สภาล่มเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันในเดือน ก.พ. และเป็นครั้งที่ 17 ของสภาชุดนี้ที่เริ่มปี 2562 สภาล่มครั้งล่าสุด เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ภายหลังที่ประชุมสภา รับทราบรายงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่อง นโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ 2565 เสร็จสิ้น นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ขอตรวจสอบองค์ประชุม ทำให้เกิดการโต้เถียงกันระหว่าง ส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้าน ประมาณ 30 นาที สุดท้าย ผลการนับองค์ประชุมมี 227 เสียง ไม่ครบองค์ประชุมซึ่งต้องมี 237 เสียง ทำให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ต้องสั่งปิดการประชุม
ในการโต้เถียงที่เกิดขึ้นก่อนสภาล่ม ทาง ส.ส.รัฐบาลพยายามดึงเวลา ด้วยการขอให้ตรวจสอบองค์ประชุมแบบขานชื่อ ซึ่งจะใช้เวลามากขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ระดม ส.ส.กลับมาเข้าที่ประชุม ขณะที่นายชวน ขอให้วิปหรือผู้ควบคุมเสียงทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลพูดคุยกันเพื่อหาทางออก และระบุว่า วาระวันนี้เป็นวาระเพื่อรับทราบของหน่วยงาน สมาชิกไม่ต้องลงมติเห็นชอบหรือไม่ชอบ แต่ก็เป็นสิทธิของสมาชิกที่จะตรวจสอบองค์ประชุม และถ้าทั้งสองฝ่ายยืนยันก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ต้องนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อ ส่วนประธานวิปรัฐบาล นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือว่า การขอนับองค์ประชุมแบบนี้เหมาะสมหรือไม่ และถือเป็นญัตติหรือไม่ ขอให้ประธานทบทวนคำหารือใหม่และใช้ดุลยพินิจ ถ้าเป็นการขอนับองค์ประชุมเพื่อป่วนสภาคิดว่าเป็นการทำลายความมั่นคงของสภา ผิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายอาญา ทำให้นายพิเชษฐ์ ประท้วงอีก และเกิดการตอบโต้ระหว่างประธานวิปรัฐบาลกับ ส.ส.ฝ่ายค้าน
เหตุการณ์สภาล่มติดต่อกันเช่นนี้ สะท้อนว่า ปัญหาเสียงสนับสนุนในสภาของรัฐบาลวิกฤตมากขึ้น หลังจากกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ออกไปตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย และมีข่าวต่อรองเพื่อให้ปรับ ครม. ส่วนการแก้ไขปัญหา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรค พปชร.ได้ประชุม ส.ส.และยกมือไหว้ขอร้องให้เข้าประชุม แต่ดูเหมือนไม่มีผล เพราะเกิดเหตุ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย โหวตสนับสนุนฝ่ายค้านในสภา และเกิดสภาล่มครั้งที่ 17 ทำให้เป็นที่จับตาว่า รัฐบาลจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร และจะเกิดสภาล่มครั้งที่ 18 หรือต่อๆ ไปอีกมากน้อยอย่างไร

