอรมันขึ้นมาในระดับสูงที่ชาวเยอรมันยกย่อง ไร้ข้อกังขาในความซื่อสัตย์ สุจริต

เธอได้รับการยกย่องว่าเป็น “ผู้นำของโลก”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้MTC ไม่หวั่น ตลาด Consumer Finance แข่งดุ ชูจุดมุ่งสินเชื่อทะเบียนรถจยย. สาขาทั่วถึง ยืนเป้าพอร์ตโต 30%
บทความถัดไปส่งท้าย “ครัวปันอิ่ม” เครือซีพี-ซีพีเอฟ ปันความอิ่มอร่อย-ช่วยชาวพระนครสู้โควิด-19