ว่าด้วยวันดับเบิ้ลเท็นที่เปลี่ยนไป

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมานี้ เป็นวันอาทิตย์ได้มีลูกศิษย์ 3 คนได้แวะมาเยี่ยมและได้พูดคุยกันถึงปัญหาเรื่องสาธารณรัฐประชาชนจีนกับไต้หวันที่คุกรุ่นกันอยู่ในขณะนี้จนมาถึงเรื่องวันดับเบิลเท็นซึ่งเป็นวันที่ 10 เดือนตุลาคมอันเป็นวันชาติของไต้หวันพอดี ผู้เขียนเห็นว่าน่าสนใจดี จึงขอนำมาแชร์กับท่านผู้อ่านที่เคารพด้วยวันนี้

วันดับเบิ้ลเท็น คือวันที่ 10 เดือน 10 (ตุลาคม) พ.ศ. 2454 ที่เรียกว่าวันดับเบิลเท็นนั้นก็เนื่องจากการนำอักษรจีน 2 ตัว (+) ที่แปลว่า 10 ซ้ำสองครั้ง หรือวันสองสิบ ซึ่งตรงกับเริ่มต้นการปฏิวัติซินไฮ่ ซึ่งเป็นการโค่นล้มราชวงศ์ชิงที่เป็นราชวงศ์สุดท้ายที่ปกครองจีนถือว่าเป็นการสิ้นสุดการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของจีนที่มียาวนานกว่า 5,000 ปี การปฏิวัติได้เปลี่ยนการปกครองของประเทศไปสู่ประชาธิปไตยและสถาปนาสาธารณรัฐจีน การปฏิวัตินี้ได้ชื่อว่าซินไฮ่เพราะมีขึ้นใน พ.ศ.2454 ซึ่งตรงกับอักษรซินไฮ่ในแผนภูมิสวรรค์ในปฏิทินจีน ผลพวงของการปฏิวัติซินไฮ่ก็ได้มีการเริ่มต้นการปกครองประเทศแบบสาธารณรัฐโดยมี ดร.ซุน ยัดเซ็น ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีชั่วคราวคนแรกของสาธารณรัฐจีน วันดับเบิลเท็น หรือวันสองสิบจึงได้กลายเป็นวันชาติของสาธารณรัฐจีนตลอดที่ปกครองชนจีนแผ่นดินใหญ่จนกระทั่งเกิดสงครามกลางเมืองขี้นในประเทศจีนภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง

ผลของสงครามกลางเมืองจีน รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐจีนพ่ายแพ้ให้กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน จึงได้อพยพไปยังเกาะไต้หวันใน พ.ศ.2492 ส่วนพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ชนะสงครามกลางเมืองได้สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ขึ้นปกครองแผ่นดินใหญ่ ได้เปลี่ยนวันชาติมาเป็น วันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งถือเป็นวันชาติของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เฉลิมฉลองในปัจจุบันแทน ส่วนวันดับเบิลเท็น หรือวันเฉลิมฉลองชาติของสาธารณรัฐจีนปัจจุบันจึงเฉลิมฉลองแต่เฉพาะในไต้หวันเป็นหลัก จนในภายหลังได้มีการเรียกกันอย่างย่อๆ ว่า วันชาติไต้หวัน

ไต้หวันเป็นเกาะที่มีรูปร่างรียาว มีเนื้อที่ 36,197 ตารางกิโลเมตรขนาดเล็กกว่าประเทศไทยประมาณ 14 เท่า ตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศจีน อยู่เหนือฟิลิปปินส์ และอยู่ด้านล่างของประเทศญี่ปุ่น มีประชากรทั้งหมดประมาณ 24 ล้านคนจัดเป็นประเทศที่มีความหนาแน่นของประชากรมากที่สุดอันดับ 10 ของโลกเลยทีเดียว ภูมิประเทศของไต้หวันมีเทือกเขาที่ทอดตัวอยู่ตรงกลางของเกาะจนแบ่งเมืองใหญ่ๆ ของประเทศออกเป็นซ้ายกับขวา เมืองใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียงของไต้หวันจะอยู่ติดทะเลทางตะวันตก เช่น เมืองหลวงไทเปทางตอนเหนือ และเมืองเกาสงทางตอนใต้ โดยไต้หวันจะแบ่งออกเป็นเขตปกครองทั้งหมด 22 จังหวัด โดยมี 6 เขตปกครองตัวเองพิเศษ คือ ไทเป เกาสง นิวไทเป ไถจง ไถหนานและไถหยวนในช่วง พ.ศ.2523-2538 การเมืองการปกครองของไต้หวันได้เจริญรุ่งเรืองจนเป็นประชาธิปไตยที่มีพรรคการเมืองหลายพรรคและมีการเลือกตั้งทั่วไป อนึ่ง ในช่วง พ.ศ.2520 เป็นต้นมา เศรษฐกิจไต้หวันเจริญก้าวหน้าติดต่อกันไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้ไต้หวันกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสี่เสือแห่งเอเชีย มีอุตสาหกรรมล้ำหน้า และมีเศรษฐกิจใหญ่โตเป็นอันดับที่ 19 ของโลกอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงของไต้หวันยังมีบทบาทสำคัญมากในเศรษฐกิจโลก เป็นเหตุให้ไต้หวันได้เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกและความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก และไต้หวันให้เสรีภาพของสื่อมวลชน เสรีภาพทางเศรษฐกิจ การสาธารณสุขการศึกษา และดัชนีการพัฒนามนุษย์ในไต้หวันยังได้รับการจัดอยู่ในอันดับสูงด้วย นอกจากนี้ ไต้หวันเป็นประเทศที่ปลอดภัยติดอันดับโลกด้วย

จากความหมายของวันชาติเดิมของไต้หวันเมื่อจอมพลเจียง ไคเช็ค ได้อพยพหนีฝ่ายจีนคอมมิวนิสต์มาตั้งหลักอยู่ที่ไต้หวันตั้งแต่ พ.ศ.2492 คือการเฉลิมฉลองเพื่อเตรียมการบุกกลับขึ้นไปยังผืน
แผ่นดินใหญ่ของจีนเพื่อสถาปนาสาธารณรัฐจีนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่เมื่อการเมืองการปกครองของไต้หวันได้เปลี่ยนจากเผด็จการอำนาจนิยมมาเป็นประชาธิปไตยและเศรษฐกิจของไต้หวันพุ่งทะยานอย่างสูงแล้วความหมายของวันชาติหรือวันดับเบิลเท็นก็แปรเปลี่ยนไปชัดแจ้งแล้วว่าไต้หวันถือเป็นประเทศเอกราชมิได้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีนอีกต่อไปจะเห็นได้จากคำปราศรัยของประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ที่จัตุรัสอิสรภาพ ในกรุงไทเป เมื่อวันอาทิตย์ เนื่องในโอกาสวันชาติไต้หวันของวันอาทิตย์ 10 ตุลาคมที่เพิ่งผ่านมานี้ว่า ไต้หวันจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อรักษาสถานภาพปัจจุบันให้คงอยู่ต่อไปโดยไม่ยอมผนวกรวมกับสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเด็ดขาด พร้อมกับยืนยันว่า ไต้หวันจะเดินหน้ายกระดับศักยภาพทางทหาร ความมั่นคง และการป้องกันตนเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ทุกภาคส่วน ว่าจะไม่มีบุคคลใดสามารถบังคับข่มเหงให้ไต้หวันต้องยอมเดินบนเส้นทางที่ทางสาธารณรัฐประชาชนจีนกำหนดไว้ ซึ่งในพิธีเฉลิมฉลองวันชาติปีนี้ กองทัพไต้หวันแสดงแสนยานุภาพทั้งทางบกและทางอากาศแบบพร้อมสู้การรุกรานอย่างเต็มที่ โดยมีจรวดที่ยิงจากพื้นดินสู่อากาศและจรวดที่ยิงจากอากาศสู่อากาศนานาชนิด เช่น The Sky Sword II, The Hsiung Feng III, The Sky Bow และ The Patriot นอกจากนี้ยังมีเครื่องบินปีกหมุนและเครื่องบินขับไล่อีก 12 ชนิด อาทิ เครื่องบิน F-16V เครื่องบิน Mirage 2000 เครื่องบินเจ็ตขับไล่ IDF และเครื่องบินต่อต้านเรือดำน้ำ S-70C เป็นต้น

ถ้อยแถลงดังกล่าวของผู้นำไต้หวัน เกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวต่อที่ประชุมวาระพิเศษของพรรคคอมมิวนิสต์ ณ มหาศาลาประชาชน เมื่อวันเสาร์ที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่าจีนเป็นชนชาติ ซึ่งมีวัฒนธรรมอันรุ่งโรจน์ ในการต่อต้านการแบ่งแยกดินแดน ทั้งนี้ แนวคิดการแบ่งแยกดินแดนของบุคคลบางกลุ่มในไต้หวัน ยังคงเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงต่อการรวมชาติอย่างสันติ ระหว่างไต้หวันกับมาตุภูมิและเป็นอันตรายซ่อนเร้นต่อการฟื้นฟูแห่งชาติจีน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สาธารณรัฐประชาชนจีนยึดมั่นต่อทุกกลไกเพื่อนำไปเพื่อผลประโยชน์ของชาวไต้หวันด้วย

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลปักกิ่งพร้อมทำทุกวิถีทาง เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของตัวเองเช่นกัน และไม่ควรมีการสบประมาทจีนในเรื่องที่ไต้หวันจะไม่ยอมผนวกรวมกับสาธารณรัฐประชาชนจีน คือ ขู่ว่าอาจจะใช้กำลังทหารบุกขึ้นเกาะไต้หวันในอนาคตอย่างแน่นอนหากไต้หวันไม่ยอมเข้าสู่การรวมชาติกับสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างสันติ

โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ทบ.จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันสวรรคต ร.9
บทความถัดไปคืบหน้า ‘เฮียฝา’ เงินหายจากบัญชีกว่า 50 ล้าน แบงก์แจ้งจะโทรหาแต่ยังเงียบ ลูกเขยชี้ได้เงินไปอย่างถูกต้อง