หน้าแรก บทความ บทนำ : ระบบบั...

บทนำ : ระบบบัตร 2 ใบ

24.11.21 | 09:09 น.
บทนำ : ระบบบัตร 2 ใบ เมื่อวันที่ 21 พ.ย. มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยระบุว่ามาตรา 83 และมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ ให้สภาผู้แทนราษฎรมีสมาชิก 500 คน จากแบ่งเขต 350 คน จากบัญชีรายชื่อ 150 คน ไม่สอดคล้องต่อจำนวนประชากรในแต่ละเขตเลือกตั้ง หากให้มี 400 คน จะทำให้การดูแลปัญหาของประชาชนมีความใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การคำนวณสมาชิกสภาผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อก็จำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน และเป็นธรรมต่อพรรคการเมือง และต้องเคารพหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงของประชาชน การให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ให้ประชาชนมีสิทธิเลือกพรรคการเมืองและผู้สมัครแบบแบ่งเขตย่อมทำให้ประชาชนได้ใช้เจตจำนงในการเลือกตั้งที่สอดคล้องกับความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์ว่า ภายใต้กติกาใหม่ หากใช้ฐานคะแนนปี 2562 เป็นข้อมูล เพื่อไทยจะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์จาก 0 เป็น 22 พลังประชารัฐ จาก 19 เป็น 24 ก้าวไกล ลดจาก 50 เหลือ 18 พรรคกลาง พรรคเล็ก ลดลงทุกพรรค ยกเว้นประชาชาติ พรรคจิ๋ว 1 เสียง 12 พรรคสูญพันธุ์ พลังประชารัฐอย่าเพิ่งดีใจ คราวที่แล้วเพื่อไทยส่งผู้สมัครเขต 238 เขต จาก 350 เขต หรือร้อยละ 68 ด้วยระบบบัตรใบเดียว เขตใดไม่ส่งเขตนั้นไม่มีคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่คราวนี้เป็นระบบบัตร 2 ใบ แม้ส่งไม่ครบก็จะได้คะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อจากบัตรใบที่สอง คิดบัญญัติไตรยางศ์ง่ายๆ จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อเพื่อไทย ในการเลือกตั้งใหม่จะเกิดขึ้น 32 คน รวมเขตที่เคยได้เดิมอีก 136 เขตกลายเป็นจำนวน ส.ส. 168 คน ทิ้งห่าง พปชร.ที่ได้เขตรวมบัญชีรายชื่อแค่ 121 คน

หลังจากนี้จะมีการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งอาจมีผลดังคำพยากรณ์ของนายสมชัย อย่างไรก็ตาม หากยังไม่มีการแก้ไขอำนาจของ ส.ว. 250 คนที่มีบทบาทกำหนดตัวนายกรัฐมนตรี จะมีผลทำให้การกำหนดตัวนายกฯ ของการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นใน 5 ปีนับจาก 2562 ขึ้นกับ ส.ว.ที่มาจากแต่งตั้งเป็นสำคัญ ซึ่งขัดกับหลักการประชาธิปไตยและขาดความชอบธรรมทางการเมือง ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขของความวุ่นวายทางการเมืองได้อีก