สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องถือว่ามีเหตุการณ์ประชุมสภาล่ม จนเป็นสถิติของสภา
หลังจากที่เกิดเหตุสภาล่มนับถึงเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่าน มีเหตุการณ์สภาล่มไปแล้วถึง 16 ครั้ง
หากดูจากเสถียรภาพทางการเมืองของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ยังไม่แน่ว่าสภาล่ม อาจจะไม่จบแค่ครั้งที่ 16 คงจะมีให้เห็นในครั้งต่อๆ ไปอีก
ถ้าผู้ทรงเกียรติผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนงานในสภา ไม่มาร่วมมือกันแก้ไขปัญหาในงานของฝ่ายนิติบัญญัติเดินหน้าได้อย่างจริงจัง
เหมือนกับที่ ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร สะท้อนถึงปัญหาสภาล่มซ้ำซากว่า “ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ทำให้ภาพพจน์ของสภาเสียหาย เป็นเรื่องจริง
โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ประชุมสภาล่ม ฝ่ายค้านเองก็ยอมรับว่าจะไม่ร่วมเป็นองค์ประชุมเพราะต้องการขับไล่นายกรัฐมนตรี
และตอนนี้เป็นข้อถกเถียงว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบองค์ประชุม ตามหลักแล้วคือต้องร่วมรับผิดชอบทั้งสองฝ่าย แต่ระบบรัฐสภาคนที่จะเป็นรัฐบาลได้ต้องมีเสียงข้างมาก
ดังนั้น รัฐบาลที่มีเสียงข้างมากก็ต้องดูแลองค์ประชุมของตัวเองด้วย ปัจจุบัน มีคณะกรรมการประสานงาน จะติดต่อประสานงานกัน แต่ก็ต่างจากสมัยก่อน
ที่สมัยก่อนนายกรัฐมนตรีจะเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองและจะมีตัวแทนชัดเจน แต่ปัจจุบันยังไม่ชัดว่าต้องติดต่อใคร จึงต้องติดต่อกับตัวแทนผู้ควบคุมเสียง
ที่อาจคุมเสียงไม่ได้ ต่างจากอดีตที่หัวหน้าพรรคการเมืองจะคุมเสียงได้ ทำให้ความร่วมมือเข้าประชุมไม่มีปัญหาเหมือนปัจจุบัน ถือเป็นข้อแตกต่าง”
แน่นอนปัญหาสภาล่ม ส.ส.ผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ต่างรับรู้ในข้อเท็จจริงว่า สาเหตุที่แท้จริงของปัญหาสภาล่ม คงไม่พ้นมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าเป็นเกมการเมืองของฝ่ายค้านที่ใช้จัดการกับรัฐบาลเสียงข้างมาก หรือเป็นปัญหาการเมืองภายในของพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ที่ใช้ตอบโต้ระหว่างกัน ทางแก้ปัญหาคงหนีไม่พ้น ส.ส.ผู้ทรงเกียรติทั้ง ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต้องมาแก้ปัญหาร่วมกันอย่างจริงจัง หากปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง
ต่างคนต่างยกเหตุผลมาสนับสนุนการกระทำของตัวเอง แม้จะฟังได้ แต่ไม่ช่วยแก้ปัญหาองค์ประชุมสภาล่มได้ ที่มีผลกระทบมากที่สุดคือ พี่น้องประชาชน
ที่รอคอยการทำงานของสภา ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติที่มีหน้าที่พิจารณาร่างกฎหมายที่สำคัญๆ และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน จะต้องพลอยสะดุดล้มลง
เนื่องจากสภาทำหน้าที่ไม่ได้ ส่งผลให้ประชาชนต้องเสียโอกาสดีๆ ในการรอคอยสภามาแก้ปัญหาให้ หาก ส.ส.ผู้ทรงเกียรติไม่มาร่วมมือแก้ปัญหาสภาล่มอย่างจริงจัง
จะด้วยวิธียกมือไหว้ขอร้อง ส.ส.ในพรรค รวมทั้งปิดห้องเคลียร์ใจการทำงานร่วมกันของฝ่ายค้าน เพื่อให้การทำงานในสภา เดินหน้าต่อไปได้ ก็แล้วแต่พวกท่านๆ จะเลือกวิธีแก้ปัญหา
แต่หากยังปล่อยให้สภาล่มแล้ว ล่มอีก ระวังพี่น้องประชาชนจะเบื่อหน่าย ไม่อยากได้ ส.ส. ที่ไม่พร้อมทำงานในสภา ผ่านการเลือกตั้งครั้งหน้าได้เหมือนกันนะท่าน ส.ส.

