หน้าแรก บทความ บทนำ : ยังประ...

บทนำ : ยังประมาทไม่ได้

24.02.22 | 09:09 น.
บทนำ : ยังประมาทไม่ได้ ถ้อยแถลงของ นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร

ถ้อยแถลงของ นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับการเตือนภัยระดับ 4 ทั่วประเทศ นั้นตอกย้ำว่า คนไทยอย่าประมาท ทั้งนี้ นพ.ธงชัยระบุว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาผู้ติดเชื้อแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งแนวโน้มเป็นเช่นเดียวกันทั่วโลก คาดการณ์ว่าภายใน 1-2 สัปดาห์ แนวโน้มยังทรงตัวระดับสูงในประเทศไทย แม้สายพันธุ์ที่ระบาด จะเป็นโอมิครอน กว่า 90% ความรุนแรงจะต่ำกว่าเดลต้าประมาณ 10 เท่า ส่วนผู้เสียชีวิตยังน้อยกว่าการระบาดครั้งก่อน หากปล่อยผู้ติดเชื้อมากขึ้น จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว จึงต้องชะลอการติดเชื้อ ในกลุ่มวัยทำงาน การรวมกลุ่ม สังสรรค์ ทานอาหารร่วมกัน เพราะกลุ่มคนแข็งแรงจะเป็นพาหะ มากกว่า 90% จะมีอาการเล็กน้อย มากกว่า 50% ไม่มีอาการ ทำให้ไม่ได้ระมัดระวังตนเอง ฉะนั้น หากเริ่มมีอาการให้ตรวจ ATK หากเป็นบวกให้กักตัวเองและประสานสายด่วนโทร 1330 หรือหากมีความเสี่ยงให้กักตัวเองก่อน

เช่นเดียวกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่หลายประเทศกำลังอยู่ในห้วงเวลาการฟื้นตัว แต่ก็เป็นเวลาที่มีปัจจัยหลายอย่างกระทบต่อผู้คน ทั้งการลดมาตรการช่วยเหลือที่เคยได้รับจากสถานการณ์โรคระบาด ทั้งราคาวัตถุดิบสินค้าและบริการที่ขยับตัวสูงขึ้นพร้อมๆ กัน แต่รายได้ของประชาชนยังไม่เข้าที่เข้าทาง รวมไปถึงสถานการณ์ต่างประเทศ โดยเฉพาะการเผชิญหน้ากันระหว่างประเทศรัสเซียกับนานาชาติในกรณียูเครน ซึ่งเมื่อปรากฏความเคลื่อนไหวในเชิงรุกราน โลกก็ได้รับผลกระทบทันที แม้การเผชิญหน้าในพื้นที่ดังกล่าวจะยังไม่ถึงกับการก่อสงคราม แต่ผลกระทบจากความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้กลายเป็นปัญหาการเติบโตทางเศรษฐกิจไปแล้ว

สำหรับประเทศไทย ทั้งสถานการณ์โรคระบาด และสถานการณ์ทางเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งรัฐบาล ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน จำเป็นต้องระมัดระวังตัวอย่าได้ “การ์ดตก” แม้มาตรการหลายอย่างเริ่มผ่อนคลาย แต่การดูแลรักษาสุขภาพให้ปลอดภัยก็ยังมีความสำคัญ และควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียเช่นเดียวกับการดำเนินการทางธุรกิจที่ต้องมีมาตรการรองรับความผันผวน เพราะปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจของโลกและของประเทศสะดุดลงมิได้มาจากปัจจัยโรคระบาดเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมอยู่ด้วย ดังนั้น ทุกคนทุกองค์กรจึงต้องขับเคลื่อนไปข้างหน้าโดยไม่ประมาท เพราะสถานการณ์ในขณะนี้บ่งบอกว่า แม้ประเทศแต่ละประเทศเริ่มผ่อนคลาย แต่ความเสี่ยงจากโรคระบาดและวิกฤตทางเศรษฐกิจยังคงดำรงอยู่