สถานการณ์หมูราคาแพงอันเนื่องมาจากจำนวนหมูในประเทศลดลง ซึ่งขณะนี้กำลังห่วงใยกันว่าสาเหตุที่หมูลดลงเป็นเพราะโรคระบาดแบบไหน โดยทางภาคีคณบดีคณะสัตวแพทย์แห่งประเทศไทย ได้ส่งหนังสือถึงกรมปศุสัตว์สรุปว่า ตามที่เกิดปรากฏการณ์การตายของหมูจำนวนมากในประเทศไทย จากการตรวจวินิจฉัยโรคโดยหน่วยงานของสถาบันการศึกษาสัตวแพทยศาสตร์ในประเทศไทย พบเชื้อ ไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (Afican Swine Fever) หรือ เอเอสเอฟ ในซากหมูที่ส่งชันสูตร และได้รายงานการตรวจพบโรคต่อกรมปศุสัตว์ไปแล้ว ภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ขอให้กรมปศุสัตว์พิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อการควบคุมโรคอย่างเร่งด่วน เพื่อมิให้เกิดความเสียหายที่รุนแรงมากยิ่งขึ้นแก่เกษตรกรและอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรในประเทศไทย และพร้อมสนับสนุนทางวิชาการแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แม้ในเบื้องแรกที่มีข่าวออกมา กรมปศุสัตว์จะแสดงอาการงง โดยระบุว่าไม่เห็นหนังสือดังกล่าว แต่ขณะเดียวกันกรมปศุสัตว์ได้สั่งให้มีการตรวจสอบว่าหนังสือฉบับนั้นหายไปไหน นอกจากนี้ยังได้สั่งเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจว่าสาเหตุการตายของหมูมาจากโรคเอเอสเอฟตามที่มีการแจ้งมาหรือไม่ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลพื้นฐานในการแก้ไขปัญหาหมูลดจำนวนลง จนเป็นเหตุให้ราคาหมูเพิ่มขึ้นอยู่ในขณะนี้ต่อไป
การตรวจสอบสาเหตุที่ทำให้หมูลดจำนวนเป็นสิ่งสำคัญ แต่ขณะนี้สถานการณ์หมูแพงที่กระทบต่อประชาชนทั้งประเทศได้เกิดขึ้นแล้ว และมีทีท่าว่าจะทำให้ไก่มีราคาสูงขึ้น ประจวบเหมาะกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่กำลังฟื้นไข้ ทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซสูงขึ้น ส่งผลต่อสินค้าและบริการอื่นๆ ทยอยจะขึ้นราคาเพราะต้นทุนสูง ขณะที่รายได้ของประชาชนยังคงหยุดนิ่งเพราะเศรษฐกิจซึมเซามาหลายปี ทำให้เกิดสภาพรายได้เท่าเดิมแต่รายจ่ายเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบกับครัวเรือนต่างๆ โดยตรง
การแก้ไขปัญหาสินค้าราคาแพงต้องแก้ไขอย่างมียุทธศาสตร์ ดำเนินการพร้อมกันทั้งระบบ และมีความรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการพิสูจน์โรคอันเป็นสาเหตุที่ทำให้หมูตาย การหาวิธีการเพิ่มจำนวนหมูในประเทศ การพิจารณาเรื่องการนำเข้าการควบคุมราคาไม่ให้ขายเกินจริง การประคับประคองความเป็นอยู่ของชาวบ้าน และอื่นๆ โดยรัฐบาลต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรม มิเช่นนั้นปัญหาของแพงจะขยายกลายเป็นปัญหาการเมืองและปัญหาสังคม ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อไทยที่กำลังจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจและประเทศในปีนี้

