จังหวัดพระนครศรีอยุธยาประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ประเภทอุทกภัย 14 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเสนา บางบาล ผักไห่ พระนครศรีอยุธยา บางไทร บางปะอิน บางปะหัน มหาราช บางซ้าย ลาดบัวหลวง ท่าเรือ ภาชี นครหลวง และอำเภอบ้านแพรก รวม 132 ตำบล, 800 หมู่บ้าน คิดเป็น 55,367 ครัวเรือน วัดที่ได้รับผลกระทบ 112 วัด มัสยิด 10 แห่ง เขตการปกครองของจังหวัดมี 16 อำเภอ อำเภอที่ไม่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อ.อุทัย และ อ.วังน้อย ตัวเลขความเสียหายและผลกระทบยังไม่ได้สรุปปิดยอด แต่มีการสำรวจเพื่อขึ้นทะเบียนตามจริงในทุกๆ วัน ทั้งนี้ ทางจังหวัดและทุกภาคส่วนได้ร่วมกันให้ความช่วยเหลือและมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยครบทุกหลังคาเรือนแล้ว
ข่าวสารจากสื่อต่างๆ ระบุถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด บางแห่งถนนขาดประชาชนต้องออกแรงซ่อมถนนกันเอง สภาพน้ำท่วมยังส่งผลต่อราคาผัก ซึ่งผู้สื่อข่าวมติชนสำรวจจากตลาดไท อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ราคาผักชีไทยเกรดที่ดีที่สุด กก.ละ 400 บาท ถึง 430 บาท ขึ้นลงในแต่ละวัน เกรดรองลงมาจะขายอยู่ที่ กก. 220 บาท พ่อค้าตลาดไทรายหนึ่งเปิดเผยว่า ในช่วงนี้ราคาของผักชีไทยจะมีราคาสูงขึ้นมาก เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติที่ไม่ได้มีน้ำท่วม ราคาจะอยู่ที่ กก. 100 กว่าบาทต้นๆ ซึ่งตนเองก็ได้รับผักชีของจีนมาขายราคาจะถูกกว่าผักชีไทย
อยู่ที่ กก.ละประมาณ 220 บาท สำหรับผักตั้งโอ๋มีราคาสูงขึ้นเช่นกัน ตั้งแต่ กก.ละ 120 บาท ถึง กก.ละ 340 บาท ขึ้นกับแหล่งที่มาและคุณภาพของผักแต่ละร้านค้า
รัฐบาลประกาศเปิดประเทศ 1 พ.ย. เพื่อให้เศรษฐกิจได้เดินหน้าต่อไป ให้ประชาชนได้ทำธุรกิจ ทำงานประกอบอาชีพ ยอมเปิดให้ดื่มสุราในร้านอาหาร เพื่อรับนักท่องเที่ยว แต่มาตรการจากแต่ละพื้นที่ อาทิ กทม. ยังมีข้อจำกัดที่ไม่เอื้อต่อการเปิดประเทศ ขณะที่ประชาชนหลายพื้นที่ยังเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วม และสภาพความเสียหายหลังน้ำท่วมราคาน้ำมันที่พุ่งสูงเป็นอีกปัญหาที่เข้ามาซ้ำเติม เป็นโจทย์ทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ที่รัฐบาลจะต้องตามความเดือดร้อนของประชาชนให้ทัน และใช้กลไกราชการเข้าไปแก้ไขทุกข์ร้อนของประชาชนให้ทันการณ์มากกว่าที่ผ่านมา

