เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา คณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และ นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ประชุมหารือร่วมกับ นายกิตติพงษ์ บริบูรณ์ รองเลขาธิการ กกต. ถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และนายกเมืองพัทยา จากนั้นนายกิตติพงษ์เผยว่าการหารือวันนี้เพื่อสอบถามความพร้อมของทั้ง กกต.และ มท.ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายมีความพร้อม ส่วนการกำหนดวันเลือกตั้งนั้น ต้องรอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้มีการจัดการเลือกตั้ง จากนั้น กกต.จะประชุมเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และนายกเมืองพัทยาต่อไป
สำหรับห้วงเวลาในการจัดเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และนายกเมืองพัทยา คาดว่าจะเสนอให้เกิดการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค. หรือ 29 พ.ค.นี้ โดยมีการกำหนดไทม์ไลน์ว่า วันที่ 8 มี.ค.นี้ กระทรวงมหาดไทยจะเสนอกำหนดเวลาเลือกตั้งต่อ ครม.เพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป จากนั้นวันที่ 9-11 มี.ค. สำนักเลขาธิการ ครม.จะแจ้งมติ ครม.ให้ กกต.ทราบ และช่วงวันที่ 21-31 มี.ค. กกต.จะประกาศให้มีการเลือกตั้ง หลังจากนั้นภายใน 5 วัน จะเริ่มรับสมัคร ซึ่งจะมีการประชุมแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยกรุงเทพฯจะมี ส.ก.ทั้งสิ้น 50 คน จากเขตปกครอง 50 เขต ส่วนพัทยา มีสมาชิกสภาเมือง 24 คน นายกเมือง 1 คน จะมีการเสนอรูปแบบการแบ่งเขต 3 เขต จาก กกต.จ.ชลบุรีให้พิจารณาต่อไป
ถือว่าเป็นอีกก้าวล่าสุดของการเตรียมเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และนายกเมืองพัทยา ที่เว้นว่างมาตั้งแต่ปี 2557 แม้เมื่อมีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นไปแล้วในปี 2564 ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งนายก อบจ. สภา อบจ. นายก อบต.สภา อบต. และนายกเทศบาล และสภาเทศบาลยังเหลือแต่ผู้ว่าฯกทม.และนายกเมืองพัทยา จนเกิดเสียงทวงถามจากพรรคการเมืองว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.กลายเป็นเรื่องลึกลับซับซ้อน ทั้งที่เป็นเรื่องของชาวกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของผู้มีอำนาจคนใดคนหนึ่ง ควรจะมีความชัดเจนไม่ใช่เก็บไต๋ไว้รอดูว่าเมื่อไหร่จะได้เปรียบ-เสียเปรียบกันแล้วจึงตัดสินใจ จนเวลาล่วงเลยไปมากแล้ว คณะรัฐมนตรีควรเร่งสรุปโดยเร็วว่าจะยินยอมให้มีการเลือกตั้งวันไหน

