การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ที่ชุมพร เขต 1 และสงขลา เขต 6 ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์เอาชนะผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐไปได้ทั้ง 2 จังหวัด โดยที่ชุมพร เขต 1 นายอิสรพงษ์ มากอำไพ พรรคประชาธิปัตย์ ชนะ นายชวลิต อาจหาญ พรรคพลังประชารัฐ ในแบบขาดลอย ส่วนสงขลา เขต 6 น.ส.สุภาพร กำเนิดผล พรรคประชาธิปัตย์ ชนะ นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ตัวเต็งจากพรรคพลังประชารัฐ ระหว่างการรณรงค์หาเสียง มีกระแสข่าวอื้ออึงหลายเรื่อง รวมถึงการใช้อำนาจรัฐเข้ากดดันการหาเสียงที่ชุมพร นอกจากนี้ พรรคแกนนำรัฐบาลได้นำรองนายกฯและรัฐมนตรีลงหาเสียงอย่างต่อเนื่อง
ตัวแปรสำคัญที่มีผลทำให้ผลการเลือกตั้งที่ จ.สงขลา พลิกไปในทางเป็นประโยชน์กับพรรคประชาธิปัตย์ คือการปราศรัยหาเสียงของแกนนำพรรคพลังประชารัฐบนเวทีหาเสียง จ.สงขลา ที่เรียกร้องให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกคนมีชาติตระกูล มีเงินมีทอง เพื่อจะได้ช่วยเหลือประชาชนได้ เป็นวาทกรรมที่ทำให้ผู้มีสิทธิจำนวนมากเกิดความรู้สึกเกี่ยวกับศักดิ์ศรี และรู้สึกว่าถูกเหยียด และส่งผลในที่สุด ชัยชนะในครั้งนี้ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า เป็นชัยชนะที่ได้มาแบบหืดขึ้นคอ เพราะก่อนหน้านี้กระแสความนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ค่อยดีนัก
แน่นอนว่าผลการเลือกตั้งทำให้พรรค พปชร.ผิดหวัง ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลจะเป็นอย่างไร นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป. ตอบคำถามเรื่องนี้ว่า ตอบไม่ได้ ขอให้เป็นเรื่องอนาคต และที่สำคัญได้เคยเตือนและย้ำไปแล้วว่า สุดท้ายถ้าพรรคร่วมรัฐบาลมาแข่งกันเองก็จะได้ไม่คุ้มเสีย แต่ตบมือข้างเดียวไม่ดัง ถ้าประชาธิปัตย์ถือหลักอย่างนี้แต่เพียงพรรคเดียว แต่พรรคอื่นไม่เอาด้วย สิ่งที่หวังอยากให้เป็นจะไม่เกิดขึ้น และหลังการเลือกตั้ง 2 ส.ส.บัญชีรายชื่อของ พปชร.ได้ยื่นใบลาออกไปร่วมงานกับพรรคสร้างอนาคตไทย ที่มี นายอุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรค ในเดือน ม.ค.นี้ ยังเหลือการเลือกตั้งซ่อมอีก 1 สนาม คือที่เขตหลักสี่-จตุจักร ผลการเลือกตั้งจะบ่งบอกนัยยะเกี่ยวกับความนิยมในพรรครัฐบาลอย่างน่าจับตาและน่าติดตามว่าในเวลาที่เหลืออยู่ พรรคแกนนำรัฐบาลจะพลิกสถานการณ์ให้ตัวเองอย่างไร

