ภาพเก่าเล่าตำนาน : นายทุน…ที่สนับสนุนฮิตเลอร์ โดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

ทําศึกสงคราม…ต้องมีเงิน ต้องมีนายทุน หนุนหลัง

มนุษย์ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์…ห้ำหั่น ประหัตประหาร ทำสงครามกันมาตลอดถึงทุกวันนี้ …ฝ่ายชนะ จะได้เขียนประวัติศาสตร์ จะได้โอกาสยึดครอง แย่งชิง กดขี่ ขูดรีด ขี่คอ “ผู้แพ้” เสมอมา…

สงครามโลกครั้งที่ 1 เยอรมันไม่ได้รบแพ้ หากแต่ “การเมือง” ในมือของนักการเมือง แรงงานในประเทศ นายทุนชาวยิว และกองทัพสหรัฐที่แข็งแกร่ง ทำให้กองทัพเยอรมันกลายเป็นผู้แพ้สงคราม

วันที่ 28 มิถุนายน 2462 อังกฤษ ฝรั่งเศส และสัมพันธมิตร จับเยอรมันมาลงนาม สนธิสัญญาแวร์ซายส์ (Versailles Treaty) บนตู้รถไฟที่ป่ากงเปียญในฝรั่งเศส

เยอรมันต้อง “ชดใช้” ด้วยทองคำ เงิน แรงงาน ทรัพยากร ยานยนต์ อาหาร เครื่องจักรกล ฯลฯ…

เยอรมันถูกลดกำลังทหารและอาวุธ ถูกยึดดินแดนอาณานิคม ทำให้เศรษฐกิจเยอรมันตกต่ำ ประชาชนตกงาน เกิดภาวะข้าวยากหมากแพงทั่วประเทศ

(สยามส่งกองทหารอาสาไปร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วย)

ชาวเยอรมันทำงานหนัก โงหัวไม่ขึ้น เพื่อไป “ใช้หนี้” เรียกเป็นทางการว่า “ค่าปฏิกรรมสงคราม” (Reparation)

ด้วยความผิดฐาน “เป็นผู้ริเริ่มก่อสงคราม”

ตามสัญญาสงบศึก เยอรมันต้องชดใช้คิดเป็นเงินกว่า 32,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ต้อง “หักเขี้ยวเล็บ” เยอรมันให้มันยากจนถึงลูกถึงหลาน

ชาวเยอรมันเคียดแค้น ชาวยิว อังกฤษ ฝรั่งเศส แบบเข้ากระดูกดำ สะสมความอาฆาตแค้น… โดยต้องผ่อนชำระรายปี

หลังแพ้สงคราม เยอรมันถูกเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็น “สาธารณรัฐไวมาร์” (Weimarer Republik)

(ผู้เขียนขอเรียกว่า “เยอรมัน” …เพื่อมิให้สับสน ปนเป)

มหาอำนาจสหรัฐ… พยายามยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ กอบกู้ ให้เยอรมันยืมเงิน เพื่อมาใช้หนี้ตนเอง แต่ก็ได้ผลเล็กน้อย

ปี พ.ศ.2476 ฮิตเลอร์ อดีตนายสิบในสงครามโลกครั้งที่ 1 คือผู้ไต่เต้าขึ้นมาในทางการเมือง เป็นหัวหน้าพรรคนาซี ปลุกเร้าสังคมเยอรมัน จะขอ “ล้างบัญชี” …หยุดการชำระหนี้ที่แสนขมขื่น

ฮิตเลอร์แห่งพรรคนาซี ประกาศกร้าว…ขอลดจำนวนเงินที่ต้องชำระมากกว่า 50% เมื่อชำระค่าปฏิกรรมสงครามไปแล้ว 1 ใน 8

ต่อมา…ฮิตเลอร์ ประกาศ “ชักดาบ” ขอพักชำระหนี้ตลอดกาล

หัวหน้าพรรคนาซี ปลุกระดมได้ผลเฉียบขาด พูดจริงทำจริง…ชาวเยอรมัน ขยัน มีวินัย เก่งทุกอย่าง สร้างเยอรมันให้ขึ้นมาเป็นมหาอำนาจแบบมหัศจรรย์

โครงข่ายถนนในประเทศถูกออกแบบอย่างชาญฉลาด ทางรถไฟ การขนส่งทางเรือ อุตสาหกรรมหนัก รถยนต์ เครื่องบิน เรือเดินสมุทร เรือดำน้ำ เทคโนโลยีก้าวล้ำ นำใครในยุโรป…

เยอรมัน “ผงาด-หยิ่งผยอง” ด้วยความเป็นชาวเผ่าอารยันออกไปทำธุรกิจ ทำงานในแบบวิชาชีพทั่วโลก

(แถมเป็นข้อมูลนะครับ…ดอกเตอร์เบอร์เมอร์ นายแพทย์กรมทหารเรือชาวเยอรมันในสยาม คือ แพทย์ประจำพระองค์ในหลวง ร.5 …ยารักษาโรคมาจากเยอรมัน วิศวกรเยอรมันวางระบบรถไฟในสยาม…เป็นวิศวกรขุดอุโมงค์ถ้ำขุนตาน ฯลฯ สยาม “ไว้ใจเยอรมัน” มากกว่าอังกฤษ ฝรั่งเศส)

เยอรมัน ยืนเด่น ท้าทาย ห้าวหาญต่อทุกชาติในยุโรป…

1 กันยายน พ.ศ.2482 (หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เพียง 20 ปี) ชนชาติเยอรมันผลิตอาวุธ จรวด กระสุน ยานรบ บก เรือ อากาศ เรือดำน้ำ ทหารนับล้านนายแกร่งกล้าที่สุดในทวีปยุโรป

เมื่อ “พร้อมรบ” ฮิตเลอร์…สั่งเคลื่อนกำลังทหารนับแสนนายด้วยแรงอาฆาต ทหารนาซีแต่งตัวหล่อเฟี้ยว บุกไปทั่วยุโรป

ขอทำศึก “ล้างตา” ให้หายสงสัย…

กองทัพนาซี บุกทะลุไปถึงกรุงปารีส ฝรั่งเศสแตกกระจุย

23 มิถุนายน 2483 ฮิตเลอร์ไปยืนเต๊ะท่า กระดิกหนวด ถ่ายรูปที่หน้าหอไอเฟล กลางกรุงปารีสแบบเย้ยฟ้าท้าดิน

เด็กหนุ่มชาวเยอรมันไปตายในสงครามนับล้านคน

ทหารในกองทัพวางแผนการลอบสังหารฮิตเลอร์ในประเทศหลายครั้ง… แต่พลาด

อเมริกานั่งบนภูดูเสือกัดกัน… แอบส่งอาวุธ กระสุนให้อังกฤษ

ผ่านไปราว 2 ปี อเมริกาลุกขึ้นมายืดเส้น ยืดสาย หายลังเล ส่งทหารนับแสนไปช่วยขยี้นาซีในยุโรป

ฮิตเลอร์ “จอมตะกละ” ทะลึ่งไปเปิดศึกกับโซเวียต ทหารเยอรมันตายจมในหิมะนับแสนคน และพ่ายแพ้สงครามในที่สุด

ฮิตเลอร์ยิงตัวตาย ทิ้งความอัปยศทั้งปวงไว้ให้คนรุ่นหลัง

7 พฤษภาคม 2488 เยอรมันประกาศยอมแพ้สงครามอย่างเป็นทางการ…ประเทศชาติแตกดับ ประชาชนย่อยยับ

กงล้อประวัติศาสตร์ หมุนซ้ำกลับมาที่เดิม

อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส โซเวียต เป็นฝ่าย “ชนะสงคราม” เรียกค่าปฏิกรรมสงครามจากผู้แพ้ คือ เยอรมัน (อีกแล้ว)

(ที่น่าสมเพชที่สุด คือ สตรีชาวเยอรมัน ถูกทหารโซเวียตข่มขืน ย่ำยีแบบเมามันในทุกชุมชน ต่อเนื่องนานหลายปี เพื่อต้องการให้สตรีเยอรมันตั้งท้อง ล้างแค้นที่กองทัพนาซีไปบุกโจมตีโซเวียตเมืองสตาลินกราด ตายนับล้านคนก่อนหน้านี้)

ดินแดนเยอรมันถูกแบ่งออกเป็น 2 ซีก (4 เขตปกครอง) โดยอเมริกาและโซเวียต…

เยอรมันจะเอาอะไรมาใช้หนี้ ในขณะที่อยู่ในสภาพสิ้นชาติ

2496 เกิดสนธิสัญญาลอนดอน เพื่อเจรจาประนอมหนี้ ระบุว่า…เมื่อใดที่ 2 เยอรมันรวมชาติกันได้จึงจะให้ “เริ่มการใช้หนี้”

พ.ศ.2533 เยอรมันตะวันตก “รวมตัว” กับเยอรมันตะวันออก

กาลเวลาผ่านไป …ไฟแค้นจางลงบ้าง ประเทศสัมพันธมิตรทั้งหลายก็ใจอ่อน… หลังจากใช้ค่าปฏิกรรมสงครามไปก้อนยักษ์ สัมพันธมิตรยอมยกหนี้ให้เยอรมันไปมหาศาล

(การผ่อนชำระงวดสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 1 ยุติลงเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2553 ตรงกับวันครบรอบ 20 ปีของการรวมประเทศเยอรมนี…เยอรมันใช้หนี้อยู่นาน 92 ปี)

ผู้เขียนข้ออ้างอิงข้อมูลจาก The Momentum เมื่อ 30 มีนาคม 2562 เรื่อง เงินชดเชยผู้เสียหายจากยุคนาซี เมื่อ 80 ปีให้หลัง…โดยคุณบุญโชค
พานิชศิลป์…ดังนี้ครับ…

คอนราด อาเดเนาวร์ (Konrad Adenauer) คือนายกรัฐมนตรีคนแรกของเยอรมนี (ตะวันตก-ในยุคนั้น) ที่กล่าวถึงการชดใช้ค่าปฏิกรรมสงครามอันเกิดจากน้ำมือของพลพรรคนาซี ในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อปี พ.ศ.2494

เยอรมนีเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่า “เป็นเจ้ามือ” จ่ายค่าปฏิกรรมสงครามรายใหญ่ที่สุดของโลก หลังจากความพ่ายแพ้ทั้งในสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2

นอกเหนือจากรัฐบาลแล้ว เจ้าของธุรกิจภาคเอกชนบางรายที่เคยอาศัยอำนาจของนาซีกดขี่หรือใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรม ก็ต้องตกเป็นจำเลยในเวลาต่อมา และต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ถูกกระทำในอดีตด้วยเช่นกัน

ตระกูลไรมันน์ (Reimann) ซึ่งมีทรัพย์สินประมาณ 3.3 หมื่นล้านยูโร เป็นตระกูลที่ร่ำรวยติดอันดับ 2 ในเยอรมนี แต่เมื่อค้นพบความมัวหมองซึ่งเคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของธุรกิจ ทำให้คนในตระกูลนี้ต้องการที่จะมอบเงินชดใช้ให้เพื่อปลดเปลื้องความรู้สึกผิด

ตระกูลไรมันน์ ผู้อยู่เบื้องหลังธุรกิจหลากประเภท รวมทั้งเป็นเจ้าของสินค้าอุปโภคบริโภคหลายแบรนด์ อาทิ ผลิตภัณฑ์ซักผ้า Calgon หรือกาแฟ Jacobs ร่วม 80 ปีหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ปะทุขึ้น ตระกูลไรมันน์ผู้ถือครองหุ้น JAB Holding เพิ่งจะตกเป็นที่วิพากษ์ว่าในอดีต “เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคนาซี”

จากการสืบค้นข้อมูลพบว่า อัลแบร์ต ไรมันน์ ซีเนียร์ และอัลแบร์ต ไรมันน์ จูเนียร์ เจ้าของกิจการที่เมืองลุดวิกสฮาเฟน เคยกดขี่และใช้แรงงาน-ทั้งในโรงงานและภายในวิลลาส่วนตัว-อย่างไม่เป็นธรรมในยุคสมัยนาซีเรืองอำนาจ

อีกทั้งเป็นที่ประจักษ์ด้วยว่า เจ้าของกิจการทั้ง 2 คน ใช้แนวความคิดและพฤติกรรมในลักษณะชาตินิยม รวมถึงการเหยียดเชื้อชาติ กอบโกยผลประโยชน์เข้าตัวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

หลังจากทายาทผู้สืบทอดมรดกตระกูลไรมันน์ ได้ว่าจ้างนักประวัติศาสตร์ให้สืบประวัติกิจการที่มีเค้าว่าเกี่ยวข้องกับนาซีอยู่นานถึง 3 ปี กระทั่งพบหลักฐานยืนยันแน่ชัด จึงบอกกล่าวกับสังคม

“เรารู้สึกโล่งใจที่ความจริงทั้งหมดปรากฏ” ปีเตอร์ ฮาร์ฟ (Peter Harf) ประธาน JAB Holding และตัวแทนของตระกูลไรมันน์ชี้แจง “ไรมันน์ ซีเนียร์ และไรมันน์ จูเนียร์มีความผิดจริง เจ้าของกิจการทั้งสองเคยกระทำผิด และความจริงควรได้รับโทษตามกฎหมายด้วยซ้ำ”

…นอกเหนือจากผลการศึกษาประวัติความเกี่ยวข้องระหว่างตระกูลไรมันน์กับพรรคนาซีแล้ว ยังมีข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ที่ยังไม่ได้รับการเปิดเผยในเยอรมนี อย่างเช่นเอกสารข้อมูลที่อ้างถึง

…ตระกูลไรมันน์บริจาคเงินให้กับหน่วยเอสเอส (SS) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2474 โดยมอบให้กับ ไฮน์ริช ฮิมม์เลอร์ ผู้บัญชาการหน่วย SS ที่ปฏิบัติการสังหารหมู่ชาวยิว จากหลักฐานที่ค้นพบ อัลแบร์ต จูเนียร์ เขียนบันทึกไว้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2480 ความว่า…

“เราเป็นครอบครัวอารยันขนานแท้ที่ดำรงอยู่มานานนับร้อยปี และเป็นเจ้าของธุรกิจที่ให้การสนับสนุนการศึกษาชาติพันธุ์อย่างไม่มีเงื่อนไข”

(หน่วย SS คือหน่วย ชุทซ์ชตัฟเฟิล (Die Schutzstaffel) สังกัดพรรคนาซี มุ่งเน้นการสังหารชาวยิวในยุโรปและศัตรูทางการเมือง สังหารผู้คนไปราว 5.5 ถึง 6 ล้านคน พลเอกฮิมม์เลอร์ เป็น ผบ.หน่วย…การทำภารกิจของหน่วย SS ในยามสงคราม ต้องใช้เงินสด “ขับเคลื่อน” ให้รางวัลตอบแทนทหาร ในทุกสงครามมีเศรษฐีเกิดขึ้นเสมอ มีนายทุนหลายสำนัก หลายตระกูลสนับสนุน :
ผู้เขียน)

…ในยุคนาซี มีการจดทะเบียนบริษัทเป็นชื่ออื่น ลูกหลานของตระกูลไรมันน์ เพิ่งเริ่มสืบค้นเอกสารต่างๆ ของคนรุ่นพ่อเมื่อช่วงปี พ.ศ.2540

การชดเชย หรือค่าปฏิกรรมสงครามอันเกิดจากอาชญากรรมที่นาซีก่อขึ้น เยอรมนีเริ่มทำสัญญาชดเชยค่าเสียหายให้กับอิสราเอล ก่อนจะเซ็นสัญญาลักษณะคล้ายกันกับอีก 8 ประเทศในยุโรปตะวันตก ได้แก่ ลักเซมเบิร์ก นอร์เวย์ เดนมาร์ก กรีซ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเบลเยียม…

แถมเป็นข้อมูลครับ…

มูลนิธิคอนราด-อาเดนาวร์ (KAS) เป็นมูลนิธิทางการเมืองของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ดำเนินการโดยแนวทางและหลักการของพรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน (CDU) สนับสนุนงานในกว่า 100 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ที่พยายามจะกอบกู้เยอรมนี

มูลนิธิฯมุ่งมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยและความยุติธรรม สนับสนุนประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2513

ปัจจุบัน…เยอรมนี ถือเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก และเป็นอันดับ 5 ของโลกหากวัดตามอำนาจซื้อ

ญี่ปุ่น ที่ก่อสงครามและยอมแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2… ลูกหลานเหลนชาวซามูไร ก็ต้องแบกรับการใช้หนี้ค่าปฏิกรรมสงครามก้อนยักษ์เช่นเดียวกัน…

จะหาเวลามาบอกเล่าครับ…

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon