สองสัปดาห์สุดท้ายของปี 2564 ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2565 ด้วยเสียงปี่เสียงกลองโหมรัวก่อนประกาศวันสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ปรากฏรายชื่อผู้สมัครทั้งอิสระและพรรคการเมืองออกมาให้คนกรุงเทพฯ ได้ทราบแน่นอนแล้วอย่างน้อย 3-4 คน
คนเดิม “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” น่าจะคงยังเป็นที่ต้องการของเจ้าตัว ที่มีผลงานประจักษ์มาแล้ว หวังคะแนนของทั้งตัวเองแต่เดิม และคะแนนของพรรคที่สนับสนุนเปิดโอกาสให้เข้ามาแสดงฝีมืออีกสมัยหนึ่ง เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ในการเลือกตั้งใหญ่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้กับพรรคที่สนับสนุนครั้งต่อไป
อีกคนหนึ่งแน่นอนว่าจะลงสมัครอิสระ มีผลงานเป็นอดีตรัฐมนตรี และเป็นผลจากโพลชัดเจนว่าคนกรุงเทพฯจำนวนไม่น้อยต้องการให้ขึ้นเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตั้งแต่เริ่มแรกที่มีผลการสำรวจ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ประกาศสมัครเมื่อไหร่ มาดูว่าผลการสำรวจเสียงลดลงหรือไม่ หลังมีผู้สมัครคนอื่นครบ
ผู้ที่จะมาแบ่งคะแนนเสียงชัดเจน ทั้งเป็นผู้ที่อยู่ในผลสำรวจ วันนี้แน่นอนแล้วว่าลงในนามพรรคประชาธิปัตย์ “สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้มีผลงานความคิดด้านการป้องกันน้ำท่วม ท่อระบายใต้ดิน และความคิดการปรับปรุงกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองน่าอยู่
กับผู้มาจากชื่อเสียงกรณี “หมูป่า” สมัยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร วันนี้คือผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ที่พรรคพลังประชารัฐจะเป็นผู้เสนอ เจ้าตัวว่าอย่างไร
ส่วนผู้สมัครรายอื่น ระหว่างสัปดาห์ที่ผ่านมากับสัปดาห์ต่อไปจนถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง ใครอีกบ้าง เป็นเรื่องน่าติดตาม แต่คงไม่ติดใจนักสำหรับคนกรุงเทพฯผู้ลงคะแนนเสียงลือกตั้ง
ตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นตำแหน่งที่คนกรุงเทพฯวันนี้กับเมื่อก่อนมีความคิดเห็น มีความต้องการไม่ใคร่แน่นอนนัก
เพราะเสียงของคนกรุงเทพฯในการลงคะแนนให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร กับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หลายครั้งไม่เป็นกลุ่มเดียวกัน
ทุกวันนี้คนกรุงเทพมหานครไม่ใช่เสียงของพรรคประชาธิปัตย์ดังที่เคยเป็นมาเหมือนเมื่อก่อน หากแต่กลายเป็นเสียงของตัวบุคคลที่ลงสมัครรับเลือกตั้งมากกว่า
วันนี้เสียงจากผู้อายุ 18 ปี ที่มีความคิดเห็นเรื่องการเมืองการปกครองกลายเป็นเสียงหลักขึ้นมาไม่น้อยหน้าไปกว่าเสียงจากผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นเสียงเก่าซึ่งมักเลือกผู้สมัครจากพรรคการเมืองทั้งที่เป็นรัฐบาลและที่เป็นฝ่ายค้าน กับคะแนนของผู้มีอายุระหว่าง 25-40 ปี พวกหนึ่ง อายุเกินกว่า 40-60 ปี อีกพวกหนึ่ง ซึ่งเป็นเสียงของวัยทำงานที่ต้องการผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน เช่น น้ำท่วมขัง การจราจร การคมนาคม
กับพวกที่เหมือนจะเป็นเสียงชี้ขาดคือบรรดาผู้ทำมาหากิน แม่ค้าพ่อค้าหาบเร่แผงลอยที่เป็นเสียงสำคัญไม่น้อย แม้ความสะดวกบนทางเท้าสำคัญกับคนเดินถนน หาก “ความเป็นไทย” ที่นิยมจับจ่ายของกินของใช้บนทางเท้ามานาน การจัดระเบียบทางเท้าอาจยากสักหน่อย แต่ควรจัดระเบียบเพื่อประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ไม่ควรตามใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทำได้จะเป็นประโยชน์ไม่น้อย
ลองพิจารณาว่าเสียงของคนเดินเท้ากับเสียงของพ่อค้าแม่ขายบนทางเท้าจะนำมาเฉลี่ยกันได้หรือไม่
การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งนี้ ใครจะได้รับเลือกน่าจะอยู่ที่นโยบายชัดเจน ชาวกรุงเทพมหานครทุกหมู่เหล่าจะได้ประโยชน์มากน้อยหรือไม่
เสียงทุกเสียงของคนกรุงเทพฯ อาจเป็นเสียงเฉพาะการเลือกผู้ว่าฯ ไม่ใช่เสียงของผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร อย่านำมาปะปนกัน
กรุงเทพฯเป็นมหานครที่มีทั้งเขตมหานคร เขตเมือง เขตกึ่งเมือง กึ่งชนบท และชนบท
พรรคการเมืองใด ผู้สมัครคนไหน รู้ใจคนกรุงเทพฯ ทั้งในมหานคร ในเมือง ในชนบท และผู้ที่มีสิทธิออกเสียงครั้งแรกได้ รับรองว่าได้เป็นผู้ว่าราชการกรุงทพมหานครคนต่อไปแน่

