หน้าแรก บทความ กาชาดการศึกษา...

กาชาดการศึกษา (2) โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์

18.11.21 | 13:37 น.

ว่าด้วยเรื่องบทบาทของสภากาชาดไทยด้านการศึกษาต่อจากพฤหัสที่แล้ว รับสนองพระราโชบายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพิ่มอุปกรณ์ เครื่องมือทางการศึกษาเข้าไปในถุงยังชีพ เรียกว่า ถุงยังชีพเพื่อการศึกษา

คุณกฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ส่งเรื่องมาเล่าสู่กันฟังอีกว่า จดหมายที่คุณเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย มีไปถึงนายกเหล่ากาชาดทุกจังหวัดให้ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ยังมีอีก 3 ประการดังนี้

ให้หาโอกาสไปเยี่ยมโรงเรียนในพื้นที่ หากพบว่าโรงเรียนใดสภาพขาดแคลนสิ่งสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็น เช่น แหล่งน้ำของโรงเรียน เครื่องกรองน้ำสะอาดโรงเรียน ถนนเข้าโรงเรียน ระบบไฟฟ้า หรือแผงผลิตไฟฟ้าจากระบบโซลาร์เซลล์ หรือระบบอินเตอร์เน็ต หรือระบบเครือข่ายไร้สาย (Wi-Fi) มีสภาพชำรุดใช้งานไม่ได้ ฯลฯ ให้ประสานงานแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบระดับจังหวัดเพื่อแก้ไข หรือสนับสนุน หรือเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาที่จะช่วยเหลืออุปการะโรงเรียนมาร่วมบริจาคซ่อมแซม รวมทั้งรายงานมายังสภากาชาดไทยเพื่อประสานให้หน่วยงานในส่วนกลางรับไปพิจารณาดำเนินการ

เหล่ากาชาดจังหวัดที่มีงบประมาณเพียงพอ ขอให้ประสานผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่สนับสนุนสื่อการสอน อุปกรณ์ สิ่งของใช้จำเป็นของเด็กนักเรียนที่ครอบครัวมีรายได้ไม่เพียงพอโดยจัดทำเป็น “ถุงยังชีพการศึกษา เสริมปัญญาเยาวชน” แล้วมอบให้เด็กนักเรียน หรือแจกจ่ายให้โรงเรียนที่มีนักเรียนกลุ่มเป้าหมายได้ใช้ประโยชน์

เนื่องจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีผลกระทบต่อการเรียนการสอนของโรงเรียนหลายจังหวัด สภากาชาดไทยจึงปรับเปลี่ยนพื้นที่ดำเนินการโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการเรียนรู้เด็กนักเรียนและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร จากเดิมเร่งด่วน 10 จังหวัด เป็นทั้ง 76 จังหวัด

Advertisement

เมื่อวันที่ 8-12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ระดมอาสาสมัครสภากาชาด 30 คน ร่วมกันบรรจุแบบเรียนและอุปกรณ์การเรียนการสอน เช่น แบบฝึกฝนการอ่าน การเขียนภาษาไทย แบบเรียนคณิตศาสตร์ฝึกการคิดคำนวณ สมุดภาพระบายสี และอุปกรณ์การเขียน ตลาดจนแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย และเมล็ดพันธุ์ผักของคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ เพื่อใช้ปลูกในพื้นที่หลังโรงเรียน นำผลผลิตมาปรุงเป็นอาหารกลางวัน รวมถุงยังชีพเพื่อการศึกษา 7,500 ถุง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู บุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เป็นอย่างดี

การดำเนินงานโครงการส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทย ผลเป็นที่น่าพอใจ ทำให้เกิดกระบวนการช่วยเหลือและอาสาสมัครขับเคลื่อน ประกอบด้วย 1.กรรมการ/สมาชิกสภากาชาดไทย 2.อาสายุวกาชาด 3.ครู กศน., ครูเกษียณ, ครูประจำการ, ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี 4.อาจารย์มหาวิทยาลัย 5.อาสาสมัครอื่นๆ ถึง 431 คน

จากโรงเรียนในสังกัด สพฐ. 23,864 แห่ง นักเรียนทั้งหมด แยกเป็น ป.1-ป.3 1,268,276 คน ป.4-ป.6 1,279,100 คน รวม 2,547,378 คน เหล่ากาชาดจังหวัดร่วมกับผู้รับผิดชอบของหน่วยงานการศึกษาลงพื้นที่เยี่ยมโรงเรียน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน 57 จังหวัด 483 โรงเรียน 23 ครั้ง สนับสนุนถุงยังชีพการศึกษา 7,702 ชุด รวมมูลค่า 2,219,838 บาท

พบสภาพปัญหาและปัจจัยที่ต้องเร่งรัดพัฒนา แยกเป็นกลุ่มๆ ได้แก่ เด็กนักเรียน ; จำพยัญชนะไม่ได้, มีภาวะทุพโภชนาการ, มาเรียนไม่สม่ำเสมอ, เด็กไม่สนใจเรียนสนใจเรื่องอื่นมากกว่า เช่น เกมส์ สื่อโซเชียล, ปัญหาบกพร่องทางการเรียนรู้ (LD), โรงเรียนหยุดเรียนเพราะการระบาดของโรคโควิด-19, ใช้ภาษาชาติพันธุ์/อัตลักษณ์มากกว่าใช้ภาษาไทย กลุ่มนักเรียนเป้าหมาย ป.1-ป.3 185,810 คน ป.4-ป.6 169,843 คน รวม 355,653 คน

ผู้ปกครอง : ครอบครัวฐานะยากจน, เด็กติดตามผู้ปกครองไประกอบอาชีพ, ผู้ปกครองอ่านภาษาไทยไม่ออกและเขียนไม่ได้, อพยพย้ายถิ่นฐานบ่อย, ขาดการเอาใจใส่ในการสอนเสริม

ครู/สื่อการสอน : ขาดแคลนคู่มือ/สื่อการสอนภาษาไทย/การใช้เทคโนโลยีสำหรับสอนนักเรียนกลุ่มเป้าหมายเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยโดยตรง

โครงสร้างพื้นฐาน/สภาพแวดล้อม : เส้นทางคมนาคมระหว่างบ้านกับโรงเรียนอยู่ในถิ่นทุรกันดาร/เขตป่าสงวนแห่งชาติ/ เขตอุทยานแห่งชาติ และขาดการซ่อมบำรุงรักษา บางโรงเรียนขาดระบบไฟฟ้า รวมทั้งขาดแคลนแหล่งกักเก็บน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตรของโรงเรียน

ครับ การดำเนินโครงการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและขาดโอกาสทางการศึกษา ของสภากาชาดไทยมีการสรุปประเมินผลทั้งด้านปริมาณและคุณภาพอย่างเป็นเรื่องเป็นราว สามารถส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง องค์กรภาคเอกชน และภาคประชาสังคม นำไปใช้ประโยชน์ได้ไม่มากก็น้อย

ร่าง พ.ร.บ.การศึกษา ฉบับใหม่เพิ่งผ่านที่ประชุมรัฐสภาไปเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นเรื่องของการปรับระบบ โครงสร้างในภาพใหญ่ ขณะที่ภาพย่อยระดับจุลภาพ ความเป็นจริงของปัญหาการศึกษาไทยยังต้องการระดมความร่วมมือร่วมใจให้เกิดการปฏิรูปอย่างจริงจังอีกมากทีเดียว