เหตุการณ์เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่จังหวัดภูเก็ต บ่งบอกความไม่ปลอดภัย เมื่อปรากฏว่าเช้ามืดวันนั้น ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีชาวต่างชาติถูกยิงเสียชีวิตที่บริเวณหน้าวิลล่าโรงแรมที่พัก ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ตรวจสอบครั้งแรกพบว่าผู้ตายชื่อนายซิง แมนดีฟ ชาวแคนาดา ถูกยิงด้วยปืนหลายสิบนัด คดีนี้กล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุบันทึกเหตุการณ์ว่ามีคนร้าย 2 คนซึ่งดักซุ่มอยู่ได้ใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงจนเหยื่อเสียชีวิต แล้วหลบหนีไป
ต่อมา พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.8 พร้อมคณะ ติดตามคดีพบเบื้องต้นว่า ผู้ตายใช้หนังสือเดินทางที่ไม่ใช่ชื่อตนเอง เป็นชื่อคนอื่น ลักษณะคล้ายไม่ใช่ของจริง ใช้เดินทางเข้ามาวันที่ 27 มกราคม 2565 เข้ามา จ.ภูเก็ต แล้วเช่าบ้านอยู่แถวราไวย์ เบื้องต้นตรวจสอบพบว่ามาเช่าอยู่ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 ภายหลังมีข้อมูลเพิ่มเติมว่าผู้ตายเป็นคนอินเดีย มีชื่ออีกชื่อหนึ่ง เข้าสู่แก๊งมาเฟีย มีประวัติอุกฉกรรจ์ เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญที่ทางการแคนาดาต้องการ เป็นไปได้ว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากการล้างแค้น เป็นฝีมือของมาเฟียข้ามชาติ
เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตามจับกุมมือปืนที่ลงมือก่อเหตุ ขณะเดียวกัน ข้อมูลที่ปรากฏทำให้ผู้ติดตามข่าวสารรู้สึกไม่ปลอดภัย หากข้อสันนิษฐานที่ว่ามีกลุ่มคนร้ายต่างชาติมาก่อคดีอุกฉกรรจ์ในแผ่นดินไทยนี้เป็นจริง ถือเป็นสัญญาณไม่ดีนัก เพราะข่าวสารจะกระจายออกไปให้ชาวต่างชาติรับฟัง และอาจทำให้เชื่อว่าไทยมีกลุ่มมาเฟียเข้ามาอาศัย และกล้าก่อเหตุร้ายขึ้น โดยไม่สนใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเปิดประเทศ และรณรงค์ให้ชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทย โดยเน้นความปลอดโรค ซึ่งจะนำรายได้เข้าสู่ประเทศ ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังจากต้องเผชิญหน้ากับโรคระบาดมานาน แต่เหตุการณ์ที่เกิดได้ส่งผลให้มองเห็นความไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะ จ.ภูเก็ตเป็นพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ ต้อนรับนักท่องเที่ยว น่าจะเป็นพื้นที่ปลอดโรคและปลอดภัย การปล่อยให้คนร้ายก่อเหตุในแผ่นดินไทยเช่นนี้ย่อมไม่เป็นผลดี ตำรวจไทยจึงต้องคลี่คลายคดีจับกุมคนร้ายให้ได้ และหามาตรการป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายใดๆ ขึ้นอีก เพื่อให้คนต่างประเทศและคนไทยมั่นใจว่าที่นี่ปลอดภัย

