กทม.หัวหลัก หัวตอ

กทม.หัวหลัก หัวตอ

กทม.หัวหลัก หัวตอ

ผลการเลือกตั้งนายกฯและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วประเทศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ออกมาเป็นที่พอใจหรือเสียใจต่อผู้สมัครรับเลือกตั้งรวมทั้งบริวารว่านเครือ แค่ไหนก็ตาม
สำหรับพี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง ไม่ว่าจะไปใช้ หรือนอนหลับทับสิทธิก็แล้วแต่ เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดีทั้งสิ้น เพราะการเลือกตั้งไม่ได้มีความหมายแค่การหย่อนบัตรกับการแพ้ชนะของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

แต่เป็นความหวังและชัยชนะของประชาชน ได้รับคืนสิทธิอันชอบธรรมและโอกาสในการกำหนดอนาคตของตัวเองและของชุมชนกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่งหลังจากถูกช่วงชิงและปิดกั้นมานาน 8 ปี

เป็นชัยชนะของประชาธิปไตยภายใต้หลักการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพื่อการจัดการตนเองและกันเอง แม้ว่ายังพบจุดอ่อนที่ต้องการเวลาในการพัฒนาเพื่อความเข้มแข็ง มั่นคงต่อไปอีก

แต่ก็ยังดีกว่าตกอยู่ภายใต้อำนาจนิยมยาวนาน มองประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยเป็นอะไรก็ไม่รู้ ที่ผู้มีอำนาจจะจัดการอย่างไร เมื่อไหร่ก็ได้ตามอำเภอใจ

ดังเช่นคนกรุงเทพมหานคร ชาวศิวิไลซ์ ที่ได้แต่มองตาปริบๆ ชื่นชมตา ยายวัยใกล้ 100 ปี ปรากฏภาพในจอโทรทัศน์ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ขณะลูกหลานจูงไปหย่อนบัตรลงหีบเลือกตั้ง อบต.

คนกรุงเทพฯวันนี้มีสภาพไม่ต่างไปจากหัวหลักหัวตอ ที่ผู้มีอำนาจจะชี้เป็นชี้ตายให้มีโอกาสเลือกตั้งผู้ว่าฯและสมาชิกสภา กทม.เมื่อไหร่ วันไหนก็ได้ ส่วนสภาเขตทุกแห่งถูกฝังกลบ ยกเลิกไปแล้ว

ไม่มีการชี้แจงแถลงเหตุผลที่เป็นเรื่องเป็นราว สมเหตุสมผลเลยว่าทำไมไม่ยอมปลดปล่อยคนกรุงเทพฯเสียที ปากก็พร่ำว่าเป็นเมืองหลวง ผู้คนมีการศึกษา มีฐานะทางเศรษฐกิจ สังคมสูง มีความสำนึก ตื่นตัวทางการเมืองยิ่งกว่าท้องถิ่นไหนๆ

ความเป็นจริงวันนี้เป็นไปตามนี้หรือตรงกันข้าม เป็นสิ่งที่น่าคิด เพราะคนจำนวนมากกลับรู้สึก ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่ยินดียินร้าย ตัวใครตัวมัน

กทม.จะมีการเลือกตั้งหรือไม่ เมื่อไหร่ ไม่มีผลใดๆ ต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา เพราะไม่คิดหวังจะพึ่งพาผู้สมัครรับเลือกตั้งคนใด ระดับไหนทั้งสิ้น พวกเขาพึ่งพาตัวเองได้

คนกรุงเทพฯจึงไม่พากันออกมาโหวกเหวก โวยวาย ทวงสิทธิอย่างแข็งขัน จึงเป็นเหตุให้ผู้มีอำนาจยึดสิทธิไว้ยาวนานต่อไป จะคืนให้วันไหน เมื่อไหร่ สุดแต่ข้าฯ เห็นเหมาะสม

ในด้านพรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้งจึงได้แต่ตั้งตารอคอยวันแล้ววันเล่า ไร้วี่แวว จนว่าที่ผู้สมัครคนดัง ความหวังสูง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกตัวแรง ขึ้นป้ายคัตเอาต์รูปคู่ผู้สมัครสมาชิกสภา กทม.แล้วหลายแห่ง ประกาศถอนตัวกะทันหัน ซึ่งไม่เคยปรากฏเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน

เหตุผลเบื้องหน้าเบื้องหลังเป็นอย่างไร ไม่มีการแถลงชี้แจงสาธารณะอย่างเป็นเรื่องเป็นราว นอกจากข่าวสารที่นำเสนอในสื่อสารมวลชน เป็นปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคการเมืองแกนนำรัฐบาล ซึ่งก็ไม่มีคำยืนยัน หรือปฏิเสธใดๆ ทั้งสิ้น ความอึมครึม คลุมเครือยังดำเนินต่อไป เช่นเดียวกับกำหนดวันเลือกตั้ง

พรรคและนักการเมืองที่ประสงค์จะลงสนามกรุงเทพฯ ยังคงเน้นจุดขาย แข่งขันกันในเรื่องคุณสมบัติของคน ความสด ความใหม่ ความเก๋า ความเด่น โด่งดัง ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์และผลงานของผู้สมัครเป็นด้านหลัก

ทั้งๆ ที่ไม่รู้เลยว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และสมาชิกสภา กทม.จะเกิดขึ้นวันไหน ได้แต่คาดเดากันไปต่างๆ นานา ขนาดพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลเองยังเป็นใบ้ ตอบไม่ได้ ทำไม เพราะอะไร ถึงพูดไม่ออก บอกไม่ถูก คำถามใหญ่อยู่ตรงนี้

แทนที่จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งติดตาม ทวงถาม กดดัน พรรคการเมืองทุกพรรคต่างหากต้องเป็นผู้นำทำหน้าที่นี้เป็นหลัก

ความเป็นพรรคร่วมรัฐบาลจึงสยบยอม ปิดปาก มารยาททางการเมืองมาก่อนความถูกต้องและสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนอีกเช่นเคย

ที่ผ่านมาพรรคการเมือง นักการเมืองต่างล้วนจับประเด็นผิด แทนที่จะมุ่งทวงสิทธิอันชอบธรรมกลับคืน กล้าตั้งคำถาม เมื่อไหร่คุณจะคืนสิทธิให้ชาวบ้านชาว กทม.เสียที

ตราบใดที่ยังไม่สามารถหาคำตอบ ยืนยันกำหนดวันที่แน่นอนได้ ก็คงได้แต่ตีปี๊บเรื่องตัวผู้สมัครต่อไป และต่อไปเรื่อยๆ อย่างน่าเวทนา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon