เดินหน้าชน : ต้านสงคราม โดย สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา
อเนจอนาถกับความคิดเห็นของผู้หลักผู้ใหญ่ คนมีชื่อเสียงบางคน ที่มีท่าทีเห็นด้วยสนับสนุนให้รัสเซียบุกยูเครน
ส่วนจะเป็นใครบ้าง ลองกลับไปย้อนหาข้อมูลดูคงไม่ยาก มีทั้งเจ้าของโรงพยาบาล บิ๊กสื่อ ศิลปินซีไรต์
แต่ละคนหยิบยกเอาเหตุผลทางการเมืองในประเทศไทย โยงไปถึงความชอบธรรมในการใช้กำลังและความรุนแรงของรัสเซีย
นับว่าเป็นความคิดเห็นที่เป็นภัยต่อมวลมนุษยชาติอย่างยิ่ง
ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับคนที่มีความรู้ความสามารถเป็นที่นับน่าถือตาในสังคมเมืองไทย
และอาจจะเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ รับรู้จดจำวิธีแก้ปัญหาโดยใช้ความรุนแรงได้ในอนาคต
ความจริงที่ผ่านมารัสเซียกับประเทศไทย มีความสัมพันธ์อันดีมายาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5
ใครเคยไปรัสเซียก็จะทราบดีว่ารัสเซียเป็นมิตรกับประเทศไทยมาก
ภาพในอดีตรัสเซียมักถูกสร้างภาพจากโลกตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกา ผ่านภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดต่างๆ ให้เห็นว่ารัสเซียเป็นประเทศโหดร้าย เป็นพวกผู้ร้ายมาอย่างต่อเนื่อง
แต่เมื่อไปศึกษาประวัติศาสตร์ระหว่างไทยกับรัสเซีย และ
ถ้ามีโกาสได้สัมผัสใกล้ชิดกับคนรัสเซีย จะทำให้เห็นว่ารัสเซียเป็นมหามิตรที่สำคัญประเทศหนึ่งของไทยเลยทีเดียว
จนบางครั้งแอบสงสัยไม่ได้ว่า รัสเซียน่าจะมีความจริงใจกับประเทศไทยมากกว่าอเมริกา หรือประเทศยุโรปบางประเทศที่พร่ำบอกป้อนคำหวานว่าไทยเป็นมหามิตร แต่การกระทำกลับตรงข้ามด้วยซ้ำ
โดยเฉพาะในระยะหลัง รัสเซียภายใต้ผู้นำ ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ถือได้ว่าภาพพจน์ดีขึ้นกว่าในอดีตค่อนข้างมาก
ในอดีตภาพของรัสเซียคือพวกคอมมิวนิสต์ มีความโหดเหี้ยม รุนแรง
แต่เมื่อมาถึงยุคของปูติน ภาพดังกล่าวดูเหมือนจะลดลงไปเยอะ อาจเป็นเพราะบุคลิกของปูติน อดีตเคจีบี เป็นคนฉลาด มีความสามารถในการสร้างภาพให้กับตัวเองผิดกับผู้นำรัสเซียก่อนหน้านี้
และเป็นเพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรัสเซีย มีการแบ่งประเทศจากสหภาพโซเวียต แยกออกมาเป็นประเทศต่างๆ
แต่ในที่สุด รัสเซียก็แสดงธาตุแท้ให้เห็นว่า ยังคงฝักใฝ่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา เมื่อตัดสินใจนำกองทัพบุกยูเครน
เพียงเพราะว่ากลัวว่ายูเครนจะไปเข้าร่วมกับนาโต กองกำลังจากโลกตะวันตก และเกรงว่าจะกลายเป็นหอกข้างแคร่ อาจก่อให้เกิดความไม่มั่นคงและเป็นภัยต่อรัสเซียในอนาคต
ทั้งที่ยูเครนก็แยกตัวออกมาจากรัสเซีย เป็นคนละประเทศ การตัดสินใจอะไรก็น่าจะทำได้โดยอิสระ
ยูเครนเคยมีความสัมพันธ์แนบแน่นกันในอดีตรวมอยู่กับรัสเซีย พูดง่ายๆ เปรียบเหมือนคนเป็นพี่เป็นน้องกันมาก่อน
วันดีคืนดีรัสเซียเกิดหมั่นไส้ โดยใช้ข้ออ้างสารพัดกลับนำกองทัพไปบุกยูเครน ทำราวกับว่าเป็นนักเลงหัวไม้ พอไม่พอใจก็ไล่ทุบเพื่อนบ้าน
หากใครยังให้การสนับสนุนหรือเห็นด้วยกับการใช้วิธีเช่นนี้ สิ่งที่จะตามมาก็คือ โลกจะมีแต่ความวุ่นวาย
เพราะการใช้กำลังหรือความรุนแรง ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง และย่อมไม่เกิดผลดีไม่ว่ากับใครก็ตาม
แน่นอนว่ายูเครนจะต้องได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ความสูญเสียจะตามมาอย่างมากมายและยาวนาน
รัสเซียเองแม้ดูเหมือนจะชนะ มีกองกำลังเหนือกว่ายูเครนหลายขุม แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธความสูญเสียได้เช่นกัน
ทหารรัสเซียก็ต้องบาดเจ็บล้มตายเช่นกัน ยังไม่นับรวมกับความเสียหายจากการถูกคว่ำบาตรอย่างรุนแรงจากนานาชาติ
ดังนั้นการตัดสินใจประกาศใช้ความรุนแรง โดยใช้สงครามเป็นการแก้ปัญหา ถือเป็นการตัดสินใจที่ผิดอย่างมหันต์
สงครามโลกที่ผ่านมาเป็นบทเรียนทำให้ทุกคนเห็นแล้วว่า ไม่ว่าใครจะแพ้หรือชนะ ย่อมได้รับผลกระทบตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับประเทศไทยโดนกระทบหนักแน่นอน
เพราะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์การเมืองกำลังอ่อนปวกเปียก หลังจากเจอการรัฐประหาร สืบทอดอำนาจ ประเทศไทยไปไม่ถึงไหน
แถมมาเจอกับปัญหาโรคโควิดระบาดต่อเนื่องยาวนาน
ตามมาด้วยผลกระทบจากสงคราม
ถ้ารัฐบาลไม่สามารถรับมือได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพียงพอ
งานนี้คนไทยเตรียมรับแรงกระแทกอย่างรุนแรงไว้ได้เลย
สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

