เดินหน้าชน : ต้านสงคราม โดย สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

2.03.22 | 12:24 น.

เดินหน้าชน : ต้านสงคราม โดย สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

อเนจอนาถกับความคิดเห็นของผู้หลักผู้ใหญ่ คนมีชื่อเสียงบางคน ที่มีท่าทีเห็นด้วยสนับสนุนให้รัสเซียบุกยูเครน

ส่วนจะเป็นใครบ้าง ลองกลับไปย้อนหาข้อมูลดูคงไม่ยาก มีทั้งเจ้าของโรงพยาบาล บิ๊กสื่อ ศิลปินซีไรต์

แต่ละคนหยิบยกเอาเหตุผลทางการเมืองในประเทศไทย โยงไปถึงความชอบธรรมในการใช้กำลังและความรุนแรงของรัสเซีย

นับว่าเป็นความคิดเห็นที่เป็นภัยต่อมวลมนุษยชาติอย่างยิ่ง

Advertisement

ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับคนที่มีความรู้ความสามารถเป็นที่นับน่าถือตาในสังคมเมืองไทย

และอาจจะเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ รับรู้จดจำวิธีแก้ปัญหาโดยใช้ความรุนแรงได้ในอนาคต

ความจริงที่ผ่านมารัสเซียกับประเทศไทย มีความสัมพันธ์อันดีมายาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5

ใครเคยไปรัสเซียก็จะทราบดีว่ารัสเซียเป็นมิตรกับประเทศไทยมาก

ภาพในอดีตรัสเซียมักถูกสร้างภาพจากโลกตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกา ผ่านภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดต่างๆ ให้เห็นว่ารัสเซียเป็นประเทศโหดร้าย เป็นพวกผู้ร้ายมาอย่างต่อเนื่อง

แต่เมื่อไปศึกษาประวัติศาสตร์ระหว่างไทยกับรัสเซีย และ
ถ้ามีโกาสได้สัมผัสใกล้ชิดกับคนรัสเซีย จะทำให้เห็นว่ารัสเซียเป็นมหามิตรที่สำคัญประเทศหนึ่งของไทยเลยทีเดียว

จนบางครั้งแอบสงสัยไม่ได้ว่า รัสเซียน่าจะมีความจริงใจกับประเทศไทยมากกว่าอเมริกา หรือประเทศยุโรปบางประเทศที่พร่ำบอกป้อนคำหวานว่าไทยเป็นมหามิตร แต่การกระทำกลับตรงข้ามด้วยซ้ำ

โดยเฉพาะในระยะหลัง รัสเซียภายใต้ผู้นำ ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ถือได้ว่าภาพพจน์ดีขึ้นกว่าในอดีตค่อนข้างมาก

ในอดีตภาพของรัสเซียคือพวกคอมมิวนิสต์ มีความโหดเหี้ยม รุนแรง

แต่เมื่อมาถึงยุคของปูติน ภาพดังกล่าวดูเหมือนจะลดลงไปเยอะ อาจเป็นเพราะบุคลิกของปูติน อดีตเคจีบี เป็นคนฉลาด มีความสามารถในการสร้างภาพให้กับตัวเองผิดกับผู้นำรัสเซียก่อนหน้านี้

และเป็นเพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรัสเซีย มีการแบ่งประเทศจากสหภาพโซเวียต แยกออกมาเป็นประเทศต่างๆ

แต่ในที่สุด รัสเซียก็แสดงธาตุแท้ให้เห็นว่า ยังคงฝักใฝ่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา เมื่อตัดสินใจนำกองทัพบุกยูเครน

เพียงเพราะว่ากลัวว่ายูเครนจะไปเข้าร่วมกับนาโต กองกำลังจากโลกตะวันตก และเกรงว่าจะกลายเป็นหอกข้างแคร่ อาจก่อให้เกิดความไม่มั่นคงและเป็นภัยต่อรัสเซียในอนาคต

ทั้งที่ยูเครนก็แยกตัวออกมาจากรัสเซีย เป็นคนละประเทศ การตัดสินใจอะไรก็น่าจะทำได้โดยอิสระ

ยูเครนเคยมีความสัมพันธ์แนบแน่นกันในอดีตรวมอยู่กับรัสเซีย พูดง่ายๆ เปรียบเหมือนคนเป็นพี่เป็นน้องกันมาก่อน

วันดีคืนดีรัสเซียเกิดหมั่นไส้ โดยใช้ข้ออ้างสารพัดกลับนำกองทัพไปบุกยูเครน ทำราวกับว่าเป็นนักเลงหัวไม้ พอไม่พอใจก็ไล่ทุบเพื่อนบ้าน

หากใครยังให้การสนับสนุนหรือเห็นด้วยกับการใช้วิธีเช่นนี้ สิ่งที่จะตามมาก็คือ โลกจะมีแต่ความวุ่นวาย

เพราะการใช้กำลังหรือความรุนแรง ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง และย่อมไม่เกิดผลดีไม่ว่ากับใครก็ตาม

แน่นอนว่ายูเครนจะต้องได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ความสูญเสียจะตามมาอย่างมากมายและยาวนาน

รัสเซียเองแม้ดูเหมือนจะชนะ มีกองกำลังเหนือกว่ายูเครนหลายขุม แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธความสูญเสียได้เช่นกัน

ทหารรัสเซียก็ต้องบาดเจ็บล้มตายเช่นกัน ยังไม่นับรวมกับความเสียหายจากการถูกคว่ำบาตรอย่างรุนแรงจากนานาชาติ

ดังนั้นการตัดสินใจประกาศใช้ความรุนแรง โดยใช้สงครามเป็นการแก้ปัญหา ถือเป็นการตัดสินใจที่ผิดอย่างมหันต์

สงครามโลกที่ผ่านมาเป็นบทเรียนทำให้ทุกคนเห็นแล้วว่า ไม่ว่าใครจะแพ้หรือชนะ ย่อมได้รับผลกระทบตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สำหรับประเทศไทยโดนกระทบหนักแน่นอน

เพราะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์การเมืองกำลังอ่อนปวกเปียก หลังจากเจอการรัฐประหาร สืบทอดอำนาจ ประเทศไทยไปไม่ถึงไหน

แถมมาเจอกับปัญหาโรคโควิดระบาดต่อเนื่องยาวนาน

ตามมาด้วยผลกระทบจากสงคราม

ถ้ารัฐบาลไม่สามารถรับมือได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพียงพอ

งานนี้คนไทยเตรียมรับแรงกระแทกอย่างรุนแรงไว้ได้เลย

สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา