เดินหน้าชน : ศึกชิงกทม.-พัทยา โดย เสกสรรค์ กิตติทวีสิน

7.03.22 | 13:46 น.

ในปี 2565 นี้ จะได้เห็นการเลือกตั้งท้องถิ่นระดับใหญ่ คือ การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กับนายกเมืองพัทยา

กรุงเทพมหานคร เป็นมหานครใหญ่แห่งหนึ่งของโลก เมืองพัทยาก็เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ทั้งสองเมืองเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ เป็นแหล่งทำรายได้ให้กับประเทศ อยู่ห่างกันแค่ 140 กิโลเมตร เชื่อมโยงกันอย่างสนิทใจ ทั้งการค้าการลงทุนจนถึงภาคการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ 1,567 ตารางกิโลเมตร จีดีพีในประเทศร้อยละ 25 มาจากกรุงเทพฯ ส่วนพัทยามีพื้นที่ประมาณ 53 ตารางกิโลเมตร รายได้ของเมืองสูงถึงร้อยละ 90 มาจากการท่องเที่ยว

ในวันที่ 8 มีนาคมนี้ กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ขอให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และนายกเมืองพัทยา หลังมีการเผยแพร่ประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษา เรื่อง การแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภา กทม. (ส.ก.) เป็น 50 เขตเลือกตั้ง และแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยา 4 เขตเลือกตั้ง

ปักหมุดกันแล้วว่าน่าจะหย่อนบัตรในเดือนพฤษภาคม 2565

ขณะที่ตัวผู้เล่นหรือเหล่าบรรดาว่าที่ผู้สมัครก็พร้อมแล้วเช่นกัน สกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯกทม.เตรียมยื่นลาออกในสัปดาห์หน้า เพื่อเสนอเป็นตัวแทนของชาวกรุง หลังล่าสุด วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ของพรรคก้าวไกล เปิดหมวกลาตำแหน่ง
ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ก็ขอท้าทายสนามใหญ่ ต่อจาก สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ จากค่ายประชาธิปัตย์ และ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในนามผู้สมัครอิสระที่เปิดตัวมาแล้ว 2 ปีเศษ

Advertisement

ยังไม่นับอีก 3-4 พรรคการเมือง ที่ยังอยู่ในช่วง “ตัดสินใจ” หรือบางพรรคขอเป็น “กองเชียร์” หนุนผู้สมัครคนใดคนหนึ่ง และยังมีกระแสข่าวของ อัศวิน ขวัญเมือง กับ รสนา โตสิตระกูล จะลงหรือไม่ลง

หากมีการประกาศชัดแจ้งถึงวันเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. คงจะได้จำนวนว่าที่ผู้สมัครที่ชัดเจนขึ้น

ขณะที่การเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา เหล่าว่าที่ผู้สมัครที่เปิดตัวกันไปบ้างแล้ว ส่วนใหญ่ยังอยู่ในกลุ่มการเมืองเก่า ในแง่ดีคือเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่รู้จักทุกตารางนิ้วของเมืองพัทยา โดยมีฐานคะแนนเสียงของตัวเองเป็นที่ตั้ง

“เมืองพัทยา” ผ่านการมีนายกเมืองที่มีฐานะเทียบเท่าระดับนายกเทศมนตรีนคร มาแล้ว 11 คน คนที่ 10 คือ พล.ต.ต.
อนันต์ เจริญชาศรี และคนที่ 11 สนธยา คุณปลื้ม หรือคนปัจจุบัน ทั้งสองเป็นคำสั่งหัวหน้า คสช.

สนธยาบอกล่าสุดว่า “ทีมเรารักษ์พัทยา” พร้อมส่งตัวผู้สมัครลงแข่งขัน และในเดือนมีนาคมนี้ จะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครนายกและสมาชิกสภาเมืองพัทยา ทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง และชูแผนยุทธศาสตร์การบริหารเมือง ส่วนจะใช่ ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี อดีตรองนายกเมืองพัทยา หรือไม่ สนธยามิได้บอกปัด แต่ขอให้รอดูวันเปิดตัว

ขณะที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กล่าวถึงปัญหาภาพรวมการพัฒนาเมืองพัทยาจากที่ได้ลงไปเดินและพูดคุยด้วยตัวเอง ทั้งระบบสาธารณูปโภค การจราจร ถนนหนทาง และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ไปจนถึงน้ำประปาไม่ไหลและน้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมจะช่วยชาวพัทยาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จะส่งคนลงชิงชัยด้วย

ก่อนหน้านี้ ชำนาญ จันทร์เรือง กรรมการบริหารคณะก้าวหน้าใบ้ว่า “สังเกตง่ายๆ คือผู้หญิงที่เดินตามธนาธรลงพื้นที่พัทยาบ่อยๆ”

ส่วน นิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร อดีตนายกเมืองพัทยาคนที่ 7 เมื่อปี 2547-2551 จากทีม “พัทยาร่วมใจ” มิได้หายหน้าไปไหน ยังโพสต์ในเฟซบุ๊กสม่ำเสมอ เขียนชัดเจนว่าเป็นว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา ขอลุ้นเป็นนายกสมัยที่ 2 ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง

ในวันนี้ นิรันดร์กลับมาแข่งขันกับค่ายบ้านใหญ่ตระกูล“คุณปลื้ม” ที่เคยอยู่ร่วมกัน ก่อนไปร่วมงานการเมืองใหญ่กับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้ง ส.ส.หนล่าสุด

คนพัทยาก็เหมือนคนกรุงเทพฯ เป็น “กำไร” ที่จะได้ตัดสินใจเลือกใช้บริการของใคร มีคุณสมบัติตามสเปกที่ตั้งไว้หรือไม่ มีเวลาให้บริหาร 4 ปี ถือว่ามากพอที่จะทำให้เมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างที่หวังไว้