หน้าแรก บทความ บทนำ : นัยยะเ...

บทนำ : นัยยะเลือกตั้งซ่อม

2.02.22 | 09:09 น.

สำนักงาน กกต. กรุงเทพมหานคร รายงานผลคะแนนการเลือกตั้ง ส.ส.กรุงเทพมหานคร หลักสี่-จตุจักร เขตเลือกตั้งที่ 9 (เฉพาะแขวงลาดยาว แขวงจันทรเกษม แขวงเสนานิคม) แทนตำแหน่งที่ว่าง อย่างไม่เป็นทางการ นับคะแนนแล้ว 280 หน่วย ปรากฏว่า หมายเลข 3 นายสุรชาติ เทียนทอง พรรคเพื่อไทย ได้คะแนน 29,416 คะแนน สูงสุดได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.ในตำแหน่งที่ว่างลง ส่วนที่เหลือมีคะแนนเรียงตามลำดับดังนี้ หมายเลข 6 นายกรุณพล เทียนสุวรรณ พรรคก้าวไกล ได้คะแนน 20,361 คะแนน หมายเลข 2 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรคกล้า ได้คะแนน 20,047 คะแนน หมายเลข 7 นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ พรรคพลังประชารัฐ ได้คะแนน 7,906 คะแนน หมายเลข 1 นายพันธุ์เทพ ฉัตรนะรัชต์ พรรคไทยภักดี ได้คะแนน 5,987 คะแนน จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 167,649 คน ผู้มาใช้สิทธิ 88,124 คน รวมคะแนนผู้สมัครทั้งหมด 84,484 คน คิดเป็น 52.68%

ผลคะแนนที่ออกมา มีนัยสำคัญ ได้แก่ สะท้อนคะแนนนิยมของพรรคฝ่ายค้าน 2 พรรค คือ เพื่อไทย และก้าวไกล ที่มีคะแนนเข้าเป็นที่หนึ่งและที่สอง โดยผู้สมัครทั้งสองพรรคมีฐานคะแนนนิยมส่วนตัวที่ดี และในทางตรงกันข้าม สะท้อนคะแนนนิยมที่หายไปของพรรคแกนนำรัฐบาล คือพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงคะแนนนิยมเฉพาะตัวของผู้สมัคร ส่วนพรรคกล้าที่มีคะแนนสูงเป็นอันดับสาม เป็นตัวเลือกสำหรับผู้นิยมพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งไม่ได้ส่งผู้สมัครในการเลือกตั้งครั้งนี้ ประกอบกับผู้สมัครซึ่งเป็นอดีต ส.ส.ในเขตนี้มีฐานคะแนนนิยมส่วนตัว

หลังชัยชนะ พรรคเพื่อไทยระบุว่า คะแนนที่ได้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ประชาชนต้องการความเปลี่ยนแปลง ส่วนพรรคก้าวไกล ที่แพ้เลือกตั้งซ่อมมาหลายสนาม ได้คะแนนเป็นที่สองบ่งบอกถึงฐานคะแนนคนรุ่นใหม่ของพรรค ที่ยังน่าเกรงขามหากมีการเลือกตั้งทั่วไป และยังตีความให้กว้างขึ้นได้ว่า หลังจากพ่ายแพ้การเลือกตั้งซ่อมมา 3 สนามรวด พรรคพลังประชารัฐและรัฐบาล มีปัญหาหนัก จะต้องปรับตัว ปรับปรุงการบริหารงาน ดูแลปากท้อง คุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างจริงจัง ปรับปรุงแนวทางการเมืองของพรรคในเวลาที่เหลืออยู่เพียง 1 ปีเศษ หากต้องการชัยชนะในพื้นที่เลือกตั้ง กทม. ซึ่งมีถึง 30 เขตเลือกตั้ง และมีผลถึงชัยชนะในระดับทั่วประเทศ แม้ว่าจะมีบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญเป็นตัวช่วย แต่ถ้าไม่มีผลการเลือกตั้งที่ดีพอ อาจทำให้การเมืองในอนาคตอันใกล้กลายเป็นวิกฤตขึ้นมาได้